อาจารย์นิสา พักตร์วิไล ทีมวิจัยจาก ม.ราชภัฏวไลอลงกรณ์ ฯ เล่าให้ฟัง ว่า ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นเก็บข้อมูลเพิ่มเติมของแต่ละกองทุนเพื่อให้มีข้อมูลเบื้องต้นก่อนวางแผนในการจัดการความรู้ถ้าเรายังไม่มีข้อมูลที่จะทำแผนเราคงจะทำงานลำบาก 
ทางคณะผู้วิจัยและคุณอำนวยจึงคิดกันว่าควรมีการเก็บข้อมูลที่เป็นมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

  

พอดีทางเครือข่ายได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการเครือข่ายใหม่และได้จัดสรรตำแหน่งโดยการโหวตรับรองผลไปเรียบร้อย

  

โดยมีคุณเทพพิทักษ์ เป็นประธานเครือข่ายเหมือนเดิม

  

ในตำแหน่งอื่นๆได้มีผู้รับผิดชอบทั้งสิ้นโดยให้ตัวแทนจากหมู่ต่างๆเข้ารับผิดชอบในหน้าที่

  

และก็มีปัญหาขึ้นมาในที่ประชุมเลือกคณะกรรมการว่า

  

แล้วหมู่บ้านที่ไม่เข้าร่วมเลยจะทำอย่างไร เพราะในวันนั้นมีเพียง 8

  

หมู่บ้านที่เข้าร่วมประชุม

  

ทางพัฒนาอำเภอจึงแก้ปัญหาโดยการตั้งไว้เป็นคณะกรรมการ

  

(ที่ไม่มีตำแหน่งรับผิดชอบ)แล้วจะทำหนังสือเชิญและหนังสือยินยอมต่อไป

  

(เนื่องจากในที่ประชุมเห็นว่าหากหมู่บ้านใดไม่เข้าร่วมกิจกรรมใดๆเลย

  

ของเครือข่ายตำบลเงินที่ทางรัฐสนับสนุนให้จะไม่ไปถึงหมู่เหล่านั้นจึงต้องทำหนังสือยินยอม)

  

ลงพื้นที่ หลายๆ อาทิตย์ก็จะเจอปัญหาแบบนี้เสมอ

  

อยากจะบอกเล่าปัญหาที่คาใจอยู่ให้ฟังนะคะ คือว่า ตอนนี้ทางคณะกรรมการ ฯลฯ

  

ที่ทำงานภาคสังคมของเครือข่ายมีประชุมเยอะแยะมากมายเหลือเกิน บางครั้ง 2-3

  

หน่วยงานจัดในเรื่องเดียวกันทั้งลงไป

  

ทั้งที่ประชุมในพื้นที่และต้องออกไปประชุมข้างนอก ถามเล่นๆว่า

  

หากคณะกรรมการในหมู่บ้านไม่ได้ทำมาหากินในอาชีพของตัวเองเลย

  

เพราะวันหนึ่งๆต้องประชุมๆๆๆ แล้วอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เค้าจะอยู่ได้หรือไม่

  

แล้วจะมีวิธีการดำเนินการอย่างไรได้คะ

  

เป็นโชคดีของทางกองทุนตำบลที่ประธานและสมาชิกหลายๆท่านมีธุรกิจส่วนตัวที่ไม่ต้องหาเช้ากินค่ำ

  

แต่ก็อีกมีปัญหาแน่นอนอย่างน้อยก็กับครอบครัวถ้าไม่ได้ทำความเข้าใจกันก่อน