
๔ ธันวาคม ๒๕๕๒
วันนี้เชื่อว่าหลายๆโรงเรียนคงจัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติกันเหมือนเช่นทุกปี โรงเรียนวัดท่าไชยก็เช่นเดียวกันค่ะ
แต่วันนี้ไม่ได้มาเล่าเรื่องเกี่ยวกับงานวันพ่อนะคะ แบบว่าเล่าคนอื่นมาเยอะแล้ว วันนี้ขอเล่าเรื่องพ่อ เขียนถึงพ่อ และนินทาพ่อของตัวเองบ้างดีกว่า อิ..อิ..
พ่อของฉันเป็นผู้ชายที่มองเหมือนตัวเล็กและเตี้ย ผิดกับแม่ที่ดูว่าตัวใหญ่และสูงกว่าพ่อ แต่พอมายืนเทียบกันจริงๆพ่อสูงและตัวใหญ่กว่าแม่เยอะค่ะ สีผิวของพ่อไม่ต้องบอกค่ะ (ดูจากลูกก็รู้ใช่ไหมคะว่าสีอะไร )
เมื่อก่อนมีผิวสีแทนเหมือนฉันนี่แหละ (เอ๊ะ..แต่ฉันดำนี่นาไม่ใช่แทน 555+) ตอนนี้พ่อของฉันของฉันมีผิวสีแบบกร้านแดด ก็พ่อของฉันน่ะเป็นคนสุพรรณเต็มตัว และก็เป็นกระดูกสันหลังของชาติแบบเต็มใจ และเป็นแบบของแท้และแน่นอนด้วยค่ะ
พ่อของฉันเรียนจบแค่ ป.๔ (แต่พ่อคิดเลขเก่งมากบางทีคิดเร็วกว่าฉันตอนนี้ซะอีก) เพราะฐานนะทางบ้านของพ่อยากจนมากถึงมากที่สุด พ่อต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาขับเรือรับจ้าง (เมื่อก่อนจะเรียกว่าเรือสองตอน (พ่อฉันซิ่งมากฉันเคยนั่งตอนเด็กๆ) เพื่อส่งน้องๆให้เรียนต่อ และความตั้งใจของพ่อก็ประสบความสำเร็จเพราะน้องๆของพ่อล้วนแล้วแต่มีหน้าที่การงานที่มั่นคงทั้งนั้น ( ถึงแม้ตำแหน่งจะไม่ใหญ่โตนักแต่ก็พอทำให้ฉันได้ยืดได้บ้างแหละ อิ..อิ..)
และด้วยอาชีพขับเรือรับจ้างนี่แหละที่ทำให้พ่อได้พบรักกับแม่ของฉันแต่เป็นรักพลิกล็อคค่ะ แบบว่าเมื่อก่อนแม่มีแฟน พ่อก็มีแฟน แต่ทำไปทำมาทั้งแฟนพ่อและแฟนแม่กลับไปแต่งงานกันเองซะงั้น แม่กับพ่อก็เลยลงเอยกันเอง อิ..อิ..(แม่เล่าให้ฟังอ่ะค่ะ)และแม่ยังเล่าอีกว่า พ่อต้องขับเรือรับจ้างเพื่อเก็บเงินมาขอแม่แต่งงานเพราะปู่และย่าไม่มีเงิน (เป็นไงล่ะ..พ่อของฉันเก่งไหม)
เมื่อฉันและน้องเกิดได้ไม่นานหมู่บ้านของเราก็เริ่มเจริญ ถนนเริ่มตัดผ่าน ผู้คนเริ่มใช้รถกันมากขึ้นพ่อของฉันจึงต้องเลิกอาชีพขับเรือรับจ้างไปโดยปริยาย ฉันจำได้ว่าพ่อเคยไปซื้อรถกลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งสีแดงเพื่อนำมาขับรถรับส่ง(ก็รับจ้างนั่นแหละอ้อมอยู่ได้) แต่รถคันนั้นก็อยู่กับเราได้แค่ ๒-๓ วันเท่านั้นก็ต้องขายไปเพราะฉันเห็นพ่อขับรถชนต้นไม้ขณะหัดขับรถ 5555+ (พ่อฉันถนัดซ้าย) แต่ฉันเพิ่งมารู้ความจริงก็ตอนโตแล้วนี่แหละ แม่บอกว่าถ้าไม่ขายครอบครัวของเราต้องกินเกลือกับข้าวแน่ๆ อิ.อิ..
และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พ่อและแม่หันมายึดอาชีพชาวนา กระสันดูกหลังของชาติอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อส่งเสียให้ฉันและน้องชายได้เรียนหนังสือ และมีความเป็นอยู่อย่างสุขสบายมีหน้าที่การงานที่มั่นคงอย่างเช่นทุกวันนี้ ฉันได้เป็นข้าราชการตามที่พ่อแม่หวังและตั้งใจ น้องชายผู้ไม่ชอบเป็นลูกน้องใครและไม่ชอบรับราชการก็มีบริษัทเล็กๆรับทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้บริษัทห้างร้านต่างๆเป็นของตัวเอง
ตั้งแต่เล็กจนโตพ่อและแม่ไม่เคยเลี้ยงฉันให้ลำบากเลย ฉันไม่เคยต้องออกไปทำนากับพ่อ(ที่นาของฉันมีถึงตรงไหนบ้างฉันยังไม่รู้เลย..ฉันเป็นลูกที่น่ารักใช่ไหมล่ะ) พ่อไม่เคยตีฉัน อย่างมากหน่อยพ่อก็บอกเดี๋ยวพัดๆๆๆๆๆๆๆ จนแม่และญาติๆแซวว่าพัดจนลูกๆมันหนาวหมดแล้ว แต่พ่อก็ไม่เคยตีลูกสักที
ฉันไม่เคยรับรู้ว่าพ่อและแม่ของฉันลำบากขนาดไหนเพราะแม่ไม่เคยเล่า พ่อไม่เคยบอก แม่เพิ่งจะมาเริ่มๆเล่าให้ฟังเมื่อฉันเริ่มทำงานหาเงินเองได้นี่แหละ และจากคำบอกเล่าของแม่ก็ทำให้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อถึงชอบสอนฉันให้ฉันใช้เงินอย่างประหยัด อะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องซื้อ อะไรที่แพงมากก็ไม่ต้องกิน พ่อบอกแบบกรอกหูทุกวันจนบางครั้งฉันคิดว่าทำไมพ่อถึงขี้เหนียวจัง(แต่ถึงพ่อจะขี้เหนียวอย่างไร พ่อก็แพ้แม่อยู่วันยังค่ำ เพราะแม่สามารถงุบงิบเงินพ่อมาแอบซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆได้เสมอ โดยมีฉันเป็นตัวช่วย อิ..อิ..)
ตอนนี้ฉันเข้าใจพ่อแล้วนะว่าทำไม เพราะพ่อเป็นห่วงฉันและน้อง ไม่อยากให้ฉันและน้องพบกับความจนเหมือนที่พ่อเคยพบ แม่บอกว่าพ่อกลัวจะกลับไปจนเหมือนเดิมมาก ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าตอนนี้ครอบครัวของฉันร่ำรวยหรอกนะ ครอบครัวของฉันยังเป็นครอบครัวชาวนาธรรมดาๆที่มีชีวิตแบบพออยู่พอกิน ไม่มีหนี้สินให้ต้องทุกใจ(แต่แอบมีลูกหนี้ อิ..อิ..)
แม่บอกว่าพ่อมีความใฝ่ฝันเกี่ยวกับเรื่องเงินอยู่อย่างหนึ่ง(ขอไม่บอกนะว่าเรื่องอะไร) และตอนนี้พ่อก็ทำความฝันของพ่อให้เป็นจริงแล้ว(ฉันภูมิใจในตัวพ่อของฉันจัง)
ทุกวันนี้พ่อและแม่ของฉันก็ยังทำนาอยู่ แต่ทำน้อยลงและจ้างคนอื่นให้มาช่วยซะเป็นส่วนใหญ่ ฉันและน้องอยากให้พ่อและแม่เลิกทำนาแบบถาวรซะที ให้คนอื่นเขาเช่าที่นาไปทำแทน แต่แม่บอกว่าเวลาแม่อยากได้อะไร อยากซื้ออะไรแม่จะมาแบมือขอลูกได้อย่างไร (ถึงตรงนี้ฉันอยากร้องไห้จัง แม่ก็ยังเป็นแม่ของลูกเสมอ) ฉันบอกแม่ว่า หนูขอเงินแม่มาตั้งหลายสอบปีแม่ยังให้ได้ ถึงเวลาที่ลูกจะทำหน้าที่นั้นแทนบ้างแล้ว..
จากวันที่ฉันบอกแม่วันนั้นจนถึงวันนี้ ฉันก็ยังทำตัวเป็นลูกที่ดีขอเงินแม่ใช้อยู่เป็นประจำ (ฉันน่ารักอีกแล้วใช่ไหมล่ะ อิ..อิ..555+)
เล่ามาตั้งยาวๆๆๆๆๆๆๆ....ทำท่าจะจบไม่ลงเพราะมีเรื่องให้เล่าอีกเยอะ ขอจบเอาดื้อๆแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแบบนี้ล่ะนะคะ
ขอบคุณทุกๆท่านที่แวะมาอ่านเรื่องราวของพ่อฉันจนจบ ขอบคุณๆๆๆๆๆๆๆ
อ๊ะๆๆๆๆๆๆๆ ยังจบไม่ได้ค่ะ ยังไม่ได้บอกเลยว่า...
หนูรักพ่อ และภูมิใจในตัวพ่อมากค่ะ
..^____^..

สวัสดีค่ะ...น้อง
ครูตุ๊กแก…ตัวดำๆ…
นินทาได้น่ารักมากมายนะคะ
เป็นเด็กดีของพ่อตลอดไปนะคะ
น้องครูตุ๊กตาค่ะ คู่รักวัยดึกของน้องทั้งสองนี่ เป็น รักข้ามคลอง กันเลยทีเดียวนะคะ
แล้วพ่อน้องชอบร้องเพลง บ้านพี่อยู่ฝั่งกระโน้น บ้านน้องอยู่ฝั่งกระนี้ หัวสะพานตรงกันไหมคะ อิ อิ
ชอบๆ ชอบ ได้รับรู้เรื่องราวความรักของคู่รักสมัยโน้นแล้ว ว้าว วาว รักนี้เพื่อเธอจริงๆ ค่ะ
+ สวัสดีค่ะ...พี่ตุ๊กแกของแอมแปร์....
+ คิดถึงจังหู้...สบายดีใช่ไหม...คิดถึงและคิดถึง..
+ ขอบคุณเพลงเพราะ ๆ เช่นนี้...เพิ่งอ่านเรื่องราวของ อ.ศักดิ์สิริไป...ฟังเพลงนี้แล้วทำให้ความฝันบางอย่างมีชีวิตชีวา...
+ แม่บอกว่าพ่อมีความใฝ่ฝันเกี่ยวกับเรื่องเงินอยู่อย่างหนึ่ง(ขอไม่บอกนะว่าเรื่องอะไร)...ฮ่า ๆ ขอทายว่าความใฝ่ฝันนั้นคือ...มีเงินเก็บเป็นล้าน (รวมถึงหลายล้าน)...อิ อิ อิ
+ พรุ่งนี้จะชวนแอมแปร์ไปหาพ่อเฒ่าเช่นกัน...
+ คิดถึงเสมอ ๆ...ไม่เสื่อมคลาย
รักพ่อจ้า...
แฮ่ม! นินทาพ่อเหรอน่ะ
เดี๋ยวพ่องดมรดกนะ..ยึดคืนหมดหรอก
กอดพ่อเผื่อพี่บ้างนะ..พี่ไม่มีพ่อให้กอด
ได้แต่กราบท่านผ่านแผ่นฟ้า
คุณครูตุ๊ก...แกที่น่ารัก
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะพี่Poo
สวัสดีค่ะพี่อ๋อยและน้องแอมแปร์
พี่อ้อยเล็กจ๋า...
พี่ครู ป.1 จ๋า..
(ปล.เข้ามาเม้นท์ตอนตี ๔ กว่าๆนี่ ไม่หลับไม่นอนบ้างหรือคะ ..^__^..)
สวัสดีค่ะป้าเหมียวที่คิดถึง
หนูภูมิใจที่ได้เป็นลูกพ่อค่ะ
น้องตุกแกขา ฝากกอดคุณพ่อแทนพี่ด้วย พี่เป็นคนกำพร้าพ่อ
วันที่สุข วันที่ทุกข์ พ่อคือกำลังใจ
พ่อให้คิดดี ทำดี พูดดี พ่อสอนให้รู้จักให้
พ่อบอกว่ายิ่งให้ยิ่งเป็นสุข
มันคือศรัทธา ความรัก ความเมตตา
และขอเอาlink ไปฝากที่บันทึกนะคะ
เพื่อเด็กน้อยด้อยโอกาสของพี่จักได้มีโอกาสเหมือนคนอื่นบ้าง
ขอบคุณค่ะ
ถ้่าไม่มีพ่อก็ไม่มีเรานะคะ
กำลังอ่านเพลิน อ้าวจบซะแล้ว
อิอิ อยากมีแม่ให้ขอตังค์ใช้บ้างจัง
สวัสดีค่ะพี่ครูต้อย..