ผมไม่เคยคิดว่า จะได้มาทำการเกษตร ที่จังหวัดสุรินทร์ เพราะเมื่อตอนเป็นเด็ก ประโยคที่เคยได้ยิน คือ "อยู่สุรินทร์ กินน้ำตำ อยู่บุรีรัมย์ ตำน้ำกิน" แสดงถึง ความลำบาก ที่ต้องนำ โคลนขึ้นมา ตำเพื่อให้น้ำมันออกมา แล้วสะกัด ให้เกิดน้ำ คิดแล้วหวาดหวั่น แต่ปัจจุบัน ความลำบาก ลำบน ขนาดนั้น ไม่มีแล้ว บ้านที่ข้าพเจ้า อยู่ บ้านเลขที่ 26 หมู่ 2 ต.หนองฮะ อ.สำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ไฟฟ้า เข้าถึงแล้ว การประปา ก็เป็นประปา ประจำหมู่บ้าน แน่นอน มีค่าใช้จ่าย แต่เราก็มีรายรับ ไม่น่าจะเป็นปัญหา
เริ่มทำการเกษตร ด้วยการ ใช้พื้นที่ ประมาณเกือบ 1 ไร่ ในการขุดบ่อ โดยได้รับการสนับสนุน จาก กรมพัฒนาที่ดิน ตักดิน ขึ้นมาถม ด้านบน ของปากบ่อ สามารถเก็บน้ำได้ 1260 ลูกบาศก์เมตร ผิดถูกอย่างไร? ก็คงต้องไป ต่อว่ากรมพัฒนาที่ดิน
เวลาในการ ขุด ประมาณ เดือนกุมภาพันธุ์ ส่วนฝน เริ่มมาตก หลังวันที่ 15 เมษายน
เริ่มเก็บและเห็นน้ำในบ่อ ประมาณ ต้นเดือน พฤศภาคม เริ่ม ลง ตะไคร้ บริเวณ ขอบบ่อ ด้านใน และ บริเวณด้านนอก ใช้หญ้าแฝก ที่พระองค์ ทรงค้นคิด ให้ กับชาวไทยทั้งประเทศแล้ว ปลูกเพื่อกันดิน พังทลายเข้าไปสู่ นาของผู้ที่มีพื้นที่ติดกัน
บริเวณ รอบขอบสระ ปลูกไม้ยืนต้น เกือบทุกชนิด ที่คิดได้ และ หามาได้ มีทั้ง มะม่วง ขนุน มะละกอ กล้วย ชมพู่ กระท้อน พุทรา กระโดน ฝรั่ง แค มะเฟือง ทับทิม มะนาว ไผ่ มะพร้าว น้อยหน่า ชะอม กระถิน ข่า
นับมาถึงวันนี้ เป็นเวลา เจ็ดเดือน ก็สามารถ คัดได้แล้ว ว่า พื้นดิน เหมาะกับการลง พืชชนิดใด เพราะ มะละกอ นอกจากไม่งาม ก็ตายเสียเกือบเรียบ ในจำนวน 30 ต้น ที่รอด ก็รอด แบบ แกนๆ กระท้อน โดนวัว ของชาวบ้าน บุกขึ้นไป กินเสียเรียบวุธ
เหมาะที่สุด น่าจะเป็นต้นแค กับมะม่วง รวมไปถึง ชมพู่ เพราะงามแบบดีวันดีคืน
ยังไม่ได้บันทึก ถึงความยากลำบาก ก็คือ การที่ต้องไปขน ผักตบชวา และ สาหร่าย เพื่อมาใส่ในบ่อ เพื่อเป็นอาหาร ให้ปลา รวมทั้งเป็นการ รักษา ความเย็นให้กลับ พื้นน้ำ
ระดับน้ำเต็มจนล้น เมื่อประมาณ ปลายเดือน ตุลาคม แต่ก็ใช้ ตาข่ายในการ ป้องกัน ปลาที่เลี้ยงในบ่อ หลุดรอด ออกไป และกัน ปลาจากท้องนา แถกเข้ามาในตัวสระ
ในสระ ของผม ลงปลานิล ปลาแขยง ปลาตะเพียน และ ปลาจาระเม็ด ซื่งล้วน เป็นปลากินพืช ดังนั้นเวลา ให้อาหารเสริม ผมจึงไปซื้อหัวอาหาร จากร้านค้า ประเภท ปลากินพืช มีอยู่หนึ่งครั้ง อาหารของปลากินพืชหมด ด้วยความเป็นห่วงปลา ผมซื้ออาหาร ของปลาดุก ซื่งเป็นปลากินเนื้อ เอามาโยนลง ในบ่อ ก็เห็นว่า ปลากินพืช มันก็กินเฉย ไม่เห็นมันปฏิเสธ ทำให้ผมสงสัยอยู่เหมือนกัน ว่า เลี้ยงไปแล้ว อาหาร ชนิดใด น่าจะดีกว่ากัน แต่ถ้าวัดด้วยราคาแล้ว ปลากินพืชใหญ่ ราคา กระสอบละ 280 บาท หนัก 20 กิโลกรัม แต่ปลากินสัตว์ ราคา กระสอบละ 390 บาท น้ำหนักเท่ากัน
ฝนในจังหวัดสุรินทร์ ที่ผมอยู่ เริ่มแล้ง ตั้งแต่ ออกพรรษามา กล่าวคือ หลังจากตกจนน้ำท่วมแล้ว ก็ค่อยๆ ลดลง ปัจจุบัน แล้งมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว ปริมาณ น้ำในสระ หายไป ได้ 60 เซ็นต์ คงเหลือน้ำอยู่ประมาณ 150 เซ็นต์ ถ้าใช้ สถิติ ปีที่ผ่านมา กว่าฝนจะตกใหม่ วันที่ 15 เมษายน ก็ยังเหลือ เวลาอีก ประมาณ 120 วัน น้ำ 150 เซ็นต์ ที่มี จะพอหรือ ไม่? เป็นเรื่องที่ผม ยังหนักใจ อยู่มิใช่น้อย
สมัยเมื่ออยู่ภาคใต้ ฝนจะแล้งที่สุด ก็ไม่เกิน 1 เดือน เพราะถ้าเกิน 1 เดือนก็ถือว่าแล้งที่สุดแล้ว ผลผลิต ก็เริ่มจะเหี่ยวเฉาตาย แต่ตอนนี้ ผมต้องมาเจอ ความแล้ง ที่ยังไม่รู้ว่า จะต้อง ผจญอีกนานเท่าไร? แต่เป็นข้อดี เพราะนี่จะได้ เป็นสถิติ ให้ผู้ที่ต้องการ เปลี่ยน ที่นา เป็นสวน ได้สามารถ คำนวณ ถูก ว่าจะมีกำลัง สู้ได้ขนาดใด
และสำหรับ พื้นที่ 13 ไร่ ที่ พี่ภรรยา ทำการเพาะปลูกข้าว โดยอาศัย ปุ๋ย จากมูลสัตว์ ได้ข้าว เป็นจำนวน 5 ตัน นิดหน่อย ซึ่งหาก ใช้ฐาน ของ รัฐบาล มาคำนวณ ชาวนา จะมีรายได้ ต่อไร่ ประมาณ 6000 บาท ส่วน ต้นทุน ในการลงทุน ขึ้นอยู่กับการ จัดการ ของผู้เป็นเจ้าของนา ว่า จะสามารถ ตัดทอน ค่าใช้จ่าย ได้ อย่างไร? บ้าง เพราะ บางคน มีตั้งแต่ ค่าไถ ก่อนการ หว่านดำ ค่าหว่าน ค่าสารเคมี กำจัดวัชชพืช ค่าปุ๋ยเคมี และ ค่ารถที่ใช้ ในการเก็บเกี่ยว ผมเคย นั่งคำนวณ แบบ ผู้จัดการนา ปรากฏว่า ต้นทุน ของข้าว อยู่ที่ กิโลกรัม ละ 13 บาท รัฐบาล รับประกัน 15 บาท สรุปว่า ชาวนา ที่เป็นผู้จัดการนา มีกำไร กิโลกรัม ละ 2 บาท ถ้าครอบครัวไหน? มีที่นา 20 ไร่ ก็จะมีรายได้ ที่กำไรอยู่ ประมาณ 16000 บาท ครับ ใช้ตลอดปี ครับ
ดังนั้น หากเกษตรกร ผู้ใด สามารถ ควบคุม รายจ่ายได้มาก ก็จะได้ กำไรมาก อาทิเช่น การประหยัดปุ๋ย การประหยัด ค่ารถ ในการเก็บเกี่ยว และ การทำงานในช่วงที่มิใช่หน้านา ผมมาอยู่แล้ว ผมเข้าใจ ได้ทันที เลย ว่า เพราะอะไร? ที่ชาวนา ทั่วประเทศ จึงยัง ยากจน อยู่ ก็เพราะ ชาวนา ไม่เคย มีความสามารถ ในการ กำหนด ราคา ข้าวได้เอง
และ ไม่เคยคิด จะเปลี่ยนอาชีพ เป็นชาวสวน เพราะนอกจาก อุปสรรค ด้านเงินทุน แล้ว
ยังมีอุปสรรค จาก เพื่อนบ้าน ใกล้เคียง ที่เลี้ยง ปศุสัตว์ แบบ ปล่อยปะ ละเลย ให้ไป บุกรุก ทำลาย พืช ของผู้ที่ต้องการ ทำ ไร่นา สวนผสม
เกษตรกร ทำอะไร? หลังหน้านา คงเป็นคำถาม ที่มอบให้ ผู้ใหญ่ใน บ้านเมืองทั้งหลาย เก็บไป คิด เป็นการบ้าน อยากให้ ชาวนา ไทย มีความ เป็นอยู่ที่ดี ต้อง สามารถ ทำให้ได้ แบบ ญีปุ่น เพราะ ว่า ญี่ปุ่น กำหนด โควต้า การผลิด เกษตรกร จริงๆ เท่านั้น ที่สามารถ ปลูกข้าวได้ และ เมื่อปลูกข้าวแล้ว รัฐบาล รับประกัน ราคาข้าว รัฐบาล ไม่ซื้อข้าว จากนอกประเทศ มาบริโภค แม้ ข้าวในประเทศ จะมีราคาสูง เพราะ เขาต้องการ เลี้ยงเกษตรกร ของเขา ให้มีคุณภาพ ชีวิต ให้ดี รัฐบาลญี่ปุ่น จะซื้อข้าว จากต่างประเทศ ก็ต่อเมื่อ ข้าวใน ประเทศ ไม่เพียงพอ ต่อการ บริโภค
โอกาสหน้าของภาพบรรยากาศโดยรอบมาให้ชมบ้างนะคะ