ป้องกันบุตรหลานจากโรคมือเท้าปากกันเถอะค่ะ
ตอนนี้โรคไข้หวัด 2009 ก็กำลังจะมาแรงอีกระลอกในช่วงฤดูหนาวนี้ อย่างไรก็อย่าเพิ่งไว้วางใจกันนะคะ ขอให้ป้องกัน กันเหมือนเดิม "ใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า, ล้างมือบ่อยๆ, หลีกเลี่ยงในที่ชุมชนแอร์อัดหรือห้างสรรพสินค้าในกรณีที่ไม่สบาย พักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าสงสัยไม่สบายด้วยไข้หวัดให้หยุดพักผ่อน ถ้าไข้สูงมากแม้จะรับประทานยาไข้ก็ยังไม่ลดให้รีบพบแพทย์ด่วน
แต่ตอนนี้โรคระบาดที่น่าเป็นห่วงสำหรับเด็กที่มาพร้อมกับฤดูหนาวก็คือ โรค มือ เท้า ปาก เพราะโรคนี้จะแสดงอาการที่อวัยวะทั้ง3อย่างที่กล่าว จึงอยากให้ระมัดในกลุ่มนักเรียนกลุ่มวัยก่อนเรียน-ระดับประถมศึกษา (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่อยู่รวมกันมากๆ อย่างโรงเรียนอนุบาล หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก) มารู้เพื่อหาทางป้องกันโรคกันเถอะค่ะ
โรคมือ เท้า ปาก (Hand Foot and Mouth Syndromes)
เกิดจากเชื้อไวรัสลำไส้หรือเอนเทอโรไวรัสหลายชนิด พบได้บ่อยในกลุ่มเด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โรคเกิดประปรายตลอดปี แต่จะเพิ่มมากขึ้นในหน้าฝน ซึ่งอากาศมักเย็นและชื้น โดยทั่วไปโรคนี้มีอาการไม่รุนแรง
การแพร่ติดต่อของโรค
การติดต่อส่วนใหญ่เกิดจากได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ปากโดยตรง โรคแพร่ติดต่อง่ายในช่วงสัปดาห์แรกของการป่วย โดยเชื้อไวรัสอาจติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองและแผล หรืออุจจาระของผู้ป่วย และอาจเกิดจากการไอจามรดกัน ในระยะที่เด็กมีอาการทุเลาหรือหายป่วยแล้วประมาณ 1 เดือน จะพบเชื้อในอุจจาระได้ แต่การติดต่อในระยะนี้จะเกิดขึ้นได้น้อยกว่า
อาการของโรค
-
เริ่มมีไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย คอเจ็บ
-
อาการที่อาจมีร่วมด้วย คือมีอาการคล้ายหวัด น้ำมูกไหล ต่อมน้ำเหลือโต ใต้คางโตและอักเสบ
-
หลังจากนั้นประมาณ 1-2 วัน ก็จะพบผื่นที่เยื่อบุในปาก มักจะเกิดที่บริเวณลิ้นและในช่องปาก
-
ผื่นจะกลายเป็นแผลเล็กๆ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-8 มิลลิเมตร
-
สุดท้ายจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสๆ และแตกเป็นแผล ตุ่มมักไม่คัน
-
จากนั้นอีกไม่กี่วันก็จะเป็นผื่นผิวหนัง มีขนาด 3-7 มิลลิเมตร ที่มักจะเกิดที่มือมากกว่าที่เท้า โดยเฉพาะหลังมือและหลังเท้ามากกว่าฝ่ามือและฝ่าเท้า ผื่นจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสๆ และในตุ่มน้ำใสๆ นี้ก็มีเชื้อไวรัสอยู่ด้วย ซึ่งจะยุบแห้งไปเองภายในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่แตกเป็นแผลเหมือนในปาก ทั้งนี้บางครั้งจะเจอบริเวณสะโพกด้วย แต่จะไม่กลายเป็นตุ่มน้ำใสๆ จะเป็นเพียงผื่นแดง นูนๆ เท่านั้น โดยเด็กบางคนอาจจะเป็นโรคมือ เท้า ปากซ้ำๆ ได้หลายครั้ง
-
นอกจากนี้เด็กอาจจะมีอาการท้องร่วง ถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เนื่องจากสูญเสียน้ำ และเกลือแร่ไปกับอุจจาระที่ถ่ายบ่อยๆ ควรให้เด็กดื่มสารละลายเกลือแร่ หรือน้ำข้าวต้มใส่เกลือเล็กน้อยพออร่อยก็ได้ค่ะ
-
อีกวิธีหนึ่งคือการแยกเด็กไม่ให้เข้ากับกลุ่มคนอื่นๆ แต่ส่วนมากแล้วก่อนที่เด็กจะมีผื่นที่ผิงหนังหรือแผลในปากนั้น จะมีไวรัสอยู่ในร่างกายและลำไส้อยู่แล้ว และแพร่กระจายจากการไอ จาม น้ำลายไหล หรือการปนเปื้อนอุจจาระ
-
เด็กคนอื่นๆ อาจจะรับเชื้อโรคไปแล้วแต่ยังไม่แสดงอาการ เนื่องจากอยู่ในระยะฟักตัว ดังนั้นถ้าพบว่าเด็กในกลุ่มหรือในห้องเรียน 1 คน มีผื่นที่ผิวหนังหรือแผลในปากแล้ว แสดงว่ามีการแพร่ไปสู่เด็กคนอื่นๆ หลายคนแล้วค่ะ หาเกิดในโรงเรียนจึงจำเป็นต้องปิดโรงเรียนด้วยเหตุนี้
-
โดยสรุปอาการจะทุเลาและหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน
การรักษา
โรคนี้ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ เนื่องจากเชื้อเอนเทอโรไวรัสมีหลายชนิดหลายกลุ่มมาก จึงยังไม่มีวัคซีนป้องกัน นอกจากเชื้อเอนเทอโรไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโปลิโอเท่านั้นที่มีวัคซีนเรียนร้อยแล้วค่ะ แพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ควรเช็ดตัวเพื่อลดไข้เป็นระยะ และให้อาหารเหลวเนื่องจากการเบื่ออาหารเพราะแผลในปาก หรือให้ผู้ป่วยรับประทานทานอาหารอ่อน ๆ รสไม่จัด ดื่มน้ำและน้ำผลไม้ และนอนพักผ่อนมาก ๆ ถ้าเป็นเด็กอ่อน อาจต้องป้อนนมให้แทนการดูดจากขวดตามปกติโรคมักไม่รุนแรงและไม่มีอาการแทรกซ้อน แต่เชื้อไวรัสบางชนิดอาจทำให้มีอาการรุนแรงได้ จึงควรสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบมีไข้สูง ซึม ไม่ยอมทานอาหารและดื่มน้ำ อาเจียนบ่อย หอบ แขนขาอ่อนแรง อาจเกิดภาวะสมองหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือน้ำท่วมปอด ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลใกล้บ้านด่วนค่ะ
การป้องกันโรค
โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่ป้องกันได้โดยการรักษาสุขอนามัย ผู้ปกครองควรแนะนำบุตรหลานและผู้เลี้ยงดูเด็กให้รักษาความสะอาด ตัดเล็บให้สั้น หมั่นล้างมือบ่อย ๆ (ด้วยน้ำและสบู่) โดยเฉพาะหลังการขับถ่ายและก่อนรับประทานอาหาร รวมทั้งการใช้ช้อนกลาง และหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ หลอดดูด ผ้าเช็ดหน้า และผ้าเช็ดมือ เป็นต้น
สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล ต้องจัดให้มีอ่างล้างมือและส้วมที่ถูกสุขลักษณะ หมั่นดูแลรักษาสุขลักษณะของสถานที่และอุปกรณ์เครื่องใช้ให้สะอาดอยู่เสมอ รวมถึงการกำจัดอุจจาระเด็กให้ถูกต้องด้วย หากพบเด็กป่วย ต้องรีบป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปยังเด็กคนอื่น ๆ ควรแนะนำผู้ปกครองให้รีบพาเด็กไปพบแพทย์ และหยุดรักษาตัวที่บ้านประมาณ 7 วันหรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ ระหว่างนี้ไม่ควรพาเด็กไปในสถานที่แออัด เช่น สนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ และห้างสรรพสินค้า และผู้เลี้ยงดูเด็กต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระเด็กป่วย
หากมีเด็กป่วยจำนวนมาก อาจจำเป็นต้องปิดสถานที่ชั่วคราว (1-2 สัปดาห์) และทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค โดยอาจใช้สารละลายเจือจางของน้ำยาฟอกขาว 1 ส่วนผสมกับน้ำ 30 ส่วน
วิธีป้องกันที่ดีอีกอย่างหนึ่ง คือการดูแลรักษาสุขภาพอนามัยส่วนบุคคล โดยสอนให้เด็กล้างมือก่อนและหลังกินอาหาร ฉะนั้นเด็กเล็กที่ยังรับผิดชอบตนเองไม่ค่อยได้มักเป็นโรคนี้มากกว่าเด็กโต คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองต้องระวังสุขอนามัยแทนตัวเด็กเองด้วยค่ะ
สวัสดีครับคุณ น้ำชา เอาวิชาการมาให้เรียนรู้ กลางดึก ดีครับ
ได้เฝ้าระวัง เพราะดูแล้วตอนนี้ละเลยกันจนเคยชินแล้ว
ด้วยความขอบคุณครับคุณน้ำชา
ตามมาดูโรคก่อนนะครับ น่ากลัวเหมือนกัน กำลังวุ่นวาย แงๆๆ
สำคัญที่สุดคือการควบคุมการระบาดครับ ...ถ้าพบว่าเกิด ๒ รายขึ้นไป ต้องให้หยุดเรียนแล้วครับไม่งั้นคุมไม่อยู่(ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะคุมไม่อยู่).....ความรุนแรงขึ้นกับภูมิต้านทานของแต่ละคน(มีถึงตายได้จากภาวะแทรกซ้อนเช่น ปอดบวม )
จากหมอระบาดวิทยาบ้านนอกครับ
สวัสดีค่ะ ท่านวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei
ต้องบอกว่าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ที่ต้องพึงระวังและใส่ใจเป็นพิเศษ จนอย่างสื่อสารให้ทุกคนรู้ ก็เพราะเด็กที่บ้านเป็นแล้วค่ะ แต่ไม่ระบาดให้คนอื่นเพราะคุณแม่ป้องกันและควบคุมโรคอย่างดี อิอิ และสองภาพสุดท้ายก็เป็นภาพที่เกิดกับเด็กๆที่บ้านนั่นแหละค่ะ ส่วนสองภาพแรกจากเน็ต...ตอนที่เค้ากินไม่ได้น่าสงสารไม่ยอมกินเลยดื่มนมได้เล็กน้อยจริงๆ เค้าอยากกินไอติมมากคุณหมอเด็กบอกว่าให้เค้ากินเถอะ ขอให้กินได้จะได้ชื่นใจและมีแรง จะให้ IV ก็กลัวยุ่งยากและเค้าก็ไม่ยอมด้วยก็เฝ้าดูกันพักใหญ่ในที่สุดที่ผ่านด้วยดี รายนี้ไม่ต้อง Admit เจ็บป่วยแค่นี้แม่เองค่ะ เราต้องเป็นตัวอย่างว่าเจ็บป่วยเล็กน้อยเรารักษาได้ เป็นที่น่าสังเกตว่ารายนี้ ไม่ได้ออกไปไหนเลย เนื่องจากไข้หวัด 2009 ยังระบาดและไม่น่าไว้วางใจโชคดีตอนนั้นยังไม่ได้เข้าโรงเรียนเพิ่งมาเข้ากลางเทอมเมื่อ พย 52 นี้ สอบสวนโรคกันไปมาพบว่าชอบเล่นกับสุนัขที่บ้านเป็นสุนัขพันธ์เล็ก 2 ตัว เจ้าหมาน้อยมันก็คงได้วิ่งเล่นไปมาบ้างคุณหมอก็เลยสงสัยว่าเจ้าหมาน้อยคงเป็นพาหะนำโรค คือบางทีเราก็สงสัยหรือระแวงเพื่อนๆด้วยกัน แต่รายนี้ได้จากเพื่อนที่เป็นหมาน้อยค่ะ
จึงนำมาฝากและบอกต่อๆกัน
พี่ขา เมื่อวานมีรายงาน AFP ที่ห้วยแห้งค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต ฝอยทอง
ถึงจะวุ่นวายแต่ก็มีความสุขใช่มั้ยค่ะ
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่รักในงานและอาชีพของผู้ให้บริการ ในบทบาทของ "แม่พิมพ์-คนสร้างคน" ที่มีความรับผิดชอบ ที่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ (ซื่อสัตย์ต่อตนเองหรือเปล่า ต้องถามเจ้าตัว อิอิ) ทำให้งานมีคุณภาพ
ขอบคุณค่ะอาจารย์ ขอให้มีสุขภาพแข็งอย่าได้เจ็บป่วยไข้ และขอให้ดอกรักบานในหัวใจนะคะ (อาจารย์ไปปลูกต้นรักให้กับค่าย Eng.อีกแล้วค่ะ ไม่รู้ตัวละซิว่ามีคนรักทั้งค่าย 555)
สวัสดีค่ะ น้องนกบุษรา
ยินดีต้อนรับสู่ชุมชน ฅนคุณภาพ จ้า
งานของเราได้วัดใจ และดูใจอยู่ตลอดเวลาจ๊ะ แต่ก็ดีนะหลายคนหลายใจ หมุนเวียนเปลี่ยนไปให้เราได้ทดสอบทุกวัน ให้เราได้พัฒนาทุกวัน
ต้องทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง รู้สึกตัวเองมีคุณค่าเสมอ ศรัทธาไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่เสียแรงที่เกิดเป็น "คน"
ขอให้น้องนกมีความสุขทุกวันคืนและส่งมอบความสุขให้ผู้อยู่ใกล้ด้วยค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ คุณหมอสีอิฐ
สำหรับความคิดเห็นและคำแนะนำดีๆ จากหมอระบาดวิทยาโดยตรง
namsha เองก็เป็นคนบ้านนอก และทำงานอยู่โรงพยาบาลชุมชน ก็อยู่บ้านนอกอีก ดังนั้นพวกเราพูดภาษาเดียวกันค่ะ "หระรีเลี้ยวขวัว คือ แก่งคอย" 555
สวัสดีจ้า jaja
AFP มาแย้ว มาพร้อมกับต่างด้าวมั้ยหนอ หรือคนหลบมุม เยี่ยงนี้ศิษย์น้อง K Pod ต้องออกสืบสวนสอบสวนละซิ