ช่วยแนะนำด้วยควรแก้ไขเพิ่มเติมส่วนใดบ้าง

              วันนี้มีผลงานเก่าของตนเอง  ที่นำมาปรับปรุงเพื่อทำเป็นนวัตกรรม  ขอความกรุณาผู้รู้ ช่วยคนหลงทางด้วย ช่วยกันแก้ไข ติชม เสนอแนะด้วยจะขอบคุณมาก  เป็นหนังสือส่งเสริมการอ่านกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับชั้น ป.6  คิดว่าจะเน้นไปในด้านการอ่านคิดวิเคราะห์  (มีเฉพาะเนื้องเรื่องยังไม่ได้ใสภาพประกอบ)

 

บทที่ ๑ 

ตันโย้ง...เกาะปันหยี

 

                                    บุหงาเอยตันโย้ง                      กำปงแลน้องหยงดอกดีปลี

                           น้องสาวคนนั้นมั่นอยู่ดี                        เป็นสาวเกาะปันหยีอยู่ดีจัง

                           พอบังได้มาเห็น                            หัวใจเต้นสุดกำลัง

                           เป็นสาวเกาะปันหยีอยู่ดีจัง               หมดหวังน้องเหอจะได้กัน

 

          เสียงเพลงที่ร้องกล่อมหลานจากปากโต๊ะซาเกี๋ย  ที่นั่งไกวเปลอยู่หน้าบ้านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  คนเกาะปันหยีที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่มีใครสนใจฟัง  แต่กลับเป็นภาพที่รอฝิลจำได้ติดตา    

          ภาพหญิงชราประแป้งหน้าขาว  นุ่งผ้าปาเต๊ะ  นั่งอยู่หน้าบ้าน ข้างๆกายมีเปลเด็กผูกโยงไว้กับขื่อ มือก็สาละวนกับงาน ปะชุนเสื้อผ้า หั่นผัก หรืองานบ้านเล็กๆน้อยๆ    สักพักแกก็เอื้อมมือไปไกวเปลให้หลาน ปากก็ร้องเพลงกล่อมหลานไปด้วยอย่างมีความสุข

               วันนี้เด็กชายรอฝิล  เดินผ่านไปซื้อของให้โต๊ะ  ได้ยินเสียงแกร้องเพลงจึงหยุดฟังด้วยความสนใจ ยามที่แกร้องเพลงท่าทางของแกดูมีความสุขมาก  แกเหลือบมาเห็นเขายืนอยู่  จึงถามว่า 

             “ อ้าว ! บ่าวฝิล  เขาใช้ทำไหร  ช้าอยู่ต้า เดี๋ยวถูกดังหล่าว”

          รอฝิลเด็กชายกำพร้าที่อาศัยอยู่กับปะและโต๊ะ จึงรีบเดินออกมา  เด็กน้อยยังคงได้ยินเสียงเพลงจากโต๊ะซาเกี๋ย  จนกระทั่งเขาเลี้ยวมาอีกด้านหนี่งของเกาะเสียงนั้นจึงค่อยๆเบาลงเรื่อยๆตามความห่างของระยะทางที่เขาเดินจากมา    รอฝิลเดินฮัมเพลงไปเบาๆ  มันไม่ถูกจังหวะนักหรอก  แต่ไม่เป็นไรไว้ว่างๆเขาจะไปให้โต๊ะหัดให้  จะได้ร้องให้มันถูกต้อง 

               รอฝิลนำของที่ซื้อมาไปให้โต๊ะ เสียงโต๊ะบ่นพึมพำว่ารอฝิล คงมัวเถลไถลจึงมาช้า   เขาขี้เกียจชี้แจงเพราะจำได้ว่า  ทุกครั้งที่เขาอธิบายเมื่อโต๊ะเข้าใจผิด  โต๊ะจะต้องโมโหและกล่าวหาว่าเขาเถียงคำไม่ตกฟาก  รอฝิลจึงเดินออกมาที่บันไดหลังบ้าน   ปะกลับมาจากวางอวนแล้ว  วันนี้ท่าทางปะดูเหน็ดเหนื่อยมาก  ชายร่างผอมสูง ผิวกร้านดำ  ใบหน้าตกกระ เหลียวมามองลูกชาย แต่มือนั้นยังคงวุ่นอยู่กับการแกะปลาที่ติดอยู่กับอวน  รอฝิลจึงรีบลงไปในเรือเพื่อช่วยปะเลือกปลาจากอวน  เขาก้มหน้าก้มตาคัดแยกปลาเพื่อนำไปขาย   ด้วยความขยันขันแข็งของเขางานจึงเสร็จไว   พ่อก็ได้พักผ่อนเร็วขึ้น

                รอฝิลนำปลาไปชั่งที่ร้านขายของชำแล้วทำเป็นถุง  ถุงละหนึ่งกิโลกรัมเพื่อนำไปขายตามบ้าน   คนหาปลาในเกาะปันหยีส่วนมากไม่มีตาชั่งเป็นของตนเอง  มักจะอาศัยตาชั่งที่ร้านขายของ ซึ่งไม่มีใครแสดงอาการรังเกียจเพราะทุกคนล้วนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่เสมอ  

               รอฝิลเดินขายปลาไม่นานก็ขายหมดเพราะเป็นปลาสดๆ  และรอฝิลก็ไม่เคยขายเพื่อเอากำไรมากๆ  ปะและโต๊ะสอนให้เขารู้จักความพอเพียง  พออยู่พอกินไม่เบียดเบียนผู้อื่นจนเกินไป   ทุกคนจึงรักและเอ็นดูรอฝิลที่เป็นเด็กดี  ไม่เอาเปรียบผู้อื่นและรู้จักช่วยแบ่งเบาภาระของปะและโต๊ะ  รอฝิลเดินกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม  พลางคิดว่าป่านนี้โต๊ะคงเข้าครัวทำกับข้าวอร่อยๆให้เขาได้อิ่มท้องแน่ๆ  ยังไม่ทันจะถึงหน้าบ้านกลิ่นหอมของแกงส้มก็โชยมา   รอฝิลเร่งฝีเท้าขึ้นพลางตะโกนเรียกโต๊ะ

               รอฝิล            “โต๊ะ โต๊ะ แกงส้มหอมหรอย”

               โต๊ะยิ้มภูมิใจ    “    แคบอาบน้ำเข้า  จะได้กินข้าวกินปลากัน” 

               รอฝิลรีบอาบน้ำแล้วมาช่วยโต๊ะจัดสำรับกับข้าว    เย็นวันนี้โต๊ะแกงส้มปลาหนาม   ปลาจงหม้งทอด  ผัดหมึกน้ำดำซึ่งล้วนได้มาจากอวนของปะ และมีผักสดหลายชนิด  ทั้งสามร่วมรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย  รอฝิลเติมข้าวหลายจาน   จนโต๊ะต้องปรามว่าให้กินแต่พออิ่ม จะได้สบายท้องไม่อึดอัด  ปะบอกว่าโต๊ะทำกับข้าวอร่อยจนลืมอิ่ม  โต๊ะยิ้มอย่างเอ็นดูและภูมิใจในฝีมือปรุงอาหารของตน

               อิ่มแล้วรอฝิลช่วยโต๊ะเก็บจานไปล้าง  แล้วมาทำการบ้านกว่าจะเสร็จ ก็ถึงเวลาละหมาดอีชา   รอฝีลจึงทำละหมาด    อ่านหนังสือเล็กน้อยแล้วจึงเข้านอน  เขานึกถึงเสียงเพลงของโต๊ะซาเกี๋ย  จึงฮัมเพลงเบาๆ   จนหลับไป

 

 

 

 

 

คำอธิบายศัพท์

บทที่ ๑ 

ภาพประทับใจ 

 

           ภาษาถิ่นใต้

ภาษาไทยกลาง

บุหงา

ดอกไม้

ตันโย้ง 

ดอกพิกุล

กำปง

หมู่บ้าน

ดอกดีปลี  (ภาษาถิ่นใต้)

พริกขี้หนู

อยู่ดี       

สวย

บัง                  

พี่ชาย

จะได้กัน

แต่งงาน

โต๊ะ

คุณย่า  คุณยาย

ปาเต๊ะ 

โสร่งชนิดหนึ่ง

บ่าว

คำที่ใชเรียกเด็กผ้ชาย

ทำไหร 

ทำอะไร

ถูกดังหล่าว

โดนดุ

หัด

ฝึก

เถียงคำไม่ตกฟาก

โต้เถียงไม่ยอมใคร

แกงส้ม

แกงชนิดหนึ่งใส่ขมิ้นมีรสเปรี้ยว

หอมหรอย

กลิ่นหอมชวนให้น่ารับประทาน

แคบ

รีบ

ปลาจงหม้ง

ปลาหมึกชนิดหนึ่ง

ผัดหมึกน้ำดำ

ผัดปลาหมึกโดยไม่เอาน้ำหมึกออก

ละหมาดอีชา  

เริ่มเมื่อแสงสนธยาสิ้นสุด

 

 

แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน

บทที่ ๑ 

ภาพประทับใจ

 

๑.          จากเนื้อเรื่องนักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง

ก.    โต๊ะซาเกี๋ยนั่งไกวเปลอยู่ในบ้าน

ข.    หลานโต๊ะซาเกี๋ยประแป้งหน้าขาว

ค.    รอฝีลไปซื้อของให้โต๊ะซาเกี๋ย

ง.     รอฝีลคัดเลือกปลาไปขาย

 

                   บุหงาเอยตันโย้ง                      กำปงแลน้องหยงดอกดีปลี

             น้องสาวคนนั้นมั่นอยู่ดี                     เป็นสาวเกาะปันหยีอยู่ดีจัง

             พอบังได้มาเห็น                              หัวใจเต้นสุดกำลัง

             เป็นสาวเกาะปันหยีอยู่ดีจัง                 หมดหวังน้องเหอจะได้กัน

๒.         เนื้อเพลงตันหยงบทนี้ข้อใดเป็นข้อเท็จจริง

ก.    น้องสาวคนนั้นมันอยู่ดี

ข.    เป็นสาวเกาะปันหยีอยู่ดีจัง

ค.    พอบังได้มาเห็น

ง.     หมดหวังน้องเหอจะได้กัน

 

๓.         ผู้แต่งกล่าวถึงชาวเกาะปันหยีด้วยความรู้สึกอย่างไร

ก.    ประทับใจในความเป็นอยู่แบบสังคมชนบท

ข.    ประทับใจในความมีน้ำใจช่วยเหลือกัน

ค.    ประทับใจที่ชาวเกาะยึดมั่นในศาสนา

ง.     ถูกทุกข้อ

 

๔.         นักเรียนมีความรู้สึกอบอุ่นกับเหตุการณ์ใดมากที่สุด

ก.    โต๊ะซาเกี๋ยร้องเพลงกล่อมหลาน

ข.    รอฝีลลงไปในเรือเพื่อช่วยปะเลือกปลา

ค.    ร้านค้าให้รอฝีลใช้ตาชั่งโดยไม่คิดเงิน

ง.     โต๊ะยิ้มอย่างเอ็นดูและภูมิใจในฝีมือปรุงอาหารของตน

 

๕.         นักเรียนคิดว่ารอฝีลควรปรับปรุงพฤติกรรมด้านใด

ก.    ใช้ตาชั่งที่ร้านเป็นประจำ                

ข.    เถลไถลบ่อยๆจนโต๊ะต้องคอยเตือน

ค.    รอฝีลขี้เกียจอธิบายเมื่อโต๊ะเข้าใจผิด

ง.     รอฝีลชอบเดินฮัมเพลงไปเบาๆโดยไม่ถูกจังหวะ

 

๖.          นักเรียนชื่นชมรอฝีลในด้านใดมากที่สุด

ก.    ขยันขันแข็งช่วยแบ่งเบาภาระของปะกับโต๊ะ    

ข.    ไม่เห็นแก่ตัวขายปลาโดยไม่หวังกำไรมากเกินไป

ค.    รอฝีลทำละหมาดเมื่อถึงเวลาโดยไม่มืใครบังคับ

ง.     รอฝีลไม่โต้เถียงโต๊ะซึ่งเป็นผู้ใหญ่กว่าและมีบุญคุณกับตน

 

 

๗.         นักเรียนคิดว่าการที่โต๊ะซาเกี๋ยร้องพลงกล่อมหลานให้ผลดีอย่างไร

ก.    ช่วยให้คนชรามีงานทำไม่เหงา                         

ข.    เด็กจะอบอุ่นมีความสุขและเลี้ยงง่าย          

ค.    เด็กจะปลอดภัยเมื่อมีคนดูแลตลอดเวลา       

ง.     เด็กจะคุ้นเคยกับเสียงเพลงและร้องได้เมือโตขึ้น

 

 ๘.         เมื่อโต๊ะบ่นเรื่องเถลไถลทำให้ช้ารอฝีลควรทำอย่างไรจึงจะดีที่สุด  

ก.    อธิบายชี้แจงให้โต๊ะเข้าใจในทันที

ข.    เงียบแล้วเดินหนีไปเพื่อไม่ให้เกิดการทะเลาะกัน          

ค.    กอดโต๊ะแล้วกล่าวขอโทษคราวหน้าจะรีบกลับให้เร็วขึ้น

ง.     ยอมรับแล้วอธิบายให้โต๊ะเข้าใจถึงเหตุผลที่ทำให้ช้า

 

 

 

๙.          การที่รอฝีลมักจะอาศัยตาชั่งที่ร้านขายของ นักเรียนคิดว่าควรทำอย่างไรจึง

         จะดีที่สุด  

ก.    ให้เงินตอบแทนทุกครั้งที่ใช้บริการ

ข.    กล่าวขอบคุณและควรหาโอกาสตอบแทนบ้าง

ค.    ควรแสดงความมีน้ำใจให้ปลาตอบแทนบ้าง

ง.     ควรใช้บริการหลายๆร้านหมุนเวียนไปเรื่อยๆ

 

 

 

๑๐.     การที่รอฝีลรับประทานอาหารพร้อมกันทั้งครอบครัวมีผลดีอย่างไร

ก.    อบอุ่นและไม่สิ้นเปลืองค่าใช้  ไม่ต้องจัดสำรับหลายครั้ง

ข.    เป็นโอกาสดีที่คนในครอลครัวจะได้ใกล้ชิดกัน                    

ค.    เป็นการได้พบกัน ได้คุยปรึกษาเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น

ง.     เป็นการประหยัดทั้งกับข้าวและง่ายต่อการเก็บกวาด