วันนี้ไปสอนน้องๆนักศึกษาโครงการจัดตั้งคณะเทคนิคการแพทย์ ม.สงขลานครินทร์ของเราอีกครั้ง ในหัวข้อเกี่ยวกับความผิดปกติของการเผาผลาญไขมัน ซึ่งหัวข้อนี้มีทั้งส่วนที่เป็นความรู้ที่เป็น fact คือใช่แน่นอนแล้ว รู้แน่ว่าเป็นเพราะอะไรยังไง แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นความรู้ที่ยังไม่นิ่ง ในแวดวงการศึกษาเรื่องนี้ยังมีกลไกอีกหลายขั้นตอนที่กำลังมีการศึกษาค้นคว้ากันอยู่ตลอดเวลา ทำให้การเตรียมเนื้อหาก็ต้องใช้เทคนิคส่วนตัวพอสมควรทีเดียวกว่าจะลงตัวได้อย่างใจ
ตามความตั้งใจเดิมก็คือ ไม่ชอบการสอนแบบที่คนสอนเอาสิ่งที่ต้องเรียนรู้มาพูดให้ผู้เรียนนั่งฟังนั่งจดทำความเข้าใจเพียงฝ่ายเดียว เพราะตามประสบการณ์ที่เรามีมาตลอดก็รู้แล้วว่า เรียนแบบนี้ก็ไม่ต่างกับการอ่านสิ่งที่อาจารย์เตรียมมาสอน จะอ่านเองหรือฟังอาจารย์พูดก็แทบจะไม่แตกต่างกัน ยกเว้นแต่ว่าถ้าอาจารย์เก่งหน่อยก็คงสามารถที่จะใส่อะไรเข้าไปในสมองของเราได้ในช่วงเวลาสั้นๆที่พูดให้เราฟังนั่นเอง แต่พอถึงเวลาสอบเราก็ต้องมานั่งอ่านนั่งท่องกันใหม่อยู่ดี ความรู้ความเข้าใจในบทเรียนในช่วงที่นั่งฟังในห้องเรียนนั้นมักจะผิวเผิน ไม่ค่อยคุ้มค่ากับเวลาที่เราเตรียมการสอนเอาเสียเลย นักศึกษาคงจะได้สนใจอีกทีเอาก็เมื่อจะสอบนั่นแหละ
เกิดไอเดียว่า เวลาที่เราได้สอนได้อธิบายให้คนอื่นฟังนี่แหละ เราจะได้สร้างความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาได้ด้วยตัวเราเอง ก็เลยคิดการให้น้องๆนักศึกษาแบ่งกลุ่มย่อยๆอ่านชีทการสอนที่เราเตรียมไปให้แล้ว คุยกันในกลุ่มทำความเข้าใจให้ได้ แล้วผลัดกันมาอธิบายให้เพื่อนฟัง เริ่ม assign งานกันตั้งแต่ต้นชั่วโมง แล้วก็เกริ่นนำโครงสร้างของเรื่องซึ่งมีหลายๆส่วนที่เป็นส่วนประกอบของสิ่งที่นักศึกษาจะเอามาใช้ทำความเข้าใจกับหัวข้อที่ต้องอ่านให้เข้าใจตรงหน้า อยากให้เขาพยายามเชื่อมโยงเนื้อหาให้ได้ด้วยตัวเอง
ปรากฎว่าจากการกระจายงานแบบนี้ นักศึกษาได้รวมกลุ่มกันคุยในหัวข้อของตัวเองพยายามอธิบายกันเองในกลุ่มก่อน แล้วก็เอามาถามเราในจุดที่เขาไม่เข้าใจ วิธีนี้ทำให้ได้คุยกับเขาตรงตัว ได้ฟังสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ ได้เห็นสีหน้าของเขาเวลาที่เราอธิบายแล้วทำให้เขาเข้าใจชัดขึ้น แม้ว่าเวลาของเราจะน้อยไป เพราะทั้งอาจารย์และนักศึกษาต่างก็ยังใหม่กับวิธีการเรียนแบบนี้ ทำให้ได้มีโอกาสฟังแค่ 2 กลุ่มออกมาอธิบายเท่านั้น แต่ก็ได้เห็นพัฒนาการของการเรียนรู้ชัดเจนทีเดียว
สิ่งที่เราได้รับรู้และดีใจที่ใช้วิธีนี้ก็คือ ได้เห็นชัดเจนว่าอะไรคือจุดที่นักศึกษาไม่เข้าใจจากคำถามที่เขาถามเรากันตัวต่อตัว พอเราอธิบายตรงจุด ในคนนั้นๆปั๊บ ก็เหมือนการคลิกเปิดปุ่มรับรู้ขึ้นมาทันที เพราะเมื่อฟังจากที่เขาพูดเราก็จะรู้เลยว่า เขาเข้าใจ เขาเชื่อมโยงได้แล้ว และการได้พูดคุยกันในกลุ่ม 2-3 คนก็เหมือนการแลกเปลี่ยนความรู้พื้นฐานที่เราให้เขาไปก่อนหน้านี้ ซึ่งแต่ละคนก็รับรู้ในระดับที่ต่างกันทำให้ได้เติมเต็มความเข้าใจให้กัน เห็นได้ชัดว่าแต่ละคนได้สร้างความเข้าใจในเนื้อหาให้ตัวเองได้ ส่วนกลุ่มที่ได้มีโอกาสอธิบาย ก็เห็นได้ชัดว่า การทำความเข้าใจในช่วงสั้นๆแล้วมาอธิบายนั้น ระหว่างที่พูดไปก็เข้าใจมากขึ้นๆ มีการเออออ ถามตอบตัวเองไปด้วย เราเป็นคนฟังคนลุ้นอยู่ก็พลอยดีใจกับพัฒนาส่วนนี้ไปด้วย
สิ่งที่ยังขาดไปสำหรับการสอนวันนี้ก็คือการสรุปหลักๆตอนท้าย แม้จะบอกคร่าวๆไปแล้วตอนต้น แต่เนื่องจากกะเวลายังไม่ถูกกับการเรียนการสอนแบบนี้ และมีอาจารย์ชั่วโมงต่อไปมารอแล้ว ทำให้ต้องรวบรัดจบและให้ส่งการนำเสนอทางเมลแทน แต่ก็บอกได้ว่า พัฒนาการในการเรียนรู้ที่ได้เห็นในน้องๆนักศึกษาเทคนิคการแพทย์ปี 2 กลุ่มนี้นั้นคุ้มค่ากับความตั้งใจที่เราอยากให้เขาได้เรียนรู้วิธีการเรียนจริงๆ และมองดูแล้ว (แบบไม่ได้เข้าข้างตัวเอง) ก็ได้เห็นความสนุกสนานมีชีวิตชีวาในการเรียนรู้ของเขา (แม้ตอนแรกๆอาจจะเครียดอยู่บ้างว่าต้องออกมานำเสนอหน้าห้อง) ไม่ใช่การนั่งฟังแบบเบื่อๆอยากๆแบบเดิมๆที่เราคุ้นตา ตั้งใจไว้แล้วค่ะว่า อีก 2-3 หัวข้อที่ต้องสอนนักศึกษากลุ่มนี้ก็จะหากลยุทธที่ให้เขาได้ใช้ทั้งหูและปากในชั่วโมงเรียนแบบนี้อีกแต่ต้องจัดการให้สามารถรวบรัดให้มีสรุปบทเรียนตอนท้ายให้ทันเวลาด้วย เห็นผลว่าเป็นการเรียนที่ทำให้รู้และเข้าใจได้จริงๆ
สวัสดีค่ะ พี่โอ๋..