มีพ่อลูกอยู่สองคน ไปซื้อลามาตัวหนึ่ง
พอจูงลาเดินผ่านหมู่บ้านที่หนึ่ง ชาวบ้านก็ด่าว่า "สองพ่อลูกนี่มันโง่
มีลาก็ไม่ขี่เดินจูงอยู่ได้"
สองพ่อลูกก็เลยขึ้นขี่ลาตัวเดียวกัน
พอผ่านหมู่บ้านที่สอง ชาวบ้านยิ่งด่าว่า "
สองพ่อลูกมันโหดร้ายใจดำ ลาตัวเล็กๆ ดันขี่ไปได้ตั้งสองคน"
ลูกชายวัย 15 ปี ก็โดดลงจากหลังลา ให้พ่อขี่อยู่คนเดียว
พอผ่านหมู่บ้านที่สาม ชาวบ้านด่าอีก "ดูพ่อคนนั้นสิ
ใจร้ายกับลูกตัวเล็กๆ มาก ตัวเองร่างกายกำยำรำสัน ดันขี่ลาสบาย
ปล่อยให้ลูกชายตัวเล็กๆ เดินจูงลาอยู่ได้" พ่อลงจากหลังลา
แล้วให้ลูกชายขี่ลาแทน
พอผ่านไปหมู่บ้านที่สี่ " คุณลูกชายนี่มันเนรคุณจริงๆ ขี่ลาสบาย
ปล่อยให้พ่อผู้บังเกิดเกล้าเดินจูงลาให้ ลูกอกตัญญู"
สองพ่อลูกนั่งกลุ้มใจอยู่ข้างก่อไผ่
คิดมากว่าทำยังไงจะไม่ให้คนตำหนิได้
พ่อคิดได้ จึงตัดลำไผ่ประมาณ 3 วา มัดขาลารวมกัน
แล้วพาลูกชายหามลาไป
ทางข้างหน้าต้องผ่านคลองที่มีน้ำไหลเชี่ยว
มีไม้กระดานสองแผ่นเป็นสะพานข้าม
พอสองพ่อลูกหามลาถึงกลางสะพาน สะพานก็หัก
สองคนหนึ่งตัวตกลงไปในคลอง ลาถูกกระแสน้ำพัดไปจมน้ำตาย
สองพ่อลูกคางเหลือง รอดตายหวุดหวิด
เรื่องนี้สอนใจว่า
ใครชอบ ใครชัง
ชั่งเขาเถิด
ใครเชิด ใครชู อยู่ที่เขา
ใครเบื่อ ใครบ่น ทนเอา
ตัวเรา รู้ว่าดี
แค่นี้....พอ
สรุปไม่ทราบจะทำอย่างไรดี จึงจะถูกใจคน ยากจริงเนาะคนนี่