แพรภัทร
ผู้ช่วยศาตราจารย์ แพรภัทร ยอดแก้ว

แนะนำ "พุทธวิหาร" จังหวัดนครนายก


สถานที่ฝึกปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ตามแนวทางสายเอก.. มหาสติปัฏฐานสี่ โดย ดร.ภัททันตะอาสภมหาเถระ อัคคมหากัมมัฏฐานาจริยะ เป็นผู้อำนวยการใหญ่ พระปลัดชัชวาล ชินสโภ เป็นประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ พุทธวิหาร

แพรได้มีโอกาสเข้าไปดูสถานที่ปฏิบัติธรรมใกล้ๆบ้าน เพราะหลวงพ่อวีระนนท์ท่านแนะนำให้มาที่นี่ค่ะ  เข้าไปดูแล้ว สัปปายะมาก และหลักสูตรการปฏิบัติธรรมก็เข้มข้น  น่าสนใจมาก  วันนี้แพรขอแนะนำให้รู้จักที่นี่ค่ะ "พุทธวิหาร"

*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*

พุทธบริษัทกลุ่มหนึ่งซึ่งมีทั้งพระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ผู้ทรงความรู้และมีความเข้าใจสภาพปัญหาและเงื่อนไขดังกล่าว และผู้หวังประโยชน์อันใหญ่หลวงแก่ปฏิบัติศาสนาอันจะพึงมีแก่มวลมนุษย์เทวดาทั้งหลาย และแก่การเข้าใจถูกต้องต่อพระศาสนาเอง ได้รวมกลุ่มกันเป็นมหาสมาคมพุทธบริษัทขึ้นโดยการนำของภิกษุพุทธบริษัท ร่วมใจกันสถาปนาศูนย์กลางการศึกษาวิปัสสนาธุระขึ้นเป็นแห่งแรก ณ ที่พักสงฆ์ธรรมจักร ๑๐๐/๑ ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยให้ชื่อว่า “ศูนย์กลางการศึกษาวิปัสสนาธุระพุทธวิหาร” โดยมีจุดประสงค์ดังนี้

1. เพื่อให้ปัญญาเห็นแจ้ง รู้จริงในวิธีการปฏิบัติให้วิปัสสนาญาณ มรรค ผล นิพพาน การเห็นทุกข์ การเห็นเหตุเกิดของทุกข์ การเห็นทุกข์ดับ และเห็นการดับทุกข์ ได้ปรากฏต่อสายตาปัญญาแห่งชาวโลก ไม่เป็นความลับอีกต่อไป เหมือนแบมือที่กำ หงายของที่คว่ำ เปิดของที่ถูกปิด ชี้ทางให้แก่คนที่หลงทางจุดประทีปในที่มืด เพื่อหวังว่าคนมีตาปัญญาจะพึงเห็นได้ ตามที่พระพุทธองค์ทรงประสงค์ไว้ไม่ต้องหลงเชื่อผิด เข้าใจผิดอีกต่อไป เป็นการป้องกันรักษาศาสนาปฏิบัติ อันเป็นวิปัสสนาธุระไว้ให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้พระศาสนาต้องมัวหมอง และให้สะอาดผ่องใสไปตลอดกาลนาน

2. เพื่อใช้เป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้าวิจัย การพัฒนาการเรียนการสอน การจัดทำหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมคมชัดถูกต้องตามหลักฐานทางคันถธุระอันได้แก่พระไตรปิฎก เป็นต้น เป็นสถานที่ศึกษาปริยัติชั้นสูงหลังปฏิบัติ และรวบรวมหลักวิชาการทางพระพุทธศาสนาเป็นสถานที่ศึhษาทั้งวิปัสสนาธุระ และคันถธุระของภิกษุ สามเณร พุทธศาสนิกชน และสาธุชนโดยทั่วไปไม่จำกัดชาติ ชั้นวรรณะ การศึกษา ศาสนา ฐานะ เพศ วัย เพื่อประโยชน์แห่งชาวโลกได้มีส่วนได้สัมผัส และเป็นเจ้าของผลแห่งปัญญาตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ถือว่าเป็นศาสนสมบัติของโลกอย่างแท้จริง

3. เพื่อบรรเทาและขจัดความเศร้าหมองแห่งจิตมนุษย์ที่เป็นเหตุแห่งความเหน็ดเหนื่อย ความทุกข์ ความวิปฏิสารเดือดร้อนในการดำรงชีวิตทั้งของบุคคล สังคม ประเทศชาติและของโลกให้เหือดหายไป พร้อมทั้งสร้างความสงบสุขร่มเย็น ความเอื้ออาทร ความเมตตาอารีต่อมวลมนุษย์ด้วยกัน ต่อสัตว์ทั้งหลาย ให้กลับมาสู่สังคมโลกอีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้ตามกำลัง

4.เพื่อให้โลกได้รู้ว่าวิปัสสนากัมมัฏฐานยังมีอยู่โลกจริง เป็นวิชาที่สามารถศึกษาได้ ปฏิบัติได้ ให้ผลได้ พิสูจน์ได้จริง เป็นปฏิบัติการอย่างแท้จริง ทั้งการปฏิบัติ ผลการปฏิบัติ และการพิสูจน์ผล การปฏิบัติมิใช่โวหาร หรือจิตนาการลึกลับอะไร เพียงแต่ต้องศึกษาด้วยตนเองอย่างจริงจังเท่านั้น ซึ่งเป็นการรักษาความสะอาดหมดจด เป็นการป้องกันคำสอนแห่งพระพุทธศาสนาปฏิบัติไว้ไม่ให้ผิดเพี้ยน เป็นการส่งเสริมให้โลกุตรธรรมวิชาปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน วิชาการสอนวิปัสสนา อันเป็นวิชาพิเศษเฉพาะในการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพุทธศาสนเอกลักษณ์ที่ไม่มีผู้สามารถดัดแปลง ปลอมแปลง หรือลอกเลียนแบบได้ ไว้ให้ยังคงเป็นประโยชน์ใหญ่ เป็นสมบัติของมวลมนุษย์โลก สมดังพระพุทธประสงค์ต่อไปและเพื่อให้ความสมานสามัคคีในหมู่พุทธบริษัทอันเกิดจากการศึกษาเห็นแล้ว เข้าใจพุทธธรรมอย่างถูกต้องได้กลับมาเป็นปึกแผ่นแน่นหนาเหมือนเดิม อันเป็นการทำให้ประเทศชาติมั่นคงและโลกสงบร่มเย็นด้วย

5. เพื่อเป็นสถานที่สร้างบุคลากร ระดับวิชาครูวิปัสสนาชั้นสูงที่มีคุณภาพมีประสิทธิภาพให้แก่พระพุทธศาสนาและแก่โลก เป็นสถานที่อนุรักษ์เผยแผ่พระสัทธรรมทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ เป็นศูนย์รวมแห่งงานศาสนาปฏิบัติทั้งหลักฐาน และแหล่งวิชาการ

6.เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที ต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา ครูอาจารย์ สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงต้องการให้หลักสูตรการศึกษาวิปัสสนาธุระเกิดขึ้นในการศึกษาของมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยอันเป็นเหตุให้องค์ประธานสภานายกแสวงหาและนำมาสู่ผืนแผ่นดินในภายหลัง ได้ทรงสมพระราชประสงค์ เพื่อเป็นบรมราซานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี ที่พระวิปัสสนาจารยได้นำวิปัสสนาธุระมาเผยแผ่ในแผ่นดินไทยในรัฐสมัยของพระองค์ และบรรดาบรรพบุรุษผู้มีคุณต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ทั้งหลายด้วยการสร้างเป็นพุทธศาสนปฎิบัติตานุสรณ์ให้เป็นการบูชาคุณท่านด้วยความสามัคคีอันดีแห่งพุทธบริษัท พุทธศาสนิกชนผู้หวังความสงบร่มเย็นแก่ชาติและโลก มอบให้เป็นของขวัญอันล้ำค่าสูงที่สุด ที่พวกเรามอบให้แก่ชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์และแก่สาธุชนชาวโลกเพื่อใช้เป็นสถานที่ดับทุกข์ด้วยน้ำใจอันเปี่ยมด้วยความปรารถนาดีอย่างแท้จริง

7. เพื่อให้ความปรารถนาอันเกิดจากพระมหากรุณาอันยิ่งใหญ่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในอันที่จะเห็นมนุษย์ เทวดา สัตว์ ทั้งหลายพ้นทุกข์ดับทุกข์แห่งตนได้ ยังคงเป็นประโยชน์ใหญ่ยิ่งแก่มวลมนุษย์สืบไปภายหน้า เพื่อให้ความปรารถนาของท่านอาจารย์เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) ผู้มุ่งมั่นในอันที่จะปลูกฝังวิปัสสนาธุระให้เกิดขึ้นและเจริญงอกงามวัฒนาสถาพร เป็นประโยชน์แก่มวลมนุษย์ชาวไทยและบุคคลผู้อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยได้เกิดขึ้นและเจริญงอกงามในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อให้พระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในอันที่จะให้วิปัสสนาธุระที่ถูกต้องเกิดขึ้นแก่การศึกษาพระศาสนาในประเทศ เพื่อเป็นพุทธบูชาให้ตรงตามหลักสูตรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ได้บรรลุตามพระราชประสงค์ ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

8. เพื่อให้ความปรารถนาของท่านอาจารย์ พระภัททันตะ อาสภมหาเถระ อัคคมหากัมมัฎฐานาจริยะพุทธศาสตร์ดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดึ้ พระวิปัสสนาจารย์สมณฑูตที่นำปฏิบัติศาสนามาเผยแผ่ในประเทศไทย ได้ฝากไว้แก่ข้าพเจ้าด้วยความไม่สบายใจและเป็นห่วงต่อพระปฏิบัติศาสนาว่า “อาจารย์เป็นคนเอาวิปัสสนามาเผยแผ่ในประเทศไทยเอง เมื่อก่อนหน้านั้นวิปัสสนาไม่มี เมื่ออาจารย์มาใหม่ ๆ ได้สำรวจวัดที่ขึ้นป้ายวิปัสสนากัมมัฏฐานทั่วประเทศ ๑,๖๐๐ กว่าวัด ป้ายที่เขียนน่ะใช่ แต่วิธีสอนข้างในไม่ใช่ เป็นต่าง ๆ กันไป เมื่ออาจารย์มาใหม่ๆ ตอนแรกไม่มีคนรู้จักวิปัสสนา สอนง่ายดีเหลือเกิน ตอนหลังคนรู้บ้างไม่รู้บ้างไปสอนตำราก็เกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย พระไตรปิฎกอรรถกถาฎีกาก็ไม่ค่อยค้นดูกัน ชอบอัตโนมัติเอาเอง ทำให้วิปัสสนาผิดเพี้ยนไปอาจารย์ไม่ค่อยสบายใจ บุคคลเหล่านั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นลูกหลานของอาจารย์เอง อาจารย์เป็นคนต่างชาติถึงรู้อยู่แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ ในบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ประโยค ๙ หัวแข็งมากที่สุด ส่วนท่านความรู้ก็ไม่ค่อยมีแต่หัวแข็งกว่าประโยค ๙ เสียอีก ในฐานะที่ท่านเป็นคนไทยด้วยกันท่านต้องไปทำ” เหล่านี้เป็นความปรารถนาที่เต็มเปี่ยม และแฝงเต็มไว้ด้วยความห่วงใย ในพระศาสนาที่แฝงด้วยความเมตตา อันใหญ่หลวงในพุทธบริษัท ชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง ความต้องการเห็นพระพุทธศาสนาปฏิบัติที่ถูกต้องเกิดขึ้น และยังเป็นประโยชน์ใหญ่แก่ปวงชนชาวไทยไปตราบนานเท่านาน ได้มีโอกาสบรรลุสมความปรารถนา

9. เพื่อให้ได้มีส่วนเสริมสร้าง ส่วนการศึกษาของมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ให้ได้บรรลุเป้าหมายในส่วนวิซาชั้นสูงตามที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ องค์ผู้สถาปนามหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยได้ทรงประสงค์ไว้ปรากฏในประกาศพระราชปรารภในการก่อพระฤกษ์สังมิกเสนาศน์ราชวิทยาลัยเพื่อเตรียมพระราชทานพระนามใหม่ว่ามหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยในปี พ.ศ.๒๔๓๙ ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) สมัยที่ยังดำรงสมณศักดิ์เป็นพระพิมลธรรม องค์ประธานสภานายกมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยรูปหนึ่ง ได้ให้ความหมายในการปฐมนิเทศน์นิสิตใหม่ของจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในพระอุโบสถวัดมหาธาตุฯ ประจำปี พ.ศ.๒๕๒๙ ว่า “คำว่าวิชาชั้นสูงหมายถึง มรรค ผล นิพพาน หรือ โสฬสญูาณ ดังนั้นผู้ใดศึกษาที่มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยยังได้ไม่ถึงโสฬสญูาณ จึงยังไม่จบหลักสูตรวิชาชั้นสูงของมหาจุฬาฯ”

ดังนั้นเพื่อให้นิสิตหรือบัณฑิตของมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยได้มีโอกาสเรียนจบทั้งปริยัติสัทธรรมและวิชาชั้นสูงแม้สถาบันการศึกษาอื่น ๆ ทั้งของสงฆ์และของคฤหัสถ์ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งของศาสนาพุทธและศาสนาอื่น ๆ ทั้งที่มีอยู่ภายในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกอย่างไม่จำกัดชาติ ชั้น วรรณะ ศาสนา เพศ วัย ได้มีสถานที่ศึกษาวิชาชั้นสูง ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนี้อย่างเสมอภาค จบหลักสูตรสมบูรณ์โดยเท่าเทียมกันตามกาลอันสมควรด้วยความสามารถแห่งตนในอนาคต

10. เพื่อทำให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ปรากฏแก่จักษุคือปัญญาญาณแห่งพุทธบริษัทที่เคารพนับถือ จงรักภักดีซื่อตรงต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อขจัดความเข้าใจผิดเพี้ยนที่มวลมนุษย์มีต่อพระศาสนาด้วยอำนาจแห่งโมหะและมานะทิฎฐิให้หมดไปเหมือนดวงพระอาทิตย์อุทัยขึ้นจับขอบฟ้าเพื่อขจัดความมืดมิดอันเปรียบด้วยโมหะอันทำให้เกิดความเข้าใจผิดวิปลาสไปจากสภาพความจริงที่เป็นจริง ความชัดเจนแจ่มแจ้งแห่งธรรมได้โอกาสกลับคืนมา เพื่อให้ปรากฏแก่ดวงตาปัญญาแห่งมนุษย์สัตว์เป็นประโยชน์สืบต่อไป อันเป็นความประสงค์สุดยอดแห่งเรา แห่งกลุ่มผูทำงานนี้ขึ้นด้วยเหตุผลที่ว่า พระพุทธศาสนาจะไม่บรรลุประโยชน์แก่มนุษย์และเทวดาตามเป้าหมายได้เลยถ้าขาดการปฏิบัติที่ถูกต้องอย่างถึงคุณภาพ เช่น ท่านจะไม่สำเร็จประโยชน์เพียงแค่รู้ปริยัติว่า ทานมีกี่ชนิดชนิดไหนมีอานิสงส์มากชนิดไหนมีอานิสงส์น้อย คำถวายว่าอย่างไรสามารถแนะนำผู้อื่นได้แต่ไม่เคยทำเองเลย ไม่เคยถวายเลย ศีลก็รู้เป็นอย่างดีว่ามีกี่ชนิด อะไรบ้าง ทำอย่างไรจึงจะได้อานิสงส์มากหรือน้อยอย่างไร สามารถแนะนำผู้อื่นได้แต่ตนเองไม่เคยรักษาเลย ภาวนาไม่ว่าจะเป็นสมถะหรือวิปัสสนาท่องได้หมด พูดได้หมด หากจะมีความสามารถถึงขั้นแนะนำคนอื่นได้แต่ตนเองไม่เคยทำเลย ก็ไม่สามารถได้รับประโยชน์จากปริยัติสัทธรรมนั้นๆ ได้เลยแม้แต่น้อยเหมือนกัน

11. เพื่อให้กิจในการศึกษาแห่งพระพุทธศาสนาครบวงจร กล่าวคือ วิปัสสนาธุระอันได้แก่ปฏิบัติศาสนาได้ถูกต้องเริ่มก่อนจึงได้ผล อันได้แก่ปฏิเวธศาสนาจึงเกิดได้ และสุดท้ายจึงตรวจสอบทั้งปฏิบัติและปฏิเวธนั้นด้วยปริยัติศาสนาอันเป็นวิทยานิพนธ์หลักฐานในการตรัสรู้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและอริยสงฆ์ได้ทำไว้ อันเป็นคันถธุระว่าถูกต้องตรงตามสมมุติบัญญัติที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้หรือไม่ เพื่อไม่ให้มีความเห็นขัดแย้งกันกับที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ด้วย การสร้างสมมุติบัญญัติอื่นขึ้นมาอันอาจทำให้เกิดความเข้าใจในพระปริยัติสัทธรรมคลาดเคลื่อนนั้นได้หายไป อันเป็นการทำให้สัมมาทิฎฐิความเห็นถูกต้องตรงกันตามแนวทางที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เคยทำไว้แต่โบราณให้ยังคงเป็นแนวทางที่ปรากฏเห็นเด่นชัดว่าถูกต้องที่สุด เหมาะสมที่สุด แก่การศึกษาเพื่อดับทุกข์ของโลกต่อไป

http://www.dmj80.org/

หมายเลขบันทึก: 317883เขียนเมื่อ 3 ธันวาคม 2009 16:39 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 ธันวาคม 2012 13:38 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (8)

ทุกวันอาทิตย์ “ศูนย์กลางการศึกษาวิปัสสนาธุระพุทธวิหาร”

จัดให้มีกิจกรรม โ ค ร ง ก า ร อ า ทิ ต ย ธ ร ร ม ส ว น า คึิอโครงการธรรมปฏิบัติพัฒนาจิตประจำวันอาทิตย์

เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาส ทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม

โดยพิธีเริ่มเวลา ๘:๐๐ น. ตักบาตรพระ ถวายสังฆทาน ทำวัตรเช้า ฟังธรรมเทศนา

ขอเชิญชวนเพื่อนๆกัลยามิตรทุกท่าน เข้าไปร่วมโครงการทุกวันอาทิตย์ ที่ศาลาต้นไม้ นะคะ

ผมขอเชิญชวน ผู้ที่กำลังเห็นทุขก์เกิดขึ้นในจิตในใจของตน และพยายามหาวิธีดับทุขก์ ได้ลองทำมาหลายวิธีแล้ว แต่ก็ไม่สามารถดับทุขก์ได้สักที หรือท่านที่มีความเครียด นอนไม่ค่อยหลับ ต้องกินยานอนหลับ แต่แล้วยาก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย

ผมต้องขอแสดงความดีใจกับท่านด้วย แต่อย่าพึ่งเข้าใจผิดนะครับ ผมไม่ได้ล้อเล่น เพราะผมกำลังจะบอกกับท่านว่า มีสำนักปฏิบัติธรรม อยู่ที่หนึ่งครับ ที่สามารถตอบโจทย์ของท่านได้ เป็นหลักสูตรที่เข้มข้น เห็นผลได้ภายใน 15 วัน(มีคอร์สชิมลอง 3 วัน)

หากต้องการทราบเพิ่มเติมติดต่อผมได้ทางเมลนะครับ

สุดท้าย มีอยู่คำพูดอยู่คำหนึ่งว่า

"การที่เราไ่ม่ได้ไปปฏิบัติ ณ สถานที่แห่งนี้ เพราะว่าเราไม่รู้จัก นั้นถือว่าไม่น่าเสียดาย"

"แต่ ถ้าเรารู้ว่ามีสถานที่แห่งนี้อยู่ แล้วเราไม่ได้ไปปฏิบัติ นั้นถือว่าน่าเสียดายยิ่งนัก"

(น่าเสียดายที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ และได้พบพระพุทธศาสนา)

ผมลืมให้เมลนะครับ montolsom@hotmail.com

อ้อสถานที่ที่ผมแนะนำคือ พุทธวิหาร จ.นครนายก

ภารินทร์ นิ่มรัตนสิงห์

พึ่งกลับมาจากปฏิบัติธรรม ได้รับสิ่งดีๆ มาเยอะมาก อยากให้ทุกคนต้องไปสัมผัสเอง

ได้ไปปฏิบัติที่นี่เป็นประจำ 1. ได้เรียนรู้ว่าวิธีการดับทุกข์ด้วยมรรคนั้นทำอย่างไร ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าเป็นหนทางเดียวที่จะดับทุกข์ได้

2. เมื่อปฏิบัติได้ถูกต้องตามที่พระอาจารย์ท่านสอน ก็จะเห็นผลของการปฏิบัติด้วยตนเอง พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่ารู้ได้เฉพาะตน

3. ทําให้รู้ถึงธรรมชาติของจิตและจะต้องจัดการอย่างไร

4. ไม่ต้องไปเสียเงินทองขวนขวายให้ใครมาแก้ทุกข์ แก้กรรมให้(ทำไม่ได้ด้วย)

5. ได้เรียนรู้ในการนํากลับมาปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตประจำวันอันยุ่งเหยิง ทำให้ชีวิตดีขึ้นในทุกด้าน

เก็บเสื้อผ้า(ชุดขาว)ยัดใส่กระเป๋าตัดสินใจให้เด็ดขาดเตรียมอาวุธ(ใจ)ให้แข็งแกร่งดั่งนักรบของพระพุทธเจ้า พร้อมจะหำ้หั่นกับทุกข์ กิเลสให้สิ้นไป

อ้ออย่าลืมโทรไปจองและเช็ควันในการเข้าคอร์สก่อนนะครับมีคอร์ส 3 วัน สำหรับผู้มีเวลาน้อยและอย่างน้อย 15 วัน สำหรับผู้ต้องการเห็นผลของการปฏิบัติ (ต้องตั้งใจและอดทน) ขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ

Email: kenkasin@hotmail.com

สมชาย ชำนาญชานันท์

มีเพื่อนคนนึงมาปฏิบัติธรรมเข้าคอร์ส 15 วันประจำ คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมากและถ้ามีโอกาสก็จะไป

มีคอร์สระยะสั้นประมาณ 3 วันมั้ยค่ะ ประมาณว่า วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ประมาณนี้ อยากไปปฏิบัติธรรมแต่ติดงาน แล้วเวลาไปต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างคะ เช่นเครื่องแต่งกายต้องใส่ชุดขาวมั้ย และให้ไปพักที่นั้นเลย หรือไปเช้าเย็นกลับคะ

ในช่วงวันหยุดเทศกาล ที่พุทธวิหารนี้จะมีการปฏิบัติ เพื่อให้คนที่มีจิตศรัทธาได้แต่ไม่มีเวลา ให้ใช้เวลาช่วงนี้ในการสร้างมหากุศล ด้วยการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน 

ที่พุทธวิหารนี้ มีคอร์สระยะสั้น 3 วัน เดือนละหนึ่งครั้ง

                       คอร์สภิกษุ    20 วัน เดือนละครั้ง

                       คอร์สอุบาสก อุบาสิการ 15 วัน เดือนละครั้ง

                       คอร์สพิเศษ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ตามโอกาส

                       หรือติดต่อสอบถามและสมัครได้ที่ ฝ่ายธุรการศูนย์ฯ ๐๓๗-๓๓๐๐๘๙ , ๐๘๗-๔๙๕๘๑๑๑ , ๐๘๙-๒๖๕๙๖๑๓

                          ขออนุโมทนา

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี