ผู้ป่วย ความเป็รธรรม


ความเป็นธรรมด้านสุขภาพ

 สุขภาพ หมายถึงภาวะเป็นสุขทั้งกาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ ที่มนุษย์พึงได้รับอย่างทั่วถึง เท่าเทียม ทั้งนี้เพื่อให้สามารถดำรง

ชีวิตได้อย่างปกติสุข มีสุขภาวะที่เหมาะสม สังคมเอื้ออาทร ลดความรุนแรง     สิ่งแวดล้อมไม่เป็นพิษ     สามารถเข้าถึงบริการ

สาธารณสุขได้เสมอทั้งเรื่องการป้องกันโรค การรักษาเมื่อเจ็บป่วย และการฟื้นฟูสุขภาพหลังการเจ็บป่วย หรือเมื่อทุพพลภาพ เมื่อ

มนุษย์ทุกคนได้รับบริการ มีบรรยากาศสุขภาวะที่ดี ไม่มีคนใดคนหนึ่งถูกแบ่งแยก  กีดกันออกไปจากระบบสุขภาพ เมื่อนั้นจึงจะเรียก

ได้ว่าเกิดความเป็นธรรมด้านสุขภาพขึ้น( สุรีรัตน์ ตรีมรรคา )  แต่ในสภาพปัจจุบัน คนที่ไม่มีเอกสารแสดงสถานะบุคคลว่าเป็นคนไทย

เช่น กลุ่มชาวเขาบางส่วน กลุ่มคนไทยที่ถูกกันออกไปเมื่อมีการแบ่งแยกประเทศ คนไร้บ้าน เหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลรักษาเพราะถูก

มองว่าไม่ใช่คนไทยเนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน ทั้งที่เกิดและเติบโตในเมืองไทย นี่คือความไม่เป็นธรรมด้านสุขภาพที่ดำรงคงอยู่    
     ขณะเดียวกัน แม้เป็นคนไทย มีบัตรประชาชน เช่นผู้พิการ  ผู้สูงอายุ เด็กและคนเร่ร่อน   ที่ถูกทอดทิ้ง   แต่เมื่อเจ็บป่วยก็ไม่อาจ

ได้รับการรักษาที่มีคุณภาพ  เช่น

  -   ไม่มียาที่เหมาะสมกับสาเหตุการเกิดโรค อันเนื่องจากราคายาที่สูง รัฐบาลไม่อาจจัดสรรให้ได้ ภายใต้ระบบหลัก         ประกัน

สุขภาพ   
  -  ฐานะทางเศรษฐกิจ  ความยากจน เมื่อเจ็บป่วยไม่มีเงินสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง มาขอรับบริการ 
  -  ขาดการศึกษา ทำให้ไม่ทราบถึงสิทธิด้านสุขภาพ ไม่ทราบขั้นตอนการเข้าถึงบริการ
   การมีสุขวิทยาส่วนบุคคลที่ไม่ดี  ที่อยู่อาศัยไม่ถูกหลักสุขาภิบาล
  -  ความเชื่อ วัฒนธรรม    เช่น   เชื่อว่าการรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ ดีกว่าการรักษากับแพทย์
  -  การเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัยหรือคนเร่รอน การย้ายถิ่นไปเรื่อยๆ    ทำให้การรักษาพยาบาลโรค
    ไม่ต่อเนื่อง  โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง เช่น  วัณโรค  เบาหวาน   ความดันโลหิต
 -  สภาพทางสังคม สังคมไม่ยอมรับ     เช่น     ไม่มีญาติ     ติดยาเสพติด เช่น ติดยาบ้า  ติดสุราเรื้อรัง  ยิ่งทำให้บุคคลเหล่านี้ห่าง

ไกลสังคมมากขึ้น  ทำให้เป็นปัญหาเวลาจะเข้ารับบริการด้านสุขภาพ


-----

                                              สถานการณ์ปัจจุบัน

โรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว  อำเภอคำเขื่อนแก้ว   จังหวัดยโสธร  รับผิดชอบ ประชากร จำนวน  70,516 คน  มีผลงานการขึ้นทะเบียน

ครอบคลุมประชากร ร้อยละ  99.97( ข้อมูล ณวันที่31 ตุลาคม 52 )   ส่วนที่เหลือที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน ร้อยละ 0.03     ซึ่งมีปัจจัย

หลาย ๆด้าน ที่ทำให้การขึ้นทะเบียนไม่ครอบคลุม 100 %  เช่น  เกิดจากการย้ายถิ่นของประชากร  แล้วไม่แจ้งที่อยู่ให้ชัดเจน จึง

ยากที่จะติดตาม มักเกิดฤดูหลังการเก็บเกี่ยว    บางกรณีไม่มีแม้แต่เลขที่บัตรประชาชนซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียน

ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้  การถูกปลดสิทธิ  คนไร้สัญชาติ ฯลฯ  บุคคลส่วนน้อยเหล่านี้  ยังวนเวียนอยู่ใน  วงจร

แห่งความแห่งความยากจน คือ  ขาดการศึกษา  ยากจน  และเจ็บป่วย บางคนถูกสังคมทอดทิ้ง     ซึ่งจะได้เห็นเป็นประจำ

จากรายการทางโทรทัศน์ เช่น รายการ
วงเวียนชีวิต  คนค้นคน  เด็กเก่าหัวใจแกร่ง     เป็นต้น

                                                      กรณีศึกษา

.......

pt1

 

 

ประวัติส่วนตัว
        
ผู้ป่วยชายไทยอายุ  66 ปี สถานภาพสมรส  แยกกันอยู่กับภรรยา  มีบุตร 1 คนภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 4 ตำบลลุมพุก

อำเภอคำเขื่อนแก้ว  จังหวัดยโสธร
         
ประวัติครอบครัว
 
ในครอบครัวมีพี่น้องทั้งหมด 6 คน ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ 3 คน คือตัวผู้ป่วย  พี่ชาย และน้องชายที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานและชอบดื่ม

สุราทำให้เกิดความขัดแย้งในครอบครัวอยู่เป็นนิจ 
 
บุคลิกลักษณะนิสัย 
 
เป็นคนหงุดหงิดโมโหง่าย พูดจาโผงผางตรงไปตรงมา หยิ่ง มีศักดิ์ศรีของตนเอง  สูบบุหรี่โดยใช้ใบตองพันกับยาเส้น ประมาณ 30

มวนต่อวัน  ดื่มสุราวันละ 3 เป๊ก ปัจจุบันเลิกดื่มสุราแล้ว แต่ยังสูบบุหรี่ ประมาณ 3 มวนต่อวัน  มีอาชีพรับจ้างโดยทำงานไปเรื่อยๆ

เนื่องจากภรรยาและลูก  ไล่ออกจากบ้าน   เพราะมีนิสัยชอบขโมยของภายในบ้าน และของเพื่อนบ้านไปขายเพื่อมาซื้อสุราดื่มเป็น

ประจำ

ประวัติการเจ็บป่วย

             ปลายปี พ.ศ. 2547 ได้รับอุบัติเหตุทางตา โดยตาขวาโดนใบข้าวบาดจนตาเป็นหนอง แพทย์ส่งตัวไปรับการรักษาที่โรง

พยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี  แต่แพทย์ก็รักษาไม่ได้ ทำให้ตาข้างขวาบอด
  17  กุมภาพันธ์ 2549 ได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นวัณโรคปอด เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว แต่ผู้ป่วยไป

รับจ้างที่ต่างจังหวัด  ผู้รับผิดชอบงานวัณโรคก็พยายามติดตามตัวมารักษาต่อ โดยเริ่มการรักษาใหม่ถึง 3  รอบ ในระหว่างติดตามการ

รักษานั้นผู้ป่วยได้แพร่เชื้อวัณโรคให้กับพี่ชายทำให้พี่ชายต้องเข้ารับการรักษาโรควัณโรคจนหายขาดโดยการกินยาจนครบ
6 เดือน แต่สำหรับผู้ป่วยนั้น ยังขาดยาทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่อง
  5  มีนาคม 2550 เข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว  ด้วยโรควัณโรคปอด แต่เนื่องจากเป็นจากการกลับเป็น

ซ้ำโรคเดิมแพทย์  ให้การรักษาด้วยสูตร CAT 2 ซึ่งผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาทั้งยากินและยาฉีดอย่างต่อเนื่อง 8 เดือนตามแผน

การรักษาอย่างครบถ้วน แต่เนื่องจากผู้ป่วยเองไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงทำให้การติดตามดูแลผู้ป่วยไม่ต่อเนื่อง ตลอดจนไม่มีญาติ
คนใดรับดูแลผู้ป่วยเลย  ทำให้เกิดคำถามว่าเราทีมสุขภาพของศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลลุมพุก        จะดูแลผู้ป่วยรายนี้ให้หายขาด

และไม่แพร่เชื้อวัณโรคสู่ชุมชนได้อย่างไร  ดังนั้นทีมดูแลจึงได้ประสานงานกับ ผู้นำชุมชน อสม.  และประชาชน  ทั้ง 3 หมู่บ้าน

ประกอบไปด้วยบ้านขี้เหล็ก  บ้านร่องคำ และบ้านสมสะอาด และคณะครูโรงเรียนวุฒิศักดิ์คุรุราษฎร์อุปถัมภ์ พร้อมทั้งเจ้าอาวาสวัดขี้

เหล็กใหญ่มาร่วมระดมสมอง และแสดงความคิดเห็น ในการมีส่วนร่วมดูแลผู้ป่วยรายนี้ ที่สำคัญที่สุดนั้น  คือเน้นที่การให้ผู้ป่วยมีที่

อยู่อาศัยที่ปลอดภัย ได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง และการป้องกันการแพร่เชื้อวัณโรคเข้าสู่ชุมชน


 

 


 


            จากการทำประชาคมในครั้งนี้ทำให้เกิดกระท่อมรวมน้ำใจขึ้นมา 1 หลังโดยที่ทุกภาคส่วนในชุมชนร่วมบริจาควัสดุ และ

อุปกรณ์ในการก่อสร้างและผู้นำชุมชนตลอดจน อสม.และประชาชนในหมู่บ้านมาสร้างกระท่อมหลังนี้ขึ้น และทางวัดได้ดูแลเรื่อง

ข้าวปลาอาหารของผู้ป่วยทุกวัน ทำให้การรักษาผู้ป่วยในรอบนี้บรรลุวัตถุประสงค์ของการดูแลผู้ป่วย  คือได้รับยาครบตามกำหนด

อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น   เสียงสะท้อนจากชุมชนและเจ้าหน้าที่ซึ่งคอยติดตามให้การดูแลภายหลังได้รับการรักษานั้น

ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี  และยังได้กำลังใจอย่างใกล้ชิดจนผู้ป่วยครบตามแผนการรักษาและได้รับการตรวจซ้ำว่าหายจากการ

ป่วยเป็นวัณโรคเมื่อ 21 พ.ย. 2550
        ด้วยความไม่แน่นอนของชีวิตของคนเรา กระท่อมที่ผู้ป่วยอาศัยอยู่ได้ถูกรื้อทิ้งโดยน้องชายของผู้ป่วยเองเพราะมีเรื่อง

ทะเลาะกันอยู่เกือบทุกวันและได้ให้ผู้ป่วยไปอยู่กระท่อมปลายนาคนเดียวซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านไปประมาณ 3 กิโลเมตร ทำให้ผู้ป่วย

เที่ยวเร่ร่อนไปเรื่อยๆอีกครั้งหนึ่งแต่ช่วงตอนเย็นจะกลับไปนอนที่กระท่อมกลางนาทางลัดไปบ้านดอนเขืองและต่อมาหลานชายและ

หลานสะใภ้ถูกไล่ออกจากบ้านมาอยู่กระท่อมปลายนาทำให้ ผู้ป่วยไม่มีที่พักอาศัยจำต้องนอนพักที่โค่นต้นไม้ข้างกระท่อมปลายนา 

ต่อมาผู้ป่วยมีไข้สูง ญาตินำส่ง โรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว ที่หอผู้ป่วยในชายของโรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว แต่เนื่องผู้ป่วยมีอาการติด

เชื้อรุนแรงเกินขีดความสามารถของโรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว  แพทย์ผู้รักษาจึงตัดสินใจส่งตัวไปรักษาที่ โรงพยาบาลยโสธร ในช่วง

ที่รับการรักษาที่โรงพยาบาลยโสธร ตามแผนการรักษาของแพทย์ผู้ป่วยต้องเจาะคอเพื่อช่วยชีวิตและรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล

ยโสธรเป็นเวลา 1 เดือน   จึงถูกส่งตัวกลับมารักษาต่อที่โรงพยาบาล
คำเขื่อนแก้วเมื่อพ้นภาวะวิกฤตและได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากทีมสุขภาพของโรงพยาบาล
คำเขื่อนแก้ว จากสภาพที่คนป่วยที่ได้รับการให้อาหารทางสายยางและมีแผลกดทับจนผู้ป่วยสามารถ ช่วยเหลือตนเองได้ในกิจวัตร

ประจำวันได้เป็นอย่างดีเป็นเวลา 7 เดือน มีนาคม 2552 – กันยายน 2552 และทางหอผู้ป่วยในชายได้ประสานงานมายังศูนย์

สุขภาพชุมชนตำบลลุมพุก เพื่อเตรียมครอบครัวและชุมชนในการกลับบ้านของผู้ป่วยอีกครั้ง

 


 


 

 

         เมื่อมาถึงตอนนี้หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลลุมพุก ก็คือการประสานงานเพื่อจัดหาที่อยู่ที่ปลอดภัยและมีผู้

ดูแลเรื่องอาหาร  จึงได้มีการทำประชาคมของ 3 หมู่บ้านขึ้นอีกจำนวน ถึง 3 รอบ เพราะยังมีข้อขัดแย้งในตัวของสมาชิกในชุมชนเอง

และยังไม่มีใครที่จะยอมรับในตัวผู้ป่วย  เพราะสมากชิกชุมชนยังยึดติดอยู่กับอดีตที่เคยทำกระท่อมให้แล้วแต่ก็ยังถูกรื้อทิ้ง   แต่ในที่

สุดก็มีญาติของผู้ป่วยเองซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกันอนุญาตให้ผู้ป่วยอาศัยอยู่ด้วย โดยมีคณะผู้นำและแพทย์ประจำตำบลเป็นผู้ดูแลใน

การจัดทำที่พักให้ซึ่งเป็นใต้ถุนยุ้งข้าวเอาเตียงไปวาง มีผ้าบังแดดบังฝน และกางมุ้งเวลานอนเพื่อป้องกันยุงกัด  และอาสาเป็นผู้ดูแล

เรื่องอาหารและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มให้ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้งหนึ่งแต่ในการดูแลครั้งนี้ ญาติมี

เงื่อนไขว่า ตัวผู้ป่วยเองต้องไม่ดื่มสุรา และไม่สูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด
และทางทีมเจ้าหน้าที่ ก็ได้ออกติดตามดูแลผู้ป่วยทุกเดือนเพื่อประเมินสภาวะสุขภาพของผู้ป่วยและส่งเสริมและเสริมสร้างกำลังใจ

ญาติผู้ดูแลเพื่อให้มีความภาคภูมิใจที่จะดูแลผู้ป่วยต่อไป
           จากการประเมินสภาวะสุขภาพของผู้ป่วยครั้งล่าสุด ผู้ป่วยมีความสุขตามอัตภาพ  มีขวัญและกำลังใจที่ดี มีความพึงพอใจ

กับสภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบัน