ประเทศไทยไม่ได้ อุดมไปด้วยความห่วยแตกในทุกมิติ แต่เรามีสิ่งดีๆ มากมาย ต้องใช้สายตาของคนมองโลกในแง่ดีมอง จึงจะเห็น

      ไม่น่าเชื่อว่าคนบางคนมองโลกในแง่ร้ายแบบสุดๆ โลกของพวกเขามีสีเดียวคือสีดำ

       เพิ่งอ่านความคิดของเจ้าของนามปากกา คำ ผกา คอลัมนิสต์มติชนสุดสัปดาห์ (๒๐-๒๖ พ.ย. ๒๕๕๒) ถูกนำมาถ่ายทอดต่อในคอลัมม์สยามประเทศ (มติชนรายวัน , ๓๐ พ.ย. ๒๕๕๒)  ขอถ่ายทอดมาเสนอต่อ แบบไม่ตัดตอนค่ะ

           "เรื่องการศึกษาเราก็เก่งมาก เพราะเรามีนักเรียนได้เหรียญทองโอลิมปิกวิชาการทุกปี ทั้งๆที่ประเทศเราจนแสนจน และระดับคุณภาพการศึกษาโดยรวมต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

          เหรียญทองโอลิมปิกวิชาการไม่ใช่สิ่งที่น่าภาคภูมิใจ แต่เป็นสิ่งที่น่าอับอาย มันคือการประจานความเหลื่อมล้ำต่ำสูงที่อยู่ในสังคมของเรา มันคือการประจาน mentality ของประเทศเราที่รักแต่จะทำในเรื่องฉิบหายไม่ว่า ขอให้ได้หน้า ก็แล้วกัน- - - - - - -

        Mentality ของประเทศไทยก็เหมือน mentality ของคนไทยที่ชอบอวดเกียรติยศกันที่ฝาผนังบ้าน ทั้งรูปรับปริญญา ปริญญาบัตร- - - - - - -

       เราชอบติดรูปลูกรับปริญญาที่ฝาผนังบ้าน แต่เราไม่ชอบถามว่าปริญญานั้นได้สร้างประโยชน์ใดๆให้กับตนเอง ครอบครัว สังคม

       ปริญญาบัตรคือความรู้ คือปัญญา หรือเป็นแค่เกียรติยศไว้ปกปิดปมด้อยเหมือนอาการภูมิใจกับเหรียญทองโอลิมปิก ชีวะ เคมี ฟิสิกส์ ของเด็กไทยที่ช่วยปกปิดปมด้อยของประเทศที่เราก็รู้กันดีจริงๆ แล้วมันอุดมไปด้วยความห่วยแตกในทุกมิติ-อย่างสังคมไทย

       จะให้ฉันลิสต์ไหมว่า มีอะไรห่วยบ้าง?

  • ระบบการศึกษา?-ห่วย- - - - - - -
  • ระบบการขนส่งมวลชน-ห่วยแตก (ด่าเรื่องนี้มาสิบปีไม่มีตก)
  • คุณภาพชีวิต-ห่วย
  • ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน-ห่วย
  • รายการโทรทัศน์-ซุปเปอร์ห่วย
  • คุณภาพของพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสาธารณะ ห้องสมุดประชาชน หรืออะไรอื่นๆที่จะก่อให้เกิดการพัฒนา รสนิยม อารมณ์ จิตใจ-โครตรห่วย

      เศรษฐกิจ-ดิ่งลงเหว คนรวยก็ร้วยรวย คนจนก็ตรากตรำกันไป คนชั้นกลางก็ตะเกียกตะกายไต่เต้าป่ายปีนบันไดความฝันกันไป ฯลฯ"

           ตัวหนังสือสีแดงคือ ความเห็นของ คำ ผกา ทั้งหมด

          ในสายตาของเธอ ทุกอย่างในประเทศไทยช่าง เลวร้าย หดหู่ สิ้นหวัง มันเป็นโลกที่มีสีดำ เมื่อมองผ่านสายตาของคนมองโลกในแง่ร้ายแบบสุดๆ

           ฉันไม่ได้โกรธ  แต่ฉันคิดว่าการมองโลกในแง่ร้ายแบบสุดๆ แล้วนำเสนอผ่านสื่อเป็นอันตรายต่อสังคม

           ฉันไม่อับอายที่มีลูกชายเป็นเจ้าของเหรียญทองชีวะโอลิมปิก  เพราะฉันเห็นคุณค่าในสิ่งที่เด็กๆ ทุกคน (ไม่เฉพาะลูกตัวเอง) ใช้ความพากเพียร อุตสาหะ อันเหนือคำบรรยาย สุดท้ายคือความสำเร็จ ความภูมิใจ เกียรติยศและชื่อเสียงของประเทศ  มันไม่ใช่ความเหลื่อมล้ำในสังคมหากเราจะมองเห็นคุณค่าที่แตกต่างกันในคนทุกคน

           ทุกบ้านติดรูปลูกรับปริญญาที่ฝาบ้าน  ทุกบ้านทำอย่างนี้   เพราะมันทำให้เราภูมิใจ ความภูมิใจเป็นความรู้สึกบวก เป็นพลัง  มันไม่ได้ห่วยแตกตรงไหน

           ระบบการศึกษาไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด  สิ่งดีๆ ก็มีอยู่เยอะ  เรามีครูดีๆ อยู่ทั่วประเทศ  เด็กไทยสร้างผลงานดีๆ มากมาย  โรงเรียนผลิตคนไทยดีๆ ให้แก่ประเทศไม่น้อย  ไม่งั้นประเทศเราคงไม่อยู่มาจนทุกวันนี้ 

           ระบบขนส่งมวลชนก็ไม่เห็นจะห่วยแตก แม้จะไม่เลอเลิศแบบญี่ปุ่น  มันพาเราไปไหนๆ ได้ ประหยัดด้วย  ฉันโดยสารขนส่งมวลชนไปชุมนุมกับม๊อบเป็นประจำ ก็สะดวกดี

           คุณภาพชีวิตคนไทยก็ไม่ได้เลวร้าย  ถ้าเราอยู่อย่างพอเพียง  เอาอะไรมาวัดถึงบอกว่าคุณภาพชีวิตคนไทย “ห่วย”

           ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน-ห่วย ???  ลองไปอยู่ อังกฤษ อเมริกา อิตาลี ฯลฯ แล้วคุณจะอยากกลับมาอยู่ประเทศไทย

           รายการโทรทัศน์  ดี ดี ก็มีอยู่ แม้จะไม่เยอะ ทำไมไม่เลือกดู   (สื่อสิ่งพิมพ์ที่ดีก็เยอะ ที่ห่วยก็แยะ – เราเลือกอ่านได้นี่นะ)

           ฉันขอเถียงคอเป็นเอ็นว่า  ประเทศไทยไม่ได้ อุดมไปด้วยความห่วยแตกในทุกมิติ  แต่เรามีสิ่งดีๆ มากมาย  ต้องใช้สายตาของคนมองโลกในแง่ดีมอง จึงจะเห็น

           ความรุนแรงมีหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องเป็นการทำร้ายกันทางร่างกาย  การแสดงออกทางภาษาก็เป็นความรุนแรงรูปแบบหนึ่ง  เมื่อเสนอผ่านสื่อมวลชนมันมีอิทธิพลต่อความคิดคนอ่านจำนวนมาก

           โลกใบนี้มิได้มีสีดำกับสีขาว  โลกของเรามีหลากหลายสี  ในยามค่ำคืนอันมืดสนิท ยังมีแสงระยิบระยับของดวงดาว  แสงกระพริบของหิ่งห้อย แต่งแต้มความมืดให้เกิดสีสัน

          คนที่มองโลกในแง่ร้ายสุดๆ เท่านั้นที่เห็นทุกอย่างเป็นสีดำ

           ฉันเชื่อว่า ประเทศไทยของเรามีคนที่เห็นโลกเป็นสีดำเพียงส่วนน้อย  เพราะฉะนั้น ประเทศของเราจะต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างสง่างาม.

 วันจันทร์ที่ ๓๐ พย. ๒๕๕๒