ครั้งที่ 3
ชื่อเรื่อง การศึกษาการถ่ายโอนอำนาจให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1
ผู้วิจัย นายกุลวัฒน์ นิธิชัย
ปีที่วิจัย 2548
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาความคิดเห็นการถ่ายโอนอำนาจให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1
2. เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นการถ่ายโอนอำนาจให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 จำแนกตามสถานภาพของข้าราชการครู
3. เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นการถ่ายโอนอำนาจให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 จำแนกตามขนาดของโรงเรียน
สมมติฐานการวิจัย
- ตำแหน่งหน้าที่การงานของผู้บริหาร และครูสายผู้สอน โรงเรียนประถมศึกษา มีผลต่อความคิดเห็น ในเรื่องการถ่ายโอนอำนาจให้องค์การบริหารส่วนตำบล แตกต่างกัน
- ขนาดของโรงเรียนประถมศึกษาในขนาดเล็กและใหญ่ มีผลต่อความคิดเห็นในเรื่องการถ่ายโอนอำนาจให้องค์การบริหารส่วนตำบล แตกต่างกัน
วิธีดำเนินการวิจัย
1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
3. การสร้างเครื่องมือในการวิจัย
4. การเก็บรวบรวมข้อมูล
5. การวิเคราะห์ข้อมูล
6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร ได้แก่ ครูผู้สอน และผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอน และผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 จำนวน 297 คน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของเครจซี่ และมอร์แกน (Krejcie& Morgan) โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) จำแนกตามสถานภาพของข้าราชการครู
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามแบ่งเป็น 2 ตอน
ตอนที่ 1 เป็นคำถามเกี่ยวกับสถานสภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ ขนาดโรงเรียน ตำแหน่งหน้าที่ในการปฏิบัติงาน
ตอนที่ 2 เป็นคำถามที่สร้างขึ้นตามกรอบแนวคิด และนิยามที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ คือมากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุดตามแบบของลิเคิร์ท (Likert)
ขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
1. ศึกษาเอกสาร งานวิจัยข้อมูลพื้นฐานของการจัดการศึกษา
2. ศึกษาเทคนิควิธีการสร้างแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ของลิเคิร์ท
3. นำข้อมูลที่ได้จาการศึกษาค้นคว้ามาสร้างแบบสอบถามให้ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับการบริหารงานโรงเรียนทั้ง 4 ด้าน
4. นำแบบสอบถามที่สร้างขึ้น ให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบความถูกต้องเชิงเนื้อหา และการใช้ภาษาเพื่อปรับปรุงแก้ไข
5. นำแบบสอบถามที่ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบแล้วมาปรับปรุงแก้ไข และขอคำแนะนำ
6. นำแบบสอบถามไปทดลองใช้กับผู้บริหารและครู โรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 จำนวน 30 คน หาค่าอำนาจจำแนกรายข้อ โดยใช้
ค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวม (Item-Total Correlation) ได้ค่าอำนาจจำแนกของแบบสอบถามเป็นรายข้อ คือ .36 - .88
7. นำแบบสอบถามหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม (Reliability) ทั้งฉบับด้วยวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟา ของครอนบาค (Cronbach, 1990) ผลจากการหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ .97
8. เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง
การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
1. ขอหนังสือจากภาควิชาบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูราเพื่อขอความอนุเคราะห์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
2. ผู้วิจัยเก็บแบบสอบถามคืนด้วยตนเอง ได้รับแบบสอบถามคืน จำนวน 282 ชุด คิดเป็นร้อยละ 94.94
สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล
- ค่าร้อยละ (Percentage)
- ค่าเฉลี่ย (Mean)
- t - test
ผลการวิจัย พบว่า
- ความคิดเห็นของผู้บริหารและครูผู้สอนในโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 ต่อกรณีการถ่ายโอนอำนาจให้องค์การบริหารส่วนตำบลอยู่ในระดับความเป็นไปได้ปานกลาง
- ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูสายผู้สอน โรงเรียนประถมศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 ที่มีต่อเรื่องการถ่ายโอนอำนาจให้องค์การบริหารส่วนตำบล ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูสายผู้สอน โรงเรียนประถมศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 จำแนกตามขนาดโรงเรียน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เข้ามาเยี่ยมชมครับ
เก่งเหมือนกันนะ เรื่องที่ 3 แล้ว อีก 5 เรื่อง ขยันอีกนิด
เดี๋ยวคืนนี้ พี่จะลงเรื่องที่ 4 อีกจ้า
ขยันจังเลยค่ะ พี่เม้ย.......รอน้องๆด้วยนะจีะ
พี่แก่แล้ว มัวต้วมเตี้ยมเดี๋ยวตามน้อง ๆ ไม่ทัน