เออเข้าที ๆ ผมไม่รู้ว่างานนี้ใครได้ใครเสีย แต่ผมนึกชื่นชมอาจารย์...

 

วันนี้ตั้งแต่ช่วงเช้า ๆ มาแล้วได้รับการติดต่อจากพระคุณเจ้าที่เดินทางมาจากเมืองตรังเพื่อจะร่วมเดินทางไป ม. ทักษิณถิ่นสงขลาแล้วได้ร่วมถวายภัตตาหารเช้าพอไปสั่งอาหารปรากฏว่าเจ้าของร้านร่วมทำบุญด้วยเลยได้แต่ไปซื้อน้ำขวดมาถวายพระคุณเจ้าและได้ถวายภัตตาหารเพลเต็มสมบูรณ์ครบตอนใกล้เที่ยงวันนี่เองละและช่วยทำภารธุระมีอาจารย์บางท่านอยากไปอินเดียเลยมาคุยขอข้อมูลกันสองนาน 

 เรื่องบุญกุศลอยู่ที่ใครทำใครได้นะครับไม่มีการต่อรองราคาอะไร  ทำให้นึกถึงเย็นวันหนึ่งในเมืองกรุงที่ผมพึ่งไปเยือนมา 

 หลังเลิกประชุมที่จุฬา ฯ แล้วได้เดินไปเป็นเพื่อนอาจารย์ที่เข้าไปเดินห้างมาบุญครอง พวกเราไปเจอภาพสามมิติมีรูปช้าง รูปนก รูปเสือ ฯลฯ เหมือนจริงช้างนี่ก็ทั้งงวงงาลอยเด่นออกมาสมจริงเหมือนเรายืนดูของจริง ๆ

...อยากได้...อาจารย์ที่ไปด้วยกันเผยความรู้สึก...แล้วเดินเฉียดเข้าไปถามคนขายบอกว่าภาพละ 200 บาท ถ้าได้ 100 บาทจะซื้อเอา ทำทีเดินออกจากที่นั้นแล้ววกเข้าไปใหม่ เจ้าของร้านก็ทำเฉย...คงขายไม่ได้ถ้าได้เขาจะเรียกเราแล้วละ...อาจารย์บอกผม

และวันจะเดินทางกลับลงภาคใต้...เห็นอาจารย์ถือถุงและมีภาพที่สนใจนั้นเลยถามได้ความว่า...วันว่างได้แวะเข้าไปต่อรองราคากันอีก  ทีนี้คนขายยืนกรานจะขายภาพละ 150 บาท

 ฝ่ายอาจารย์ก็ต่อรองซื้อภาพแผ่นละ 120 บาท ไม่ขาย...เอาอย่างนี้ถ้าคุณขายภาพละ 150 บาทผมซื้อ 1 ภาพ แต่ถ้าคุณขายภาพละ 130 บาทละก็ผมจะซื้อ 3 ภาพเลย ผลของการต่อรองในที่สุดคนขายให้ 3 ภาพในราคาภาพละ 130 บาทครับ...

เออเข้าที ๆ ผมไม่รู้ว่างานนี้ใครได้ใครเสีย  แต่ผมนึกชื่นชมอาจารย์ที่มีศิลปะในการต่อรองจากราคา 200 บาทลงมาเหลือแค่ 130 บาท ผมเองเวลาไปซื้อสิ่งของไม่ถนัดในการต่อรองเอาเสียเลยละ

 แง่คิดในเรื่องนี้อาจจะจริงที่การไปซื้อสิ่งของถ้าราคาขาย 200 บาท ก็สามารถซื้อได้ในราคา 100 บาทนั้นแล.