“กระดาษที่ขยุ้มรวมกันอย่างไร้ระเบียบนั้น มองดูแล้วไม่มีค่าอะไรเลย ... ในทางกลับกัน...กระดาษที่มีการพับอย่างเป็นขั้นเป็นตอนอย่างเป็นระเบียบตั้งแต่เริ่มต้น และประสานกันได้อย่างกลมกลืน มองแล้วมันมีค่าในตัวของมันเอง...”
ฉันและทีมงาน A@Lert ได้รวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ณ บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เป็นการอบรมให้กับทีมผู้บริหาร น้องๆ ได้แจ้งว่าได้นำงาน Origami ; Firework เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมครั้งนี้ เป้าหมายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมรับรู้ถึงการเป็นหนึ่งเดียวในองค์กร
ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการพับ
ฉันได้นำตัวอย่างงาน Firework ให้ทุกคนผู้เข้าร่วมได้ดูโดยการทะยอยให้สัมผัสกันทีละคน เพื่อให้พวกเขาเตรียมตัวเตรียมใจว่า งานชิ้นนี้แหล่ะที่พวกเขาทั้ง ๒๖ คนต้องทำออกมาให้สำเร็จ โดยได้คลี่คำเพิ่มเติมไปด้วยว่า Firework เป็นงานที่ได้นำชิ้นส่วนของการพับกระดาษที่ต่างสีกันมาประกอบด้วยกัน ๑๒ ชิ้น แต่ว่ามันมีความต่างซ่อนอยู่ในความเหมือนของแต่ละชิ้น และการสอดประสานกันของทั้ง ๑๒ ชิ้นนั้นก็มีความต่างที่ซ่อนอยู่ในความเหมือนด้วยเช่นเดียวกัน
สัมผัสเสียงในกาย
ฉันได้นำพวกเขาเข้าสู่การสัมผัสเสียงภายในของพวกเขาเอง โดยการผ่อนพักในอริยาบทของท่านั่ง เหตุที่ให้ผ่อนพักในท่านั่งเพราะชีวิตของผู้คนในปัจจุบันนั้นมักคร่ำเคร่งอยู่กับการงาน แม้แต่การพักผ่อนให้กับตัวเองก็ยังหาเวลาแทบไม่มี ทั้งที่พวกเขาคิดว่าเขาได้ออกไปพักผ่อนโดยการพบปะเพื่อนฝูงกันแล้วก็ตาม หรือแม้แต่การนอนปกติทุกค่ำคืนนั้นก็ตาม พวกเขาก็คงไม่ได้สังเกตว่ายังมีความเครียดซุกซ่อนอยู่ ฉันจึงได้ชวนพวกเขาย้อนกลับเข้าสู่ภายในของพวกเขาอีกครั้ง แต่เป็นการชี้ชวนให้เขาลองทำในอริยาบทปกติประจำวัน เพื่อที่ว่าเมื่อพวกเขาต้องการพักผ่อนในช่วงทำงานตอนกลางวัน จะได้ย้อนกลับเข้าสู่ภายในนั้นได้เมื่อเขาตั้งสติฟังเสียงภายใน เมื่อพวกเขาใส่ใจตัวเอง รักตัวเอง และให้เวลาตัวเองได้สัมผัสเสียงภายใน เพียง ๔ นาทีเท่านั้นก็สามารถได้ยินเสียงนั้นแล้ว ฉันอยากให้พวกเขาได้สัมผัสเสียงภายในที่นานกว่านี้ คิดว่าน่าจะมีสักช่วงเวลาหนึ่งที่จะสามารถพาพวกเขาฟังเสียงนั้นได้
ร่วมสัมผัสชิ้นส่วนแต่ละ ๑
เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการพับชิ้นส่วนของ Firework โดยแต่ละคนเลือกกระดาษสีขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีการเตรียมไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว คนละ ๒ แผ่น ต่างสีกัน และให้ประกบกันโดยหันด้านสีออกด้านนอก
เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการลงมือพับนั้น ได้เห็นถึงความต่างของการทำความเข้าใจ จากการใช้คำพูดสื่อสารพร้อมกับการปฏิบัติให้ดู เพราะต้องย้อนกลับมา ณ จุดเริ่มต้นของขั้นตอนแรกหลายครั้ง จนต้องใช้วิธีตรวจสอบขั้นตอนการรับรู้ของแต่ละขั้นตอนโดยขอดูงานของขั้นตอนนั้นว่า ใครได้ขั้นตอนนี้แล้วบ้าง และให้ผู้ที่ได้ขั้นตอนนั้นๆ แล้ว เข้าไปช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่ยังมาไม่ถึงขั้นตอนล่าสุด
การได้เห็นถึงความมีน้ำใจของแต่ละคนที่ยินดีเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่ยังมาไม่ถึงพร้อมกับตนนั้น เป็นภาพแห่งความประทับใจอย่างหนึ่งของฉัน เพราะอยากเห็นถึงการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ โดยที่ทั้งผู้รับและผู้ให้ไม่ปฏิเสธซึ่งกันและกัน การพร้อมที่จะเป็นทั้งผู้รับและผู้ให้ทำให้การทำงานเป็นทีมนั้นขับเคลื่อนไปได้อย่างไม่ติดขัด ผู้เข้าร่วมหลายคนก็สัมผัสถึงจุดนี้ได้เช่นเดียวกัน
ระหว่างการพับไปนั้น ฉันพยายามคลี่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในด้วยว่า ความสามารถของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถึงแม้การพับกระดาษที่ดูเหมือนว่าจะมาจากขนาดเดียวกัน และเมื่อได้ลงมือทำรูปแบบที่ทำออกมานั้นแตกต่างกัน ทั้งขอบกระดาษที่เราต้องรีดให้เรียบเพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าประสานกัน ทั้งรูปทรงที่ออกมานั้นเมื่อเสร็จขั้นตอนของแต่ละชิ้นส่วนนั้นก็แตกต่างกัน มันเป็นความต่างที่อยู่บนพื้นฐานของความเหมือนกันของรูปทรงภายนอก
เข้าสู่ขั้นตอนการประสานกัน
จากต้นแบบของ Firework นั้นต้องนำชิ้นส่วนมาประกอบกัน ๑๒ ชิ้น แต่จำนวนคน ณ ที่นี้มีทั้งหมด ๒๖ คน ซึ่งคงต้องแบ่งเป็น ๑๓ ชิ้นต่อ ๑ Firework ฉันจึงลองหยั่งเสียงทุกคนว่า เราลองมาทำอะไรที่ต่างไปจากแบบที่วางเอาไว้ดีไหม และดูซิว่าชิ้นส่วน ๑๓ ชิ้นนี้จะสามารถทำงานออกมาเป็น Firework ได้หรือไม่ ... ทุกคนยินดีให้ความร่วมมือค่ะ
แต่เมื่อเข้าสู่การอธิบายการนำชิ้นส่วนเข้ามาประสานกันนั้น ... ใช่ค่ะ ... ความต่างของการรับสารนั้นได้เกิดขึ้นอีกครั้ง ... ฉันพยายามนึกคำที่ให้พวกเขาเข้าใจให้ได้ง่ายที่สุดสำหรับการนำชิ้นส่วนมาสอดประสานกัน จนน้องเพชรนึกคำขึ้นมาได้ว่า “ชิ้นส่วนแรกนั้นคือบ้าน และชิ้นส่วนที่สองคือ นก ที่บินเข้ารัง” แต่นั่นแหล่ะการรับรู้ของการสื่อสารของแต่ละคนแตกต่างกัน มันเป็นสัจจะธรรมจริงๆ เลยค่ะ...ความเข้าใจคลาดเคลื่อนก็ยังมีอยู่ ...
การนำชิ้นส่วนมาสอดประสานยังคงดำเนินไปเช่นนี้จนครบทั้ง ๑๓ ชิ้น พร้อมทั้งการพับริมกระดาษเพื่อป้องกันการขยับของแต่ละชิ้นที่จะแยกจากกัน และเว้นริมกระดาษชิ้นส่วนหน้า-หลังของงานชิ้นนั้นเพื่อนำมาสอดประสานกันให้เป็นรูปทรงวงกลม...
จนเสร็จขั้นตอนนี้ทั้งสองกลุ่ม แต่มีผู้เสนอความคิดที่นอกกรอบแหวกแนวมาอีกว่า ลองนำชิ้นส่วนทั้ง ๒๖ ชิ้นมาประกอบด้วยกันเอาไหม ดูซิว่ามันจะเป็น Firework ได้หรือเปล่า ... ฉันได้ให้พวกเขาลองค่ะ ... แต่เมื่อถึงขั้นตอนการพับริมกระดาษ ... พวกเขาได้ตรวจสอบพบความผิดพลาดกันได้เองว่า ... ทำไมการสอดประสานของชิ้นส่วนนี้จึงไม่เหมือนกันชิ้นส่วนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ... ใช่แล้วค่ะ ... เมื่อถึงขั้นตอนการรวมชิ้นส่วนนั้นการตรวจพบความผิดพลาดก็ย่อมเกิดขึ้นแน่นอน การยอมรับความผิดพลาดนั้นจะเปิดใจได้มากน้อยแค่ไหน จะล้มเลิกหรือเดินหน้าต่อไป โดยยอมรับความผิดพลาดนั้นและร่วมกันเข้าแก้ไข ... ฉันได้ของานนั้นเพื่อเข้าตรวจสอบเอง ... ขณะร่วมแก้ไข ฉันก็เกิดความคิดปิ๊งขึ้นมาและแชร์ในกลุ่มตอนนั้นว่า ... เหมือนตัวเองเป็นเชี่ยวชาญอย่างไรไม่รู้ ที่เมื่อมีงานผิดพลาดและต้องตรวจสอบงานให้ละเอียดว่ามีความผิดพลาดตรงจุดไหน เราก็ต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้นจริงๆ ...
ฉันได้เห็นถึงความผิดพลาดหลายขั้นตอนมาก เริ่มจากขั้นตอนแรกเลยทีเดียว จนมีพี่อุ๊ ... ผู้บริหารบริษัทได้โยนคำพูดเข้ามาในกลางวงเดี๋ยวนั้นเช่นกันว่า ... มันสะท้อนให้เห็นว่าการทำงานอะไรก็แล้วแต่ เพื่อป้องกันความผิดพลาดเราควรจะมีตรวจสอบงานตั้งแต่ขั้นตอนแรก ก่อนที่จะนำงานมาสอดประสานด้วยกัน ไม่เช่นกันมันจะก้าวมาจนหลายขั้นตอนแล้วจึงพบความผิดพลาด ....
เช่นกัน...ขณะที่กำลังแก้ไขงานที่นำชิ้นส่วน ๒๖ ชิ้นมาประสานรวมกัน ... ฉันเริ่มเห็นเวลาที่เดินล่วงเข้ามามากจึงขออนุญาตแยกชิ้นส่วนออกเป็น ๒ วงเช่นเดิม คือ วงละ ๑๓ ชิ้น เพื่อให้ทันกับเวลาที่วางแผนไว้ ... จึงจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งเพื่องานที่สามารถเดินทางต่อไปได้ ...
แต่นั่นแหล่ะ...การนำชิ้นส่วนมาประสานใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นผู้สอดประสานให้ทั้ง ๒ วง ... พร้อมทั้งทำให้ดูว่าการสอดประสานที่ถูกต้องคืออะไร ... แต่การพับริมกระดาษนั้นยังคงให้ผู้เข้าร่วมเป็นผู้พับริม และเว้นชิ้นส่วนหน้า-หลังเอาไว้เช่นเดิม ... เพื่อรอการอธิบายการสอดประสานของชิ้นส่วนสุดท้าย
และแล้วถึงขั้นตอนสำคัญ คือ การสอดประสานด้วยกันของชิ้นส่วนสุดท้าย
ณ ช่วงเวลานั้นขณะที่ฉันได้เริ่มอธิบายการนำชิ้นส่วนสุดท้ายเข้าประสานกัน มีผู้เข้าร่วมบางคนได้เข้ามาพูดบางอย่างใกล้ฉัน และย้ำคำพูดนั้นซ้ำๆ จนใจฉันเริ่มอคติกับคำพูด พยายามนึกถึงคำว่า ... สติๆๆ นะ... เพราะเราเป็นกระบวนกรการครองสติสำคัญสุด ... พยายามดึงตัวเองกลับสู่ลมหายใจ ณ ปัจจุบันขณะตลอดเวลา ... จนใจเริ่มสงบและได้หันไปพูดกับเธอว่า ...
อย่าพูดคำว่า “ยากจัง ทำได้หรือ ทำไม่ได้แน่ๆ” ... เพราะนั่นคือการสั่งตัวเอง
แต่ถ้ากลับกันเราพูดว่า “ทำได้ ฉันทำได้” ... สิ่งนั้นมันจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเรา
พร้อมกันเสริมทับเธอไปอีกว่า “ถ้าตัวเราผู้พูดเป็นคนจิตแข็ง มีพลังในคำพูด ส่วนผู้ฟังนั้นจิตอ่อน เขาอาจจะคล้อยตามคำพูดเรา ทั้งๆ ที่เขาอาจจะคิดว่า ฉันทำได้ ... แต่...เออ...หว่ะ...สงสัยทำไม่ได้แน่ๆ ... ดังนั้นลงมือทำอะไรก็ตาม ... จงทำงานด้วยใจ อย่าทำงานด้วยปาก”
ณ ช่วงเวลานั้นทำอย่างไรให้เธอผู้นั้นรับรู้ว่า เธอกำลังพูดเพื่อทำลายความมั่นใจหลายๆ คน ... ฉันควรจะทำอย่างไรให้ทั้งเธอและผู้เข้าร่วมรับรู้ถึงพฤติกรรมที่คนในทีมเดียวกันที่สามารถบั่นทอนกำลังใจและให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีมด้วยกันได้ ... เมื่อตัดสินใจพูดออกไปก็โล่งใจ ... เพราะเริ่มเห็นปฏิกริยาหลายๆ คน สะท้อนในคำพูดของฉันที่พูดออกไปตรงๆ ณ สถานการณ์จริงเดี๋ยวนั้น ... ฉันเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เหนือการควบคุมเกิดขึ้น
และเหตุการณ์ก็ดำเนินต่อไป ความสำเร็จของการประกอบชิ้นส่วนก็เกิดขึ้น ฉันพยายามที่จะหาวิธีหยุดกิจกรรมตัวนี้ลงเนื่องจากว่าเห็นผลสำเร็จแล้วบางส่วน แต่ดูเหมือนว่าทุกคนยังพร้อมใจที่จะให้อีกชิ้นหนึ่งประกอบกันให้สำเร็จให้จนได้ ถึงแม้จะบอกว่าทุกคนสามารถพักเบรคได้ และเดี๋ยวเราจะกลับมาพูดคุยกัน แต่พวกเขาบางส่วนก็ยังพร้อมใจกันทำงานชิ้นนี้ให้ประสบผลสำเร็จให้ได้จนได้
กลับมาแลกเปลี่ยน
หลายคนประทับใจกับกิจกรรมชิ่นนี้ ทั้งโดยตัวชิ้นงานเอง
และโดยคำที่คลี่ออกมาในช่วงของการทำงาน
รวมทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าเดี๋ยวนั้น ที่ทั้งฉัน ทีมงาน
และผู้เข้าร่วมได้เผชิญร่วมแก้ปัญหาด้วยกัน
ทำให้หลายคนตีโจทย์ที่ฉันพยายามบอกพวกเขาได้มากกว่าธงที่ฉันปักเอาไว้
ฉันจำคำพูดหลายๆ ไม่ได้ แต่ทึ่งกับวิธีสรุปของพี่อุ๊...ผู้บริหารของที่นี่ ที่ได้ช่วยย่นย่อการตีความของกิจกรรมนี้ได้ชัดเจนเป็นอย่างมาก
พี่อุ๊...ได้หยิบกระดาษสีที่ฉันได้เตรียมเอาไว้นั้นมาจำนวนหนึ่ง พร้อมกับ Firework ที่สำเร็จเป็นรูปร่างนั้น ออกมาในกลุ่มแลกเปลี่ยน ... พร้อมกับพูดว่า ผู้รักกระดาษหลายคนอาจจะเสียใจกับพฤติกรรมของพี่ แต่ขออนุญาตนะคะ ... พี่อุ๊ได้นำกระดาษสีที่เป็นแผ่นที่ ๑ ออกมาขยำ และนำแผ่นที่ ๒ มาขยำรวมกับแผ่นที่ ๑ และนำแผ่นต่อๆ มาขยำรวมกันทีละแผ่นๆ ... และได้นำกระดาษที่ขยุ้มรวมกันนั้น แสดงคู่กับ Firework ที่ประกอบกันเป็นรูปร่างแล้ว
พร้อมกับชี้ชวนให้ทุกคนดูว่า
“กระดาษที่ขยุ้มรวมกันโดยไร้ระเบียบนั้น
มองดูแล้วไม่มีค่าอะไรเลย ...
ในทางกลับกัน...กระดาษที่มีการพับอย่างเป็นขั้นเป็นตอนอย่างเป็นระเบียบตั้งแต่เริ่มต้น
และประสานกันได้อย่างกลมกลืน
มันจะมีค่าในตัวของมันเอง...”
ฉันอาจจะจำคำพูดของพี่อุ๊...ได้ไม่หมดทุกคำพูด ... แต่พอจะสรุปได้ในแนวทางนี้
อีกเช่นกันมีผู้เข้าร่วมอีกท่านหนึ่ง ได้ชี้ชวนให้ทุกคนเห็นว่า Firework นั้นพลิกกลับไปกลับมาได้หลายทิศทาง หลายรูปทรงมาก และ ไม่แยกจากกันด้วย ก็เปรียบเสมือนองค์กรที่สามารถพลิกเปลี่ยนไปได้หลายๆ สถานการณ์ แต่ส่วนประกอบภายในองค์กรก็ยังเกาะกลุ่มกันอยู่ได้อย่างเหนียวแน่น
อีกทั้งวลีเด็ดที่ว่า “ให้ทำงานด้วยใจ อย่าทำงานด้วยปาก”
ฉัน ทีมงาน A@Lert ทุกคนประทับใจกับกิจกรรมตัวนี้มาก เพราะพวกเราไม่คาดคิดว่า กิจกรรมตัวนี้จะเดินเข้าสู่ภายในของทุกคนได้อย่างตรงเป้าหมาย ฉันนั้นมุ่งหวังเพียงให้พวกเขาได้สัมผัสกับงานศิลปะที่สามารถเดินเข้าสู่ภายในของพวกเขาเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว...ซึ่งนั่นแหล่ะ...เมื่อเราไม่คาดหวังสิ่งที่เหนือการคาดหวังก็บังเกิดขึ้น
- ดูตัวอย่าง Origamil ; Firework (คลิ๊กที่นี่)
- ศึกษาวิธีพับ Origamil ; Firework (คลิ๊กที่นี่)
ขอบพระคุณมากค่ะ
คุณบุษรา
ขอให้คุณบุษรา สุขภาพแข็งแรงเช่นกันนะคะ
ว้าวกิจกรรมพับกระดาษ ทำให้เกิดประโยชน์ได้มากมายจริงๆนะคะ
ยินดีแลกเปลี่ยนนะคะ ส่งรายละเอียดทาง e-mail โดยตรงก็ได้
แตงมีกิจกรรมอีกหลากหลายค่ะ ถ้าคุณนารีสนใจ
สวยมากเลยครับผม
ผมก็เอาความรู้ตรงนี้ไปเชื่อมโยงกับแนวคิดสร้างความกลมเกลียวในสังคมได้ครับ
สวัสดีค่ะ คุณ
ปริวิทย์ ไวทยาชีวะ
ขอบพระคุณมากนะคะ ที่คุณสนใจ
ยินดีมากค่ะ ถ้าความรู้ที่นำมาเผยแพร่นี้มีประโยชน์กับผู้คนที่สนใจ
และสามารถนำไปปรับใช้ได้บ้างค่ะ
รักษาสุขภาพกายใจและครอบครัวให้เข้มแข็งนะคะ