เมื่อฉันกลับมานั่งทบทวน ทำให้ฉันนึกขอบคุณเขา ที่เขาทำให้ฉันได้พัฒนาและควบคุมอารมณ์ของฉัน ที่ไม่ให้ร่วมเมา (อารมณ์) ไปกับเขาด้วย ขอให้คิดว่า “เราจะเป็นคนไม่เมาชกคนเมา หรือ จะเลือกเป็นคนเมาชกกับคนเมา” (ชกกันด้วยปัญญาและสติ)
     เป็นอีกเพลาหนึ่งที่นาฬิกาชีวิตของฉันเดินไปตามกาลหมุนเวียนของโลก  เหลือไม่อีกกี่ชั่วโมงการอยู่บุญของฉันก็จะหมดเวลาและจะได้ส่งบุญต่อไปยังเพื่อนร่วมงานของฉันอีก  เป็นอย่างนี้อย่างต่อเนื่องทุกวัน  ทุกเดือน  ทุกปี  ไม่มีเลยที่นาฬิกาชีวิตของการอยู่บุญของพวกเราจะเคยหยุดเดินหรือที่เรียกว่า  นาฬิกาตาย

     นาฬิกาข้างฝาผนังบอกเวลาว่าตีสี่ของราตรีนี้  ขณะที่ฉันกำลังรวบรวมสรุปรายงานที่ค้างมาจากการตรวจรักษาผู้ป่วยที่ผ่านไปอย่างมีสมาธิยิ่งนัก  และขณะที่เพื่อนร่วมอยู่บุญด้วยกันก็กำลังสาละวนกับการเก็บเครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์เข้าที่   ดึกๆเงียบๆเช่นนี้ฉันได้ยินเสียงมอเตอร์ไซด์จอดบริเวณรับส่งผู้ป่วย  คงจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้    นอกเสียจากผู้มาเยือนมาใหม่ที่จะให้ฉันได้ทำบุญอีกแล้ว    เพราะยามนี้คงไม่มีเพื่อนของฉันที่จะแวะมาทักทายฉันในเวลาน่าหลับใหลเช่นนี้   เมื่อก่อนฉันเคยกล่าวหาผู้ป่วยว่า  เมื่อรู้ว่าไม่สบายหรือเจ็บป่วย  ทำไมไม่รีบไปรักษาหรือหาหมอ ในตอนกลางวัน  ทำไมต้องมาตอนนี้  ทำไมต้องมาเมื่อมีอาการมาก  จนบางครั้งยากต่อการเยียวยาแล้วก็มี   ทำไม  ทำไม  แล้วก็  ทำไม  โดยไม่ได้ฉุกคิดสักนิดเลยว่า  สาเหตุของทำไม  นั้น  เพราะอะไร  เพราะฉันคิดแต่เพียงว่าการเจ็บป่วยเป็นหน้าที่ของคุณ  คุณต้องดูแลรักษา  คุณต้องรีบมาโรงพยาบาล   เพราะฉันไม่เคยเดินเข้าไปในหัวใจของผู้ป่วยและญาตินั่นเองจึงทำให้ฉันคิดได้แค่นั้น   แต่บัดนี้ฉันได้รู้แล้วไม่อยากแก้ตัวว่าเป็นเพราะวุฒิภาวะ  หรือเพราะกาลเวลาที่ทำให้ฉันเปลี่ยน  ทำไมฉันไม่เปลี่ยนตั้งแต่ที่ฉันเริ่มทำงาน    และฉันอยากจะแก้ตัวทุกครั้งที่ฉันพบผู้ป่วยที่มารักษาในยามวิกาลเช่นนี้   ที่พวกเขาเหล่านั้นมา ด้วยเหตุผลนานับประการ  อาทิเช่น  ไม่สามารถมาเองได้   ไม่มีญาติพามา  อยากรักษาเองที่บ้าน  ไม่มีเงินค่ายา  เดินทางลำบาก  เมื่อมาแล้วไม่มีรถกลับบ้านไม่รู้จะกลับอย่างไร  มาแต่ละครั้งต้องเหมารถมาซึ่งแพงกว่าราคายามากนัก  เกรงใจเพื่อนบ้านที่ต้องให้พามา  สารพัดเหตุผลล้วนน่าเห็นใจทั้งสิ้น  จากการที่ได้คุยกับผู้ป่วยมากขึ้น  ทำให้ฉันเข้าใจผู้ป่วยมากขึ้นนึกตำหนิตัวเองทุกครั้งกับการกระทำของตนเองที่ผ่านมา

ภาพประกอบจาก Internet

     ไม่ผิดจากที่ฉันคาด  กับแขกผู้มาเยือนในยามดึกเช่นนี้  ที่ฉันพบ  เป็นชายวัยกลางคน  ที่มีญาติพามากึ่งจูงกึ่งพยุง  ตรงไปที่เตียงที่ว่างรอและพร้อมรับผู้มาเยือนทุกคน  ตามคำเชื้อเชิญของพนักงานเปล  และพนักงานห้องบัตรก็รีบเข้ามาซักประวัติทันทีที่เตียง  จากการพูดคุยและซักถามได้ความว่า ผู้ป่วยดื่มสุราตั้งแต่หัวค่ำหลังเลิกงาน  และยังดื่มต่อกันเรื่อยมา  เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดไม่ต้องไปทำงาน  เรียกว่าฉลองกันยาวตั้งแต่เย็นจรดเช้า   ไม่ต้องเดาหรือสงสัยใดๆเลย  ปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดจะมีปริมาณมากเท่าใด  ต่อให้คอทองแดง  หรือ  คอแป๊บทั้งหลาย  ก็คงพ่ายฤทธิ์แอลกอฮอล์อย่างราบคาบแบบสยบยอม   แต่ผู้คนก็ไม่เคยหลาบจำหรือเข็ดกลัว  ยังอยากจะลิ้มรสอยู่ร่ำไป   ดังนั้นเมื่อเขาลุกขึ้นยืนยังมิทันจะได้ก้าวเดิน  ยิ่งกว่าเด็กที่กำลังตั้งไข่และฝึกเดิน  ร่างของเขาก็ล้มลงอย่างกะทันหันอย่างไม่มีใครจะรับไว้ทัน  แก้วเหล้าที่เขาดื่มบัดนี้มันได้บาดลงที่แขนของเขาอย่างกับความโกรธที่ต้องการเอาแอลกอฮอล์ที่เขาดื่มเข้าไปกลับคืนมาให้หมด  แขนซ้ายของเขามีเลือดไหลออกไม่หยุดแม้เพื่อนๆจะช่วยกันห้ามเลือดไว้แล้วก็ยังชุ่มโชกผ้าพันแขนที่เขาปฐมพยาบาลเบื้องต้นมา  ญาติจะพาไปสถานีอนามัยใกล้บ้านผู้ป่วยไม่ยอม  บอกต้องการรักษาที่โรงพยาบาลแก่งคอยเท่านั้น  
     เมื่อมาถึงอาการก้าวร้าวก็แสดงออกทันที  ทั้งที่บอกว่านี่คือโรงพยาบาลแก่งคอยที่ที่เขาต้องการมารักษา  ผู้ป่วยยังเอะอะโวยวาย  พูดจาหยาบคาย  กล่าวคำผรุสวาทอย่างต่อเนื่อง   และไม่ยอมให้เย็บแผลหลังจากที่ฉันได้ตรวจดูแผลแล้วว่าต้องเย็บแผลเท่านั้นจึงจะสมานแผลและให้แผลหายเร็ว   แรกคุยฉันรู้สึกโกรธ  รับไม่ได้กับคำพูดและพฤติกรรมของเขา   ถ้าเป็นฉันเมื่อก่อนที่ถูกคนไข้แสดงอาการเช่นนี้  คงได้มีการโต้ตอบไปบ้างแล้ว  แต่วันนี้  ตอนนี้แม้จะรู้สึกโกรธเพราะจิตตกไปบางครั้ง  ฉันพยายามควบคุมสติและอารมณ์ไม่ไปรู้สึกร่วมกับอารมณ์ของเขา  ไม่พูดอะไรคิดแต่เพียงว่าเขาเป็นคนสติไม่ดี  ดังนั้นยามนี้อาจจะพูดกับเขาไม่รู้เรื่องไม่น่าเชื่อว่ามันทำให้ฉันรู้สึกสงสารเขาขึ้นมาทันที  ฉันกล่าวกับผู้ป่วยว่าจะพูดจะว่าอะไรก็ได้แต่ขอทำแผลให้ก่อน  แล้วฉันก็ได้อธิบายกับญาติบอกเหตุผลของการต้องเย็บแผลด้วยอารมณ์ที่มั่นคงมากในตอนนั้น    ฉันเริ่มมีสมาธิดีขึ้นจากการเอะอะโวยวายและด่าทอของผู้ป่วยอย่างไม่น่าเชื่อ  ฉันอธิบายกับญาติผู้ป่วยไปเรื่อยๆ ที่ยืนอยู่ข้างๆผู้ป่วย ซึ่งญาติรับทราบและเข้าใจดี   และได้อธิบายเหตุผลให้ผู้ป่วยฟังด้วยเพราะอย่างไรเขาต้องรู้ถึงการรักษาของเขาที่ฉันกำลังจะส่งมอบให้   ไม่น่าเชื่อผู้ป่วยมีอาการสงบลงอย่างว่าง่าย  และการเย็บแผลเป็นไปอย่างราบรื่นลุล่วงไปด้วยดี  และเนื่องจากฉันเห็นว่าจะเช้าอยู่แล้วจึงเป็นห่วงว่าถ้ากลับตอนนี้อาจจะเป็นอันตรายกับผู้ป่วยและญาติเนื่องจากต้องพาคนเมาซ้อนมอเตอร์ไซด์กลับบ้าน  ฉันจึงให้เขานอนพักที่ห้องสังเกตอาการ
     ตอนเช้าฉันแวะเข้าไปดูคนไข้ของฉันเพื่อซักถามอาการ  อย่างเป็นปรกติ  ผู้ป่วยได้ยกมือไหว้ขอโทษและเอาผ้าห่มปิดหน้าและพูดว่า
     “ไม่รู้ว่าผมโวยวายอะไรไปบ้าง  ผมขอโทษด้วยนะครับหมอ”
     ฉันได้แต่ยิ้ม  และใช้มือสัมผัสที่แขนข้างกายของเขาพร้อมกับกล่าวกับเขาเล่นๆว่า 
     “ไม่เป็นไรค่ะ  แต่ทีหลังอย่าไปทำอย่างนี้ที่อื่นนะคะ  ไม่เช่นนั้นอาจจะไม่ปลอดภัย”  ฉันพูดเย้าเขาเล่น
     เมื่อฉันกลับมานั่งทบทวน  ทำให้ฉันนึกขอบคุณเขา  ที่เขาทำให้ฉันได้พัฒนาและควบคุมอารมณ์ของฉัน  ที่ไม่ให้ร่วมเมา (อารมณ์) ไปกับเขาด้วย  ซึ่งมันทำให้ฉันเห็นพฤติกรรมของเขาได้ละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว  ขอให้คิดว่า  “เราจะเป็นคนไม่เมาชกคนเมา  หรือ  จะเลือกเป็นคนเมาชกกับคนเมา”  (ชกกันด้วยปัญญาและสติ)

 
                                                     งานอุบัติเหตุฉุกเฉิน