"..ปรัชญาจากการใช้ชีวิตของปลวก คือ การทำงานเป็นทีม ... เป้าหมายสำเร็จลงได้ด้วยความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของปลวกทั้งรัง..ถ้าหากคนไทยเราอยู่กันแบบ "ปลวก" ...ก็น่าจะดีนะคะ "
สมัยเด็กๆเมื่อครั้งอยู่บ้านหลังเก่าจำได้ว่ามีจอมปลวกใหญ่มากอยู่ใกล้บ้าน บนจอมปลวกจะมีต้นกระถินยักษ์
วันดีคืนดี(ที่จริงน่าจะเรียกว่าวันไม่ดีคืนไม่ดี)ก็จะมีเหมา (เหมา:ภาษาถิ่นใต้=แมงเม่า)บินออกมาจากจอมปลวก ตัวเองเข้าใจมาตั้งแต่เด็กๆจนถึงตอนนี้ว่าเหมานี้คือตัวปลวกที่โตเต็มที่แล้ว ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจอยู่เหมือนกันว่าความเข้าใจนี้ผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริงหรือไม่
ครั้งใดที่มีเหมาบินออกมาจากจอมปลวกก็จะเอากาละมังใส่น้ำมาวางไว้ใกล้ๆกับตะเกียง เหมาที่บินมาที่แสงตะเกียงก็จะร่วงหล่นลงไปอยู่ในน้ำในกาละมัง แม่ก็เอามาผัดกับเกลือ ย้ำว่าต้องกับเกลือเท่านั้น ไม่ใช้น้ำปลา ทานกับข้าวร้อนๆหรือจะทานอย่างเดียวก็ได้ อร่อยมาก..
เรื่องจอมปลวกใกล้บ้านนี้แม่และแม่เฒ่า (แม่เฒ่า: ภาษาถิ่นใต้=ยาย) เชื่อว่าจอมปลวกเป็นที่ที่สิงสถิตของเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หากใครไปทำในสิ่งที่ลบหลู่ก็จะไม่เป็นสิริมงคล และจะบอกห้ามผู้บันทึกและน้องชายไม่ให้ปัสสาวะอุจจาระที่จอมปลวก บอกว่าโบราณเขาห้ามไว้
แหม!ก็จอมปลวกสูงซะขนาดนั้น เด็กตัวเล็กๆที่ไหนจะพิเรนปีนขึ้นไปทำในสิ่งที่เขาห้ามได้ล่ะ
ภาพจาก www.konbaan.com/TipsTricks/TipsTricks40.php
ต่อมาพ่อขายบ้านหลังเก่า และขายนา ด้วยเพราะเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมทุกปี ขายนาแล้วก็มาซื้อสวนยาง สร้างบ้านหลังใหม่ อยู่บนควน ก็มาเจอจอมปลวกอีก..
จอมปลวกบนควนน่าจะมีขนาดใหญ่กว่าบ้านหลังเดิมแต่คราวนี้ขนาดเล็กกว่าที่บ้านหลังเก่า จอมปลวกที่ว่านี้อยู่หลังบ้าน ก็เข้าแนวเดิมๆ แม่และแม่เฒ่าพูดย้ำอีก..ห้ามอุจจาระปัสสาวะที่จอมปลวก
เหตุที่ได้นึกถึงจอมปลวกของบ้านทั้งสองหลังก็เพราะวันนี้เปิดดูตู้หนังสือในโรงรถ ..โอ้โฮ!อะไรกันนี่..ตู้เหล็กหรือจอมปลวกกันแน่...นี่มันรังปลวก(นี่หว่า)ประมาณคร่าวๆ 80% ของหนังสือในตู้ที่เป็นอาหารอันโอชะของน้องปลวกผู้แปลงร่างเป็นหนอนหนังสือ...
ทั้งวันของวันนี้จึงขนรื้อหนังสือทั้งหมดออกจากตู้ ...
เป็นวันแห่งความโศกเศร้าโดยแท้..
สมัยเด็กๆก็ไม่ได้ทำมิดีมิร้ายกับจอมปลวกเลย..แต่เหตุไฉนน้องปลวกจึงได้ทำร้ายกันถึงเพียงนี้..ความเศร้าที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ
1. เสียดายหนังสือมากกกกกกกกถึงมากที่สุดดดดดดดด....(เครื่องมือทำมาหากิน)
2. ใช้วิธีกำจัดหนังสือที่ปลวกทำลายด้วยการเผา (ฮือ..ฮือ..คนไม่รักดี คนไม่รักโลก)
3. นักฆ่าหลายพันศพ..(ขออโหสิกรรม..)
4. กังวลว่าจะมีน้องปลวกหลงเหลืออยู่อีกหรือเปล่า เพราะรู้มาว่ากำจัดยาก(วิตกกังวลจริต=เป็นญาติกับวิกลจริตหรือเปล่า)
แต่ในความเศร้าของเหตุการณ์วันนี้ก็ยังได้ปรัชญาจากการใช้ชีวิตของปลวก คือ การทำงานเป็นทีม ซึ่งทำให้หนังสือเกือบหมดตู้เป็นอาหาร+ เป็นรังปลวกไปได้
เป้าหมายสำเร็จลงได้ด้วยความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของปลวกทั้งรัง..
ถ้าหากคนไทยเราจะอยู่กันแบบ "ปลวก" ...ก็น่าจะดีนะคะ..
น่าจะมีวิธีธรรมชาติที่ป้องกันปลวกได้นะคะ
สวัสดีค่ะ คุณธรรมทิพย์
- ป้องกันอย่างดีแล้วนะคะ คือ ใช้ตู้เหล็ก แถมล็อคด้วย Solo
อีกต่างหาก ^_^
- ขอบคุณคุณธรรมทิพย์ค่ะ ที่ให้แนวคิด
แวะมาเยี่ยมอาจารย์ครับ
ตอนไปเดินป่าผมก็จำใจกำจัดทากเหมือนกัน
รู้ว่าบาปแต่ก็ต้องทำ