(ผักที่ขาดแดดต้นจะเรียวเล็ก คนขาดศีลก็จะแคระเกร็น)

ในระหว่างที่รอคณะมาสมทบ เพื่อนบุญธรรม อุ้ยบุญธรรม  ญาติบุญธรรม ลูกหลานบุญธรรม มาให้ครบองค์ประชุมในช่วงบ่าย เช้านี้ก็จะชวนชี้ชมดูรอบบริเวณใกล้ตัวใกล้ใจ เช่น มุมที่ปลูกผัก กลีบไม้ดอกที่หล่นใส่ที่นั่ง แสงแดดอุ่น จิบน้ำชานั่งสบตา กัน แล้วก็ช่วยกันทำข้าวต้มสมุนไพร (ใส่ใบมะรุม ใส่หัวมันมะพร้าว เนื้อมะพร้าวอ่อน โปรยอาหารทักทายนกยูง ห่าน ไก่แจ้ ห่าน แมว และปลาหางนกยูง ดูความเคลื่อนไหวชีวิตของเพื่อนร่วมโลกที่เริ่มขยับกายใจรับแสงอรุโณทัยเช่น เดียวกับเรา

เช้าๆบรรยากาศสบายๆอย่างนี้ อุณหภูมิประมาณ25องศา ไม่ต้องสวมเสื้อหนาๆก็ได้ ประเดี๋ยวพระอาทิตย์ก็จะส่องแสงมาห่มไออุ่นเพิ่มเติมให้ร่างกายเรา การตื่นมารับพลังของธรรมชาตินั้นมีค่านัก เป็นบรรณาการจากสวรรค์ที่ไม่ต้องซื้อหาราคาแพง เพียงแต่ตื่นมารับความสดชื่นแข็งแรง ทำใจให้เบิกบานยามเช้า เราก็จะบานทั้งกายทั้งใจ เติมวิตตามินจิตใจยังไงละครับ

ประเด็นวันนี้จะคุยกันเรื่องอาหารใจกับอาหารกาย

เวลาเราท่องศีลในทุกข้อของศีล ก็จะขึ้นต้นด้วยสิ่งที่เป็นบาปเวรต่อผู้อื่น แล้วตามด้วยคำว่าเวรมณี ซึ่งแปลว่าละเว้น ดังนั้นในแต่ละวันในแต่ละเวลา เราควรได้ตรวจสอบการกระทำของเราเป็นระยะๆ ว่ากระทำสิ่งใดที่เป็นบาปเวรอันก่อให้เกิดความเดือดร้อนทุกข์ทรมานต่อตนเอง และผู้อื่น ควรละเว้นสิ่งนั้นเสีย จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีศีล

ศีล เป็นอาหารที่ประเสริฐปราศจากมลพิษใดๆต่อร่างกายและจิตวิญาณ

ศีลนำสุขมาให้ (สีเลสุคติงยันติ)

ศีลนำโภคทรัพย์มาให้ (สีเลนโภคสัมปทา)

ศีลนำการนิพานการพ้นทุกข์มาให้ (สีเลนนิพพุติงยันติ)

เราจะเห็นความพ้องกันที่ว่า ศีลเป็นบ่อเกิดของสุขภาพกายใจที่ดี เพราะเป็นวิธีการพ้นทุกข์ที่มีคุณค่าสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตมนุษย์ก็คือ ความไม่มีโรค (ทั้งกายใจ) ..ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริจ (อโรคยาปรมาลาภา) แหม..ถ้าไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมารุมล้อมกายใจ มันก็สุดเฮงสุดแฮปปี้เลยใช่ไหมละครับ เมื่อก่อนเราคิดแบบฉาบฉวย ไม่ลงมือปฏิบัติมันก็อยู่ในขั้นรับรู้ที่ยังขาดการลงทุนเรียนรู้ด้วยการ ปฏิบัติ

 ศีลช่วยให้เราพิเคราะห์สิ่งต่างๆได้จะแจ้งขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น

อาหารที่เป็นพิษมากที่สุดน่าจะเป็นเนื้อสัตว์สมัยนี้ ที่ระบบการผลิตเต็มไปด้วยสารเร่ง ยาปฏิชีวนะ สารพิษสารเคมี การเลี้ยงขังในปริมาณเป็นหมื่นเป็นแสนตัว จำเป็นต้องใช้สารเคมียาเคมีที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ รวมทั้งอาหารเครื่องดื่มที่มีสารเคมีสังเคราะห์ สารกระตุ้นหรือกดการทำงานของร่างกายไม่ให้เป็นไปตามปกติ เป็นคนอยู่ดีๆ..ไป กินยาบ้าเพื่ออะไร แพงก็แพง แทนที่จะมาซื้อผักปลา กลับไปแสวงหาความบ้าๆบอๆมาใส่ตัวเอง ในที่สุดส้งคมก็ป็นบ้าหน้ามืด เห็นแล้วน่าเวทนาเหลือเกิน

แม้แต่เราจะหันมาสนใจบริโภคผักผลไม้ ส่วนมากจะเจอกับสิ่งที่ปนเปื้อนไม่ต่างกับเนื้อสัตว์ ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า พูดตรงๆก็ยาฆ่าคนกินด้วยนั่นแหละ จะเอาเงินอย่างเดียว ใครจะเหี่ยวตายฉันไม่รับผิดชอบ ความโลภความมักง่ายเมื่อขาดศีลก็ปกคลุมไปด้วยอลพิษของกิเลศ นี่คือเหตุผลของการชี้ชวนให้ทำเศรษฐกิจครัวเรือน ชวนพิจารณาพิษภัยให้ถ่องแท้ ถ้ารักตัวเองต้องช่วยเหลือตนเองให้พ้นห่างจากหายนะที่รู้แล้ว ว่าจะทำให้เกิดมรรคผลในทางปฏิบัติอย่างไร ที่นี่จึงแสดงการกินให้ดูอยู่ให้เห็น ตามเมนูที่อร่อยและปลอดภัยทั้งกายใจ

เนื้อสัตว์ใหญ่หรือเนื้อที่มีไขมันมาก หายากยิ่งนักที่เลี้ยงโดยวิธีธรรมชาติ แม้แต่นมที่แจกเด็กในโรงเรียนก็ปนเปื้อนสารพัด เท่ากับส่งสารพิษแทรกซ้อนเข้าไปทำลายลูกหลานตนเอง คงจำได้ ปลากระป๋องบูดที่แจกในยามอุทกภัย เสมือนเข้าไปซ้ำเติมทุกข์ไม่ได้บรรเทาทุกข์อย่างแท้จริง ดังนั้นจะรับจะเอาอะไรควรพิจารณาให้ดี ของฟรี ของดูดี ของที่โฆษณา ควรระแวดระวัง ส่วนมากจะดีเด่ดีดับและดีด้อย เราควรหันมาพิจารณาสัตว์เล็กที่เลี้ยงโดยวิธีธรรมชาติ ไม่มีสารพิษสารเคมีใดๆ กระตุ้นให้ผู้ผลิตรายย่อยหวลมาดำเนินกิจการที่อยู่ในกรอบที่รับผิดชอบและมีวินัย เรื่องนี้ต้องรับลูกกัน สร้างค่านิยมการบริโภคที่คำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยอย่างแท้จริง อย่าเห็นการปรุงแต่งที่เกินพอดีเป็นกระแสนิยม จะกลายเป็นการนิยมทุกข์ที่ไม่รู้ไม่ชี้ สุดท้ายก็พากันอยู่ในสังคมที่ผิดปกติ ยอมให้คนทุศีลมาย้อมแมวขายความปลอดภัยกับชีวิตของเรา..

องค์การอนามัยโลกก็มีข้อมูลตรงกันว่า การลดเนื้อเพิ่มผักผลไม้ กินอาหารรสไม่จัด ละลดความแซบไว้บ้างก็จะสามารถป้องกัน ควบคุม การฟื้นฟูสุขภาพ ตรงกับหลักการของการแพทย์แผนไทย ที่เน้นการปรับสมดุลร่างกายด้วยพืชผักสมุนไพร และปรุงอาหารรสไม่จัด ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับหลักธรรมที่ให้ บำเพ็ญเมตตาด้วยการลดละเลิกการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ หลีกเลี่ยงการติดหลงรสอาหารที่จัดจ้าน เป็นการลดราคะกามคุณ อย่าไปมุ่งโด๊ปแบบไม่บันยะบันยัง (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) กามคุณมีสุขน้อย ให้ทุกข์มาก ทุกข์อื่นยิ่งกว่ากามไม่มี..

ดังนั้นถึงยังไม่มีแฟนก็บ่เป็นหยังดอกจิบอกไห่

อย่าดิ้นรนเหมือนหมูวิ่งชนปังตอ! อิ อิ..