หลักการคิดเชิงบวก
- สวัสดีครับเพื่อนๆ ในวันนี้ผมขอนำหลักการคิดเชิงบวก(Positive thinking) ซึ่งเป็นหลักคิดที่แสดงไว้ในหนังสือชุด “มหัศจรรย์แห่งชีวิต” ของท่านพระมหา ว.วชิรเมธี มีดังนี้ครับ
- ความคิดดีๆ เป็นที่มาแห่งความสุข เป็นที่แน่นอนว่าเมื่อคนเรามีความคิดดีๆ โลกก็จะดีตามอย่างที่เราคิดดังที่ท่าน ว.วชิรเมธี ได้แสดงไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า “โลกเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับว่าเราใส่แว่นตาสีอะไรมองโลก หากมองโลกในแง่ดีชีวิตมีแต่สิ่งรื่นรมย์ หากมองโลกในแง่ร้ายชีวิตมีแต่ความวุ่นวายและทุกข์ระทม
- ปัญญาดีย่อมมีความสุข คนมีปัญญาย่อมใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาเพื่อให้พ้นทุกข์ ดังนั้น สำหรับคนมีปัญญา วิกฤตอยู่ไหน ปัญญาอยู่นั่น ส่วนคนด้อยปัญญา โอกาสอยู่ไหนวิกฤตอยู่นั่น ท่าน ว.วชิรเมธี สอนให้เราจงได้เรียนรู้ ที่จะเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา เปลี่ยนอุปสรรคเป็นอุปกรณ์
- ชีวิตของคนดีคือชีวิตที่มีความสุข ดอกไม้ หอมได้บางดอก แต่มนุษย์ หอมได้ทุกคนหากเขาเป็นคนดี กลิ่นดอกไม้แม้หอมขนาดไหนก็หอมได้แต่ตามลมเท่านั้น ส่วนกลิ่นความดีของคนดีนั้น หอมหวนทวนลม ฟุ้งกระจายไปในทิศทั้งสี่ ดอกไม้ผลิบานแล้วไม่นานก็ร่วงโรย แต่ความดีของคนนั้น สถิตเป็นนิรันดร์เหนือกาลเวลา
- ปฏิสัมพันธ์ดีก็มีความสุข ท่าน ว.วชิรเมธี ได้ให้คติเกี่ยวกับการคบมิตรไว้ว่า ในโลกนี้มีมิตรอยู่ 3 ประเภทคือ 1) บาปมิตร ได้แก่เพื่อนชั่ว จงอย่าคบ 2) กัลยาณมิตร คือเพื่อนดี จงคบ 3) พันธมิตร นั่นคือ เพื่อนที่ผูกพันกันด้วยผลประโยชน์ จงระวัง
- ทำงานดีก็มีความสุข คนจำนวนมากเป็นทุกข์ขณะทำงานแต่เบิกบานเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ โดยหารู้ไม่ว่า ในหนึ่งสัปดาห์มีวันเสาร์-อาทิตย์เพียงสองวัน ดังนั้นท่านจึงบอกให้ทุกคนเป็นสุขขณะทำงาน จงเบิกบานขณะหายใจ
- มองโลกในแง่ดีชีวิตก็มีความสุข ท่าน ว.วชิรเมธี ได้ยกคำกล่าวหนึ่งไว้เตือนสติทุกคนว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มันถูกอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด” ใครทำความเข้าใจคำกล่าวนี้ได้อย่างลึกซึ้ง คนนั้นจะไม่ทุกข์ และเขาจะไม่หวั่นไหวในความผันแปรของชีวิต สิ่งใดเกิดขึ้นมาเขาจะอุทานอยู่เสมอว่า”มันเป็นเช่นนั้นเอง”
- ครอบครัวดีทวีความสุข ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวไว้อย่างน่าฟังว่า ครอบครัวคือพื้นฐานสำคัญของชีวิต บุตร-ธิดา คืออนุสาวรีย์ของพ่อแม่ หากลูกเป็นคนดี อนุสาวรีย์ของพ่อแม่ก็งดงาม หากลูกเลวทราม อนุสาวรีย์ของพ่อแม่ก็อัปลักษณ์
สุขสวัสดีจงเป็นของเพื่อนๆ ครับ//
เจริญพรคุณโยมแท้จริงแล้วชีวิตเป็นสิ่งมหัศจรรย์จริง ๆ นะ เราเรียนรู้วิชาการทางโลกก็สามารถเรียนจบได้ในเวลาไม่กี่ปี แต่ชีวิตนี่สิเรียนเท่าไหร่ก็ไม่มีวันจบ เพราะชีวิตมีอะไรให้ต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และเอาใจใส่พิจารณาไปตลอดเวลา ถ้าเข้าใจผิด เรียนผิดในหลักสูตรชีวิตแม้เพียงนิดก็อาจสอบตกวิชาชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย...สาธุ....