อย่าละเลย ! เด็กขาดสารอาหาร

ภาวะโภชนาการขาด ทำเด็กตาย 3.5 ล้านทุกปี

 

 

 

โดย มติชน วัน เสาร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2551 10:18 น.

 

 

 

 

คอลัมน์ Think Tank

โดย เสกขภูมิ วรรณปก

ผลการศึกษาวิจัย 5 ชิ้นที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของวารสารการแพทย์แลนเซ็ตเมื่อวันที่ 17 มกราคม ของนักวิจัยกลุ่มหนึ่งพบว่า ภาวะโภชนาการขาด (undernutrition) ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ถึง 3.5 ล้านราย ในแต่ละปี คิดเป็นมากกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนเด็กที่เสียชีวิตทั่วโลก โดยการเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผลที่เกิดขึ้นทางอ้อมจากความแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต และมีภูมิต้านทานโรคต่ำ ซึ่งสาเหตุสำคัญของปัญหาเหล่านี้คือการขาดวิตามินเอ และสังกะสีในระหว่างที่เด็กอยู่ในครรภ์จนกระทั่งถึงช่วงอายุ 2 ปีแรก

ภาวะโภชนาการขาดคือการขาดสารอาหารประเภทโปรตีน วิตามินและเกลือแร่สำคัญๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการขาดอาหาร ในขณะที่ภาวะโภชนาการไม่ดีหรือทุพโภชนาการ (malnutrition) คือการได้รับสารอาหารไม่สมดุลทำให้เกิดการขาดสารอาหารบางอย่าง รวมถึงการรับประทานอาหารเกินกว่าความต้องการของร่างกายหรือรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันมากเกินไป

ผลการวิจัยชุดนี้พบว่ามี 20 ประเทศในโลกที่มีเด็กที่มีภาวะโภชนาการขาดอาศัยอยู่รวมกันแล้วคิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในทวีปแอฟริกาและประเทศในแถบเอเชียใต้รวมถึงพม่า เกาหลีเหนือและอินโดนีเซีย

งานวิจัยชิ้นหนึ่งในชุดนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากผลการศึกษาวิจัยสำคัญๆ ที่ผ่านมาในบราซิล กัวเตมาลา อินเดีย ฟิลิปปินส์และแอฟริกาใต้ พบว่ามีความเชื่อมโยงกันโดยตรงระหว่างภาวะโภชนาการขาดในช่วงที่อยู่ในครรภ์มารดาและช่วงปฐมวัยและสุขภาพของผู้ใหญ่

โดยพบว่ายิ่งบุคคลนั้นมีโภชนาการแย่มากเท่าไหร่ มีแนวโน้มว่าจะทำให้มีร่างกายเตี้ย เรียนไม่เก่ง ได้ทำงานที่ไม่ดีนัก และลูกที่เกิดมาก็จะมีน้ำหนักตัวตอนแรกเกิดน้อย

ซึ่งสรุปได้ว่าการเกิดภาวะโภชนาการขาดแคลนในช่วงปฐมวัยนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่แย่ลงและยังอาจส่งผลกระทบต่อทายาทรุ่นต่อไปด้วย