...ประมาณเดือนกรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสพบปะกับ พี่เปาแห่งมูลนิธิสยามกัมมาจล และด้วยความที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในด้านการทำสื่อตลอดจนเป็นผู้ใหญ่ที่สนใจและสนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน

เราได้รับฟังมุมมองที่น่าสนใจต่อการสื่อสารภาพงานและการสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนในประเด็นการทำงานด้านสถานะบุคคลที่ผ่านมา โดยพี่เปามองว่าเราสื่อสารโดยให้ภาพในมุมของปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น การนำเสนอเรื่องการที่คนถูกละเมิดสิทธิ เข้าไปถึงสิทธิ ไปจนถึงการเรียกร้องสิทธิของบุคคล ซึ่งพี่เปามองว่ามันไม่โดนใจคน หรือมันเข้าไม่ถึงคนทั่วไป หรือถ้าพูดให้ง่ายคือถ้าเขารับรู้แล้วยังไง คนทั่วไปอาจจะไม่รู้สึกว่ามันเกี่ยวกับเขายังไง ทำไมต้องช่วย ต้องเข้าใจ

ซึ่งทำให้เราได้ฉุกคิดและย้อนทบทวนเหมือนกันว่าที่ผ่านมาเราสื่อไม่ถึงคนทั่วไปจริงๆ และเราควรคิดและให้ความสำคัญกับงานสื่อสาร รูปแบบและเนื้อหาการสื่อสาร ด้วยเหตุผลที่ว่า แรงผลักหนึ่งในการแก้ไขเรื่องสถานะบุคคล หรือคนไร้รัฐไร้สัญชาตินั้น จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจจากทุกภาคส่วน

สิ่งที่พี่เปาเสนอแนะ คือ เราน่าจะเปลี่ยนมุมในการนำเสนอ โดยทำให้สังคมรับรู้และเข้าใจว่าเด็กหรือคนคนหนึ่งที่ประสบปัญหาเรื่องสถานะบุคคลหรือเป็นกลุ่มชาติพันธุ์นั้น เขาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสังคมหรือคนในสังคมอย่างไร โดยเฉพาะแง่มุมที่ทำให้เห็นว่า แม้ว่าเขาจะประสบปัญหา มีข้อจำกัดในชีวิต แต่เขาก็ยังเป็นบุคลากรที่มีคุณค่า มีความสามารถ มีความดี เป็นพลังและเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของสังคม หากเราส่งเสริม ให้โอกาส และสนับสนุนให้เขาได้พัฒนาศักยภาพแล้ว เขาจะเป็นต้นทุนที่สำคัญของสังคมต่อไป

ดังนั้นโครงการจัดทำหนังสือพอกเกตบุค เพื่อรวบรวมต้นแบบของเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ จึงเกิดขึ้น เพื่อสื่อสารในแง่มุมดังกล่าว

___________________________________________________________

แนวคิด

เด็กและเยาวชนเป็นพลังที่จะขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคต การพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน ให้ได้รับโอกาสเรียนรู้ เติบโตและพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพจึงเป็นการพัฒนาต้นทุนที่สำคัญของสังคมไทย ทว่ายังมีเด็กอีกหลายกลุ่มในประเทศไทย ที่ไม่สามารถได้รับโอกาสดังกล่าว  สืบเนื่องจากสภาพข้อเท็จจริงในสังคมไทยที่พบว่ามีเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับอุปสรรคและข้อจำกัดในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ ด้วยเหตุจากสถานะบุคคลตามกฎหมาย (Personal Status) ของพวกเขาที่ไม่ได้เป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย หรืออยู่ระหว่างการพิสูจน์ความมีสัญชาติไทย หรือเป็นเด็ก/เยาวชนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ หรือกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆอาทิ ต้องพบกับข้อจำกัดหรือปัญหาในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ อาทิ สิทธิที่จะได้รับการจดทะเบียนการเกิด การเรียนหนังสือ การเดินทางเพื่อไปเรียนหนังสือ ไปโรงพยาบาล ฯลฯ ซึ่งเป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายรับรอง

อุปสรรคดังกล่าวนี้ จำเป็นต้องกล่าวย้ำด้วยว่ามันเป็นปัญหาที่เด็กมิใช่ผู้ก่อหรือสร้างปัญหาขึ้น แต่เป็นปัญหาของสังคมไทยที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็กกลุ่มหนึ่งให้ต้องได้รับผลกระทบนับตั้งแต่เขาถือกำเนิด แต่สำหรับเด็กและเยาวชนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ และกลุ่มชาติพันธุ์ผู้รับผลกระทบจำนวนหนึ่ง แทนที่ความยอมแพ้ ยอมจำนน กลับพบว่า พวกเขาเลือกที่จะลุกขึ้นมายืนหยัดและฝ่าฟันเพื่อก้าวให้ข้ามพ้นปัญหาและอุปสรรคต่างๆ แม้ว่าผลลัพธ์ของการยืนหยัด ไม่ยอมจำนนนั้น จะหมายถึงชัยชนะเล็กๆ อาทิ กรณีของยุทธนา ฝามวัน ที่ถูกมหาวิทยาลัยปฏิเสธไม่รับเขาเข้าศึกษาในคณะแพทย์ แม้เขาจะสอบได้ ภายหลังการไม่ยอมจำนนต่อความไม่เข้าใจของมหาวิทยาลัย ถึงวันนี้ยุทธนาได้เป็นนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย หรืออาจหมายถึงความเสียใจแต่ก็สามารถผ่านพ้น เช่น กรณีของเด็กชายบิ๊ก ลูกชายของแรงงานข้ามชาติที่เกิดในประเทศไทยและได้รับการบันทึกเป็นราษฎรไทยประเภทต่างด้าว ต้องการสมัครเข้าเรียนหนังสือระดับมัธยมโดยใช้ความสามารถในการตีระนาดเอก (โควตาความสามารถพิเศษ) แต่กลับถูกโรงเรียนปฏิเสธสิทธิตามกฎหมายของเขา ด้วยการปฏิเสธใบสมัครในตอนแรกด้วยเหตุเพียงแค่เขาไม่มีทะเบียนบ้าน แม้ต่อมาโรงเรียนจะรับใบสมัครและให้เด็กชายบิ๊กทดสอบการตีระนาด และผลที่ออกมาคือ เด็กชายบิ๊ก สอบไม่ผ่าน เขาก็ยอมรับผลสอบดังกล่าว ปัจจุบันเด็กชายบิ๊ก เข้าศึกษาในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ใกล้บ้าน และยังคงฝึกฝนการตีระนาด ฯลฯ เบื้องหลังความมานะพยายามเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคปัญหานั้น อาจกล่าวได้อย่างรวบรัด ทว่าชัดเจนเพียงว่า เด็กและเยาวชนเหล่านี้เชื่อมั่นในพลังและคุณค่าในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่พวกเขามี

เพื่อสื่อสารถึงคุณค่าและพลังของเด็กและเยาวชนที่ไม่เคยยอมจำนนต่ออุปสรรคปัญหาต่างๆ ให้สังคมไทยได้เข้าใจและเรียนรู้ สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ ซึ่งเป็นองค์กรด้านวิชาการในงานสถานะบุคคลจึงพัฒนา โครงการพัฒนาแนวคิดและวิธีการในการสำรวจตัวอย่างของความสำเร็จ (Success Stories-SS) และกระตุ้นความพยายามที่จะไปถึง SS ของเด็ก-เยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ และกลุ่มชาติพันธุ์ ขึ้น