หากคุณสิ้นหวัง…ลองฟังนิทานเรื่องนี้

       หากคุณสิ้นหวัง…ลองฟังนิทานเรื่องนี้ 

        ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีนกนางแอ่นตัวผู้สีดำตัวหนึ่ง(น่าจะเรียกนกนายแอ่น)  มันเป็นนกนางแอ่นอารมณ์ดี บินถลาร่อนลมอย่างมีความสุขท่องไปในฟ้ากว้าง สูงขึ้นไปถึงก้อนเมฆ และต่ำลงมาเพียงเฉียดฉิวยอดหญ้ามันหยอกล้อสายรุ้งจนลืมว่าลมหวานกำลังมาเยือน  เป็นฤดูหนาวที่โหดเหี้ยม อุณหภูมิลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็งชั่วเวลาข้ามคืนหิมะโปรยปรายตลอดวันจนทุ่งนากลายเป็นลานน้ำแข็งสีขาว สัตว์น้อยใหญ่มุดเข้าจำศีลในถ้ำกับคู่ของตน  มีแต่เจ้านกนางแอ่นที่รักเสียงเพลง สายลม แสงแดดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเท่านั้นที่บินไปมาอย่างไร้จุดหมาย  รังของมันอัดแน่นด้วยก้อนหิมะเย็นยะเยือก ในที่สุดมันจึงตัดสินใจบินลงใต้ มุ่งหวังจะไปเยือนดินแดนที่อบอุ่น  

         แต่...อนิจจา  นกนางแอ่นน้อยไม่สามารถฝ่าลมหนาวไปได้ไกล พายุหิมะทำให้ปีกของมันปวดจนชา ร่าง   ตกตุ้บลงข้างๆ กองฟาง ณ โรงนาแห่งหนึ่งมันนอนตัวแข็งทื่อ มองเห็นความตายกวักมือเรียกอยู่ไหวๆ เลือดกำลังจับตัวเพราะลมหนาว  

         ทันใดนั้น มีแม่วัวตัวหนึ่ง เดินฝ่าหิมะมาหาฟางเคี้ยว ขณะผ่านนกน้อยที่นอนแข็งอยู่บนพื้นแม่วัวนึกสงสาร จึงได้อึออกมากองใหญ่ ทับไปบนเจ้านกโชคร้าย  ความอบอุ่นจากอึวัว ได้ช่วยขับไล่ความหนาวเย็น นกน้อยเริ่มรู้สึกตัวอย่างช้าๆ  โอ...ช่างอบอุ่นดีแท้ หรือว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังจะมาเยือนแล้วนะ?   ด้วยความรู้สึกเป็นสุข เจ้านกจึงอ้าปากขับขานบทเพลงอันไพเราะออกมา   

        ขณะนั้นเอง มีแมวป่าหิวโซเดินออกล่าอาหาร มันให้นึกแปลกใจที่ได้ยินเสียงเพลงอันไพเราะดังออกมาจากกองอึวัว  ด้วยความสงสัยมันจึงใช้มือแหวกดูและพบนกน้อยอยู่ในนั้น   แมวป่าหิวท้องกิ่วจึงจับนกน้อยกินเป็นอาหาร            

 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...

                  1. คนที่นำสิ่งสกปรกมาให้ ไม่จำเป็นต้องร้ายกับท่าน

                  2. คนที่ช่วยท่านออกจากกองสกปรก อาจเป็นอันตราย 

                  3. อย่างเพิ่งอ้าปากคุยโว ขณะยังมีมลทิน  

                 4. อย่าเป็นคนเถลไถล