วัฒนธรรมการวิพากษ์ที่ชอบ

กลับมาแล้วครับ จากการไปตะล่อนๆ อยู่ในเมืองกรุงสองวันกับหนึ่งคืน งานนี้ไปเป็นเพื่อนร่วมทางให้กับหัวหน้าทีมวิจัยพหุวัฒนธรรมที่มาเลเซีย จริงๆ ก็เกรงใจท่าน บอกว่าไปสองคนนี้ค่าเครื่องบินมันแพง ท่านไปคนเดียวดีกว่า ฮิฮิ แต่ท่านไม่ยอมครับ ควักกระเป๋า (งบวิจัย) ออกให้ เลยต้องยอมครับ แต่บอกท่านว่า ขอแวะไปพันทิพย์ด้วยนะครับ ซึ่งท่านก็เห็นด้วยเหมือนกัน

(มาก่อนเวลาเยอะครับ ห้องยังว่างอยู่เลย)

ลงเครื่องเลยมุ่งไปพันทิพย์เลยครับ เป้าหมายผมคือ แบตเตอร์รีโน้ตบุ๊คใหม่ครับ เดิมแค่อยากไปเปลี่ยนเซลของมันเฉยๆ แต่เดินไปเดินมา ถามร้านโน้นร้านนี้ สรุปได้ว่า เปลี่ยนเซลใช้ได้ประมาณ 3 เดือน ซื้อใหม่ดีกว่า เลยเดินหาร้านซื้อใหม่ครับ ได้มาในราคา 2500 ซึ่งก็โอเค เพราะหากซื้อที่ศูนย์ราคาอยู่ที่ 4500 ถูกกว่า 2000 

อีกรายการหนึ่งที่ไม่อยากซื้อ แต่ดันไปซื้อคือ ตัวแปลง mp3 ไปเป็นสัญญาณวิทยุใช้กับวิทยุในรถ ไม่สนใจตั้งแต่เห็นมันแล้วครับ เพราะปกติขับรถก็เปิดวิทยุ ไม่เคยฟังเทปมาตั้งแต่ไหนแต่ไรครับ แต่ท่านหัวหน้าทีมเชียร์เหลือเกิน เลยซื้อ พอซื้อเสร็จก็เลยต้องซื้อแฮนดี้ไดรฟ์อีกหนึ่งเพื่อใช้คู่กัน (แฮนดี้ไดรฟ์ที่ผมเคยใช้ ขนาดห้าร้อยกว่าเมก ก็เมื่อสองปีก่อนครับ เมื่อมันหายไปผมก็ไม่เคยซื้อใหม่อีกเลย ส่วนใหญ่ให้ฮาร์ดดิสค์ภายนอก และส่งข้อมูลด้วยก็อีเมล ประหยัดและปลอดภัย)

 

ฮือ (ก็ยังงงๆ อยู่ว่าซื้อไปทำไม) ความจริงถ้าอยากซื้อรองจากแบตฯ คือ เม้าสรีโมตมากกว่า แต่ก็ห้ามใจไม่ให้ซื้อ เสียดายตังค์ ออ.อีกตัวหนึ่งที่อยากซื้อคือ ตัวรับสัญญาโทรทัศน์มาสู่เจอ LCD เห็นราคาแล้วอยากซื้อเลยครับ แต่เดิมสักสี่เดือนก่อนมันประมาณที่ 3000 ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 1500 น่าสนใจ แต่ก็เหตุผลเดิมคือยังไม่จำเป็น เสียดายเงิน ฮาฮา

เสร็จจากเดินช๊อปก็กลับมาที่โรงแรมครับ เดินต่อไปหาร้านข้างนอกไม่ไหวแล้วครับ เลยต้องสั่งอาหารโรงแรมทาน ฮือ รวมๆ แล้วจานละร้อยกว่าบาท ฮาฮา จากนั้นก็เริ่มงานเลยครับ คือเตรียมการนำเสนอให้หัวหน้าทีม เสร็จสี่ทุ่ม ก็ปิดเครื่อง ชาร์ตแบตที่ซื้อมาใหม่ครับ

(ธรรมชาติของงานประชุมวิชาการครับ คนไม่เยอะ แต่ทราบว่าวันนี้มีหลายงานมาก)

เช้ามาอีกวัน ก็เป็นหน้าที่ท่านหัวหน้าทีมครับ เตรียมการนำเสนอจากเพาวเวอร์พอย์ทที่ผมเตรียมไว้ให้ เสร็จแล้วประมาณห้าโมงเช้าก็ออกจากโรงแรมไป ม.ธรรมศาสตร์ท่าพระเจ้า เผื่อเวลาไว้เยอะครับ เพราะผมไม่เคยไป ม.ธรรมศาสตร์ (ถึงแม้จะอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่พักมากนักก็ตาม)

(เปิดงานโดยคณบดี และรองผอ.สกว.)

หาห้องประชุมเจอ ก็ฝากกระเป๋าไว้กับเจ้าหน้าที่ใจดีที่นั่น จากนั้นก็เดินชมมหาวิทยาลัยกัน แล้วก็ไปหยุดยาวอยู่ที่ศูนย์หนังสือครับ เจอหนังสือน่าสนใจหลายเล่มครับ แต่ไม่ได้ซื้อครับ แฮ มันแพงจังเลย ที่สำคัญไม่อยากหิ้วกลับ มันหนัก คิดเอาไว้ว่า ค่อยสั่งทางอินเตอร์เน็ทที่บ้านดีกว่า

(หัวหน้าทีมผมขึ้นก่อนใครครับ)

งานวิจัยทีมผมเป็นชิ้นแรกที่นำเสนอครับ งานนี้หัวหน้าทีมซึ่งบอกว่า ถ้าเวทีภาษาอาหรับ มาเลย์ ไม่หวั่นครับ แต่ภาษาไทยนี่หวั่นใจนิดหน่อย แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ ฮือ ผมก็มั่นใจว่าท่านทำได้ดีอยู่แล้วครับ เลยปฏิเสธที่จะขึ้นเวทีแทนท่าน แถมด้วยภาษาไทยที่มีความจำกัดของท่าน และประสบการณ์ใหม่ๆ จากมุมมองของนักวิชาการศาสนาอิสลามที่ไปเจอในวัดที่ตุมปัต คนฟังๆ แล้วอมยิ้มและชื่นชม

(รศ.ดร.ฉวีวรรณ กำลังวิพากษ์)

ผู้คอมเม้นต์คือ รศ.ดร.ฉวีวรรณ ประจวบเหมาะครับ ท่านคอมเม้นต์เชิงบวกครับ แต่ก่อนขึ้นเวทีได้คุยกับท่านๆ บอกว่า รอบนี้ไม่เหมือนกับตอนคอมเม้นต์รายงานวิจัยนะ เพราะอันโน้นเขียนดีมาก แต่พอมาเป็นบทความออกไปทางค่อนข้างแย่หน่อย ท่านขอวิจารณ์หนักๆ ละ ฮือ แต่ปรากฏ (ผมว่าด้วยความน่ารักของการนำเสนอของหัวหน้าทีม) พอท่านคอมเม้นต์จริงๆ ก็เบาไปเยอะเลยครับ แถมท่านพยายามบอกจึงจุดแข็งที่มีในรายงานวิจัยมากกว่าที่จะมาย้ำว่า บทความเขียนแย่มากๆ (อัลฮัมดุลิลลาห์) แต่เห็นจุดอ่อนของบทความเยอะครับ และคิดว่ารอบนี้ได้เทคนิคการเขียนบทความเยอะเลยครับ

(อ.พรชัย กำลังนำเสนอ ท่านเลือกที่นั่งชิดคอมไปนิดหนึ่งครับ)

จากนั้นเป็นคิวของ อ.พรชัย นาคสีทอง จากม.ทักษิณนำเสนอผล แล้วก็คอมเม้นท์โดย ดร.รัตนา ครับ บรรยากาศค่อนข้างจะหนักขึ้นครับ คอมเม้นต์ตรงๆ ชัดๆ ฟังแล้วเข้าใจเลย และวิจัยชิ้นสุดท้ายคือ อ.ณรงค์ หัศนี จาก มอย. รายนี้คอมเม้นต์โดย ผศ.ดร.อภิชาติ (ถ้าจำไม่ผิดจากจุฬาฯ ครับ) ในความรู้สึกส่วนตัวคือ ต้องเรียกว่า วิจารณ์ยับ ไม่เหลือชิ้นดีเลยครับ

(ดร.รัตนาำกำลังวิพากษ์งานอ.พรชัย)

ขั้นต่อมาคือ การให้ความเห็นกลับจากผู้นำเสนอครับ ขึ้นเวทีพร้อมกันทั้งสามท่าน หัวหน้าทีมผมก็ขอบคุณและจะปรับปรุงบทความใหม่ ส่วนอีกสองท่านก็ต้องชี้แจงหนักหน่อยครับ ซึ่งต้องบอกว่า สำหรับการชี้แจงโดยโจนความผิดไปให้คนอื่น อันนี้ผมไม่เห็นด้วยเลยครับ การชี้แจงน่าจะด้วยเหตุผลทางวิชาการมากกว่าลากแม่น้ำทั้งห้ามากลบเกลือน

(อ.ณรงค์ นำเสนอครับ)

จากนั้นเป็นการคอมเม้นต์แบบเปิดครับ มีสองท่านคือ บรรณาธิการท่องเที่ยวของไทยโฟสต์ และอ. นิติ (จากจุฬาฯ) ตอนท่านกำลังนำเสนอแนวคิด รศ.ดร.ชัยวัฒน์ (ที่ปรึกษาโครงการ) หันมาถามผมว่า หัวหน้าทีมผมฟังภาษาไทยเข้าใจหรือเปล่า ผมยืนยันไปว่า เข้าใจครับ คิดว่าตอบได้แน่ๆ ครับ แต่ยิ่งฟัง อ.นิติพูด ผมต้องเรียนที่ปรึกษาไปว่า ผมขอพูดแล้วกันนะครับ ดังนั้นเลยต้องยกมือหลังจากที่ อ.นิติพูดเสร็จ แล้วก็เลยเป็นหน้าที่ผมชี้แจงแทนหัวหน้าผม คือ ความมั่นใจว่าหัวหน้าชี้แจงได้นะเต็มที่ครับ แต่ปากมันคันจนอดไม่ไหว พูดเสร็จ ผู้ดำเนินรายการ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่ได้อ่านรายงานวิจัยนี้ เสริมในหลายจุด (ก่อนขึ้นเวที ก็มาบอกว่าได้อ่านรายงานแล้วชอบมากจริงๆ)

(ผศ.ดร.อภิชาติ วิพากษ์)

จากนั้นก็กล่าวปิดด้วยที่ปรึกษาโครงการครับ งานปิดผมสอบถามหาที่ละหมาดกับที่ปรึกษา แฮะสรุปว่า ละหมาดกันที่ห้องประชุมนี้แหละครับ สามคน (หัวหน้าทีมวัจัยเป็นอีหมาม) จากนั้นก็รีบขึ้นเท็กซี่ไปสุวรรณภูมิครับ ถึงไปเกือบๆ หกโมงแล้ว จึงมีเวลาหาอะไรใส่ท้องแค่ครึ่งชั่วโมงครับ ฮือ ผมหาัร้านอาหารอิสลามไม่เจอ จำไม่ได้ว่ามันอยู่ที่ไหน มาคราวที่แล้วยังใช้บริการอยู่เลย สุดท้ายเลยได้ขนมเค้กแก้ขัดไปก่อน ต้องบอกว่าหิวข้าวมาก เพราะมื้อเที่ยงยังไม่ได้ทานเหมือนกัน กลับมาถึงบ้านก็เกือบๆ เที่ยงคืนครับ เนื่องจากแวะทานข้าวมื้อค้ำที่ อ.จะนะ 

(ขึ้นเวทีตอบข้อคอมเม้นต์)

ประเด็นหนึ่งที่เราคุยกันระหว่างเดินทางกลับคือ ผมและหัวหน้าทีมชอบบรรยากาศการคอมเม้นต์แบบนี้ครับ ตรงๆ ชัดๆ ไม่ต้องเกรงใจ ซึ่งหัวหน้าทีมผมก็บอกว่าที่มาเลย์ที่อาหรับเขาก็แนวนี้เหมือนกัน แต่ที่มหาวิทยาลัยของเรา เรื่องแบบนี้ยังไม่ค่อยจะยอมรับกัน แถมมีโกรธกันด้วย (ผมและหัวหน้าทีมก็เคยโดนโกรธเหมือนกัน ฮา) ผมจำได้ว่า proceeding ครั้งหลังสุดของคณะจัด บรรยากาศดุๆหน่อย ท่านอธิการบดีมาปิดท่านยังชอบเลย แต่ทำไมอาจารย์ท่านอื่ืนๆ รับการคอมเม้นต์แบบนี้ไม่ค่อยจะได้ น่าคิด

(ปิดงานโดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อย่างนี้แหละ! จารุวัจน์



ความเห็น (12)

ยิ่งอ่านบันทึกอาจารย์ยิ่งทำให้ผมเกิดการเรียนรู้ และพร้อมที่จะรับมือและยอมรับกับการก้าวเข้ามาสู่แวดวงวิชาการที่ควรจะเป็น ไม่เคยผิดหวังที่เปิดบันทึกครับ ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองและตอบแทนคุณความดีครับ

ป.ล. คนบางคนชอบภาษาดอกไม้ครับ พอเจอดอกไม้ประเภทมีหนามบ้างกลับรับไม่ได้ อิอิ

ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ فؤاد 

ดอกไม้ก็ยังมีหนามเลย การคอมเม้นต์ก็ต้องมีส่วนที่แหลมคมบ้าง ใช่เลยครับ

 

  • ทีแรกคิดว่า อ.จะติดน้ำที่หาดใหญ่ กลับบ้านไม่ได้เสียอีก
  • เรื่องคำที่ยอมรับความความผิดพลาดรู้สึกว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นปัญหาของการพัฒนา
  • จะไม่ว่าคนอื่น ผมเองก็มีปัญหา ถ้าโดนว่าตรงๆ อย่างน้อยจะรู้สึกหมดกำลังใจไปบ้าง เลยต้องกระตุ้นใหม่
  • หน่วยงานของเรา หรือพวกเรา ยังไม่เคยชินกับคำตรงๆ เมื่อมีคนพูดตรงก็เลยหาว่าเขาไม่ดี พูดไม่เก่งบ้าง อะไรทำนองนี้
  • เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่จะต้องหาทางออกที่ดีที่สุดระหว่าง كلمة الحق (ความจริง) กับ قولا لينا (การพูดที่นุ่มนวล) แต่ก็ต้องทำให้ได้
  • ครับการโทษคนอื่น หรือเหตุผลอื่นๆ มันไม่อะไรพัฒนาได้เลย นอกจากยอมรับและแก้ไข

ขอบคุณครับอาจารย์ Ibm ครูปอเนาะ ڬوروفوندق 

  • เรื่องน้ำท่วมนี่ กลัวตอนไปกลับ กลัวไปสนามบินไม่ได้ ขากลับไม่กังวล นอนค้างที่ไหนก็ได้ ฮิฮิ
  • การพูดตรง ส่งผลกระทบก็เยอะอย่างอาจารย์บอกครับ แล้วการพูดดีๆ ก็ช่วยชโลมใจได้เยอะเหมือนกัน แต่ชีวิตก็ต้องเจอหลายๆ แบบครับ อย่างแรกที่ต้องมีคือ ต้องยอมรับให้ได้ก่อน

เขียนเมื่อ 

มาฟังงานวิจัย เพื่อจะได้ร่วมกันสร้างงานวิจัย ในเชิงพัฒนาศักยภาพการทำงานของตัวเองและสังคมแห่งการเรียนรู้นี้ต่อไป

ขอบคุณครับ คนตานี 

การเรียนรู้จากการอ่านก็มีคุณค่าครับ

สลามครับอาจารย์ จารุวัจน์ ติดตามงานวิจัยของท่านอยู่เสมอครับ

สลามครับ วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei-- 

อยากจะเอาส่วนสาระจากการประชุมมานำเสนอครับ แต่ช่วงนี้งานยุ่งเลยยังไม่มีเวลาพอจะเขียนครับ

เขียนเมื่อ 

สลามอาจารย์

ชุกร็อนสำหรับการเข้าไปทักทายงานบันทึกของซิลเวียค่ะ

  • ยังไม่เคยทำวิจัยค่ะอาจารย์.. แต่ได้เรียนการวิพากษ์งานวิจัยไปเล็กน้อย
  • ในชั้นเรียน..มีการหัดวิพากษ์งานวิจัยของนศ. ด้วยกันเอง... ทำให้รู้จุดบอด จุดอ่อนของงานได้มากขึ้น
  • การวิพากษ์แบบนี้..เน้นแต่การวิพากษ์งาน กระบวนการและวิธีคิด ซึ่งเป็นการช่วยกันเสริมแต่งให้งานวิจัยออกมาได้ถูกต้องและแม่นยำ..เชื่อว่าทุกคนรับได้ค่ะ( แม้จะไม่ได้พูดด้วยภาษาดอกไม้ก็ตาม)

สลามครับ น้องซิลเวีย 

ได้ฝึกในห้องเรียนอย่างนี้ดีครับ 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณพ่อน้องเตาฟิก

ในเรื่องชีวิต ภาษาดอกไม้สำคัญในการเสริมพลัง กำลังใจ

หากในเรื่องงาน ชัดเจน ตรงๆ เปิดใจ รับได้ ไม่มีค้างคาใจ

ชื่นชมกับวัฒนธรรมการวิพากษ์ในบ้านเราดีขึ้นกว่าก่อนค่ะ

มาทายทักด้วยคิดถึงหนุ่มน้อยเตาฟิก ไม่ทราบข่าวคราวนานแล้ว

 

สวัสดีครับพี่poo 

ช่วงนี้ถ่ายรูปเตาฟิกบ่อยครับ แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสนำขึ้นเวปครับ กำลังซนเลยครับ