From Firsts Who Have Braved
คำพูดสามารถไม่ได้เป็นเพียงแค่คำมาเรียงร้อยเปล่งออกมา หากว่ามาจากการกลั่นกรองจากจิตใหญ่ที่ได้ทำการใดๆด้วยความรัก ความเมตตา ความกล้าหาญ เพราะมีศรัทธาความเชื่อว่าเป็นส่ิงอันเป็นมงคลที่จะกระทำ เป็นสิ่งที่พึงกระทำแล้ว เมื่อนั้นวจนที่ปรากฏออกมากลับกลายเป็นพลังงานศักย์ที่จะก่อให้เกิดแรงบันดาลใจแก่ผู้ฝักใฝ่ แก่พหูสูตร ที่จะได้นำไปคิด ใคร่ครวญ และศิโรราบต่อภาวนามยปัญญาเหล่านี้ สานต่อเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์โลกต่อๆไป
สองบทที่ผ่านมา คือ From Men Who Have Done และ From Ones Who Have Loved เป็นตัวอย่างของ wisdom ของมหาปูชนียบุคคลที่มีอิทธิพลต่อชีวิตคนจำนวนมากทีได้มาสัมผัส แวดล้อมท่านเหล่านั้น บทความต่อไปนี้จะกล่าวถึงกลุ่มที่สาม ซึ่งมีเอกลักษณ์จำเพาะ มีพลังงานจำเพาะอีกลักษณะหนึ่งคือ ข้อคิดจากนักบุกเบิก รอยเท้าของท่านเหล่านี้เปิดมรรคาใหม่ให้แก่ชาวโลก หมุนกงล้อประวัติศาสตร์ของชุมชน ประเทศ และโลกนี้ให้วิวัฒน์
From Firsts Who Have Braved
- Martin Luther King, Jr.
- Abraham Lincoln
- Nelson Mandala
- Albert Einstein
|
Other Quotes: "Faith is taking the first step even when you don't see the staircase." "A lie cannot live." "Love is the only force capable of transforming an enemy to a friend." "We must learn to live together as brothers or perish together as fools." "I believe the unarmed truth and unconditional love will have the final word in reality." ข้าพเจ้าเชื่อว่าสัจธรรมที่ปราศจากอาวุธใดๆ และรักที่ปราศจากเงื่อนไข สุดท้ายจะเป็นเสียงสุดท้ายแห่งความเป็นจริง |
"The quality, not the longevity, of one's life is what is important."Martin Luther King, Jr.1929-1968นักปาฐกผู้ยิ่งใหญ่ ทรงพลัง และหาญกล้านำการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิให้ทัดเทียมของคนผิวสีในประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้ง the Southern Christian Leadership Conference ขึ้นในปี 1957 และในปีั 1963 วันที่ 28 สิงหาคมเขาก็ได้นำคนอเมริกัน ทุกเชื้อชาติ ทุกผิวสี เดินขบวนแสดงเจตจำนงที่จะอยู่ร่วม ไม่แบ่งแยก เป็นจำนวนถึง 200,000 คน The March of Washington ไปยัง Lincoln Memorial เพื่อแสดงปาฐกถา ในที่สุด ในปี 1964 สภา congress ได้ยินยอมผ่านกฏหมาย CIvil Rights Act และ KIng ก็ได้เป็นชายที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลไพรซสาขาสันติภาพ King ถูกลอบสังหารในปี 1968 "คุณภาพชีวิตต่างหาก ไม่ใช่การมีอายุยืนยาวหรอก ที่ทำให้ชีวิตนี้มีค่า"คำพูดอื่นๆ: "The time is always right to do what is right." "I have a dream that one day this nation will rise up and live out the true meaning of this creed - We hold these truths to be self-evident: that all men are created equal." "ข้าพเจ้ามีความฝันไว้ว่าสักวันหนึ่ง ประเทศนี้จะพร้อมใจกันลุกขึ้น และใช้ชีวิตอย่างที่เราเชื่อมั่นและศรัทธามาโดยตลอดว่า คนเราทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน" |
.
"I do not think much of a man who is not wiser today than we was yesterday."Abraham Lincoln 1809-1865ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐบุรุษผู้เป็นตัวอย่างของความซื่อตรง เปี่ยมศรัทธา มุ่งมั่น ความกล้าหาญ และอารมณ์ขันอย่างละเมียดละไม ได้มาเป็นผู้นำประเทศในยุคที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์การก่อตั้งประเทศ ความที่เป็น Visionary เปี่ยมวิสัยทัศน์ ท่านอับราฮัม ลิงคอห์น ได้ต่อสู่เพื่อเลิกการมีทาสในสหรัฐอเมริกา ต่อต้านกระแสสังคม ณ เวลานั้น จนเกิดสงครามกลางเมือง แต่ความเป็นนักยุทธศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมทำให้เขานำไปสู่ชัยชนะได้ในที่สุด "ข้าพเจ้าไม่เห็นคุณค่าของใครก็ตามที่ไม่ได้เรียนรู่อะไรและทำให้ฉลาดขึ้นกว่าเมื่อวันวาน"คำพูดอื่นๆ: "Those who deny freedom to others, deserve it not for themselves; and, under a just God, cannot long retain it." ใครที่ไม่ยินยอมมอบอิสรภาพให้แก่คนอื่น ไม่สมควรจะมีอิสรภาพเช่นกัน หรือถึงมี ก็มีได้ไม่นาน คำพูดอมตะของท่าน: "I leave you hoping that the lamp of liberty will burn in your bosoms until there shall no longer be a doubt that all men are created free and equal." ข้าพเจ้าขอให้พวกท่านจงมีความหวังว่าตะเกียงแห่งเสรีภาพจะลุกโชนเผาไหม่ภายในอกของท่านจนกระทั่งไม่มีข้อกังขาว่าคนทุกคนถูกสร้างขึ้นมาทัดเทียมกัน |
Other Quotes: "The probability that we may fall in the struggle ought not to deter us from the support of a cause we believe to be just." "A house divided against itself cannot stand." บทนี้ชวนให้สะท้อนถึงสถานการณ์บ้านเมืองเราในขณะนี้นะครับ "As I would not be a slave, so I would not be a master. This expresses my ideas of democracy. Whatever differs from this, to the extent of the difference, is no democracy." เนื่องด้วยข้าพเจ้าจะไม่เป็นทาส ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่ได้เป็นนายใครด้วย นี่คือความหมายของประชาธิปไตย ใครที่คิดเป็นอืนนอกเหนือจากนี้ นั่นไม่ใช่ประชาธิปไตย (เหมาะสำหรับ "นาย" ทุกๆคน ที่พยายามจะ preach เรื่องรักประชาธิปไตยทุกขณะจิต "Let us have faith that right makes might, and that faith, let us, to the end, dare to do our duty as we understand it." ขอให้พวกเรามีศรัทธา และสิ่งที่ถูกต้องนำเรามาซึ่งพลัง ขอให้เรามีความกล้าที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุที่สิ่งเราเชื่อมั่น |
.
|
Other Quotes: "Man's goodness is a flame that can be hidden but never extinguished." "A good head and a good heart are always a formidable combination." "No one is born hating another person because of the color of his skin, or his background, or his religion. People must learn to hate, and if they can learn to hate, they can be taught to love, for loves coms more naturally to the human heart than its opposite." "For to be free is not merely to cast off one's chains, but to live in a way that respects and enhances the freedom of others." จะเห็นว่าปรัชญาของท่าน ไม่ได้เน้นที่การกระทำอะไรสั้นๆ แต่หมายความไปถึง "การใช้ชีิวิตต่อๆไปตามปรัชญานั้น ตลอดไป" |
"The greatest glory in living lies not in never falling, but in rising every time we fall."Nelson Mandela, 1918-ประธานาธิบดีคนแรกของประเทศ South Africa ที่รับเลือกตั้งโดยกระบวนการเลือกตั้ง ลงคะแนนเสียง เต็มรูปแบบ ท่านเนลสัน แมนเดลลา เป็นนักรณรงค์ต่อต้านอพาธีด (anti-apartheid ระบบสังคมที่ปกครองอย่างแบ่งแยกชนชั้น ตามเชื้อชาติ วรรณะ ผิวสี) ถูกจองจำอยู่ในคุกเพราะแนวคิดและการต่อสู้ของท่านนานถึง 27 ปี หลังจากเกษียณ รัฐบุรุษเนลสัน แมนเดลลาได้อุทิศตนเพื่อต่อสู้ความอยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เป็นสัญญลักษณ์แห่งการต่อสู้่เพื่อความถูกต้อง ความทัดเทียม และความมุ่งมั่นไม่ท้อถอยในการกระทำสิ่งที่พึงกระทำ "ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต ไม่ได้เป็นการไม่เคยล้ม หากคือการที่เรายังลุกขึ้นสู้ใหม่ทุกครั้ง ไม่ว่าจะล้มลงกี่ครั้งก็ตาม"คำพูดอื่นๆ: "Education is the most powerful weapon which you can use to change the world." "True reconciliation does not consist in merely forgetting the past." การลืมอดีตเท่านั้น ไม่ได้ทำให้เกิดการสมานฉันท์ เราควรจะนำอดีตมาเรียนรู้ ศึกษา เข้าใจ และฉลาดขึ้นด้วย |
.
"Imagination is more important than knowledge."Albert Einstein 1879-1955หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ นักคิด และจิตใหญ่ที่สุดท่านหนึ่งของมนุษยชาติ เกิดที่ประเทศเยอรมันนี เรียนระดับ Diploma จาห Swiss Federal Polytechnic School ในซูริก สวิสเซอร์แลนด์ และได้รับ Nobel Prize สาขาฟิสิกส์ในปี 1922 จากการค้นพบและอธิบายปฏิกิริยา fusion ของธาตุยูรเนียม ในปี 1933 เป็นการเปิดหนทางไปสู่การพัฒนาระเบิดอะตอมเป็นครั้งแรกของโลก และปูทางไปสู่ยุคของนิวเคลียร์ฟิสิกส์ ผลงานทางฟิสิกส์ และต่อโลก ของอัลเบิร์ต ไอสไตน์ตลอดชีวิตของเขาไม่มีที่สิ้นสุดจวบจนปัจจุบัน "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้"คำพูดอื่นๆ: "Truth is what stands the test of experience." "The ideals which have lighted my way, and time after time have given me new courage to face life cheerfully, have been kindness, beauty, and truth." คติที่ช่วยชี้นำชีวิตของข้าพเจ้า ให้พลัง ความกล้าในการเผชิญชีวิตอย่างรื่นรมย์ ได้แก่ ความเมตตากรุณา ความงาม และสัจธรรม "A person who never made a mistake never tried anything new." 'Weakness of attitude becomes weakness of character." |
Other Quotes: "Intellectuals solve problems, geniuses prevent them." อันนี้ผมชอบมาก เขาว่าพวกฉลาดๆมีหน้าที่แก้ปัญหา แต่พวกอัจฉริยะเขาจะป้องกันปัญหา "Information is not knowledge." สำหรับพวกที่คลั่งสะสม data!!@ "The only real valuable thing is intuition." สิ่งมีค่าที่แท้จริงคือณานทัศนะ กระบวนความคิดของไอสไตน์ไม่ได้เรียงร้อยมาตาม logic หรือเป็นขั้นเป็นตอน แต่เขาจะให้คุณค่ากับการใคร่ครวญ ไตร่ตรอง และจมดิ่งลึก จนเกิดณานทัศนะมากกว่า "There are only two ways to live your life. One is as though nothing is miracle. The other is as though everything is a miracle." ออกมาจากปากนักวิทยาศาสตร์ ยิ่งน่าทึ่งกว่าเดิม!! "The Intuitive mind is a sacred gift and the rational mind is a faithful servant. We have created a society that honors the servant and has forgotten the gift." จิตแห่งณานทัศนะเป็นพรสวรรค์ จิตแห่งตรรกะคือผู้รับใช้อันซื่อสัตย์ ปรากฏว่าเราได้สรรค์สร้างสังคมที่เทอดทูนคนรับใช้แต่หลงลืมพรสวรรค์ "Try not to become a man of success but rather to become a man of value." จงอย่าพยายามเป็นคนแห่งความสำเร็จ แต่ให้พยายามเป็นคนที่มีคุณค่า |




ชีวิตที่มีคุณค่า เราต้องกล้าที่จะพัฒนา นะครับ ท่านอาจารย์
ตามมาอ่านเพิ่มสติปัญญา
รออ่านต่อวันพรุ่งนี้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะอาจารย์
อ่านแล้วหนูพอจะจับประเด็นสรุปตามความคิดของหนูนะค่ะ..
"การเรียนรู้คือการทำให้ชีวิตมีคุณค่าและมีคุณภาพ..."
ติดตาม...และตามมาติดๆค่ะ
ผมเริ่มมึนหัวแล้วครับอาจารย์
ยังคงประทับใจเช่นเคยครับ
ว่าแต่ คำคม ข้อคิดต่างๆนานา สุดท้ายแล้วก็ขึ้นกับกาลโอกาส ว่าไหมครับ
มี quotes ต่างๆมากมาย ที่ตรงข้ามกันหรือ แย้งกันเองครับ
สวัสดีครับ เพื่อนที่รัก
ขอบพระคุณที่มาเยี่ยมเยียนครับ ยินดีด้วยที่คำกล่าวต่่างๆนี้มีผลกระทบอะไรบางอย่างสำหรับเราแต่ละคน
เชื่อว่าเวลาที่เราอ่าน ประสบ พบ เหตุการณ์หนึ่งๆ สิ่งเหล่านี้จะเข้าไปสอดประสานบูรณาการกับประสบการณ์เก่า กระบวนทัศน์เดิม และวิธีการคิดของเราแล้วจึงกลั่นกรองออกมาเป็นการรับรู้ ชื่นชม (หรือไม่ชื่นชม) ดังนั้นผมเชื่อว่าเราคงจะมี favourite quotes ที่ไม่เหมือนกัน หรือคนละประเด็น ขึ้นอยู่กับว่าเราคิดอะไรอยู่ตอนนั้น กำลังประสบอะไรอยู่ หรือรู้สึกอย่างไรอยู่
ถ้าอ่านกำลังภายใน เราจะพบว่ามีคำ quotes ที่สามารถอ้างได้ทั้งฝ่ายพระเอกและฝ่ายผู้ร้ายเลยทีเดียว ซึ่งน่าสนใจ ผมคิดว่าเป็นเพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เชิงเป็นสุภาษิต แต่เป็นคำพังเพยที่มาจากประสบการณ์ คือเป็นเรื่องค่อนไปทาง "ความจริง" มากกว่า "ความดี"
หมายความว่าอย่างไร
คำ quotes ต่างๆ ถ้ามาจากประสบการณ์ตรง นั่นคือ "ความจริง" ซึ่งคำว่าประสบการณ์นั้น ไม่ได้มีข้อจำกัดที่ values เพราะคุณค่าต่างๆนั้น เราใส่เข้าไปทีหลัง หลังจากมีประสบการณ์ก่อน ประสบการณ์จะเป็น input ทีนี้คนที่ quote ออกมา ถ้าเป็นคนดี (ตามนิยามของคนอ่านทีหลัง) หรืออย่างไรก็ตาม เขา/เธอก็จากบูรณาการสิ่งที่เจอะเจอออกมาเป็นสัจธรรม
สัจธรรมไม่ได้มีเรื่องของความดี ความเลว สิ่งเหล่านี้มาทีหลัง และปรุงแต่งกับบริบท และใส่ connotation ลงไปเองจากแต่ละบุคคล อาทิ
"ไร้พิษมิใช่ชายชาติ" อันนี้พวกผู้ร้ายใช้บ่อย แต่พระเอกก็ใช้บ้าง ตอนที่กำลังเล่น trick โต้ตอบไป
"วิญญูชนล้างแค้น สิบปียังไม่สาย" ฟังทะแม่งๆสำหรับชาวพุทธ แต่พระเอกที่กำลังเสียเปรียบ จะกลับไปตั้งหลัก มักจะใช้ (ผู้ร้ายก็ใช้ได้)
"เลี้ยงทหารพันวัน ใช้แค่วันเดียว" ก่อนออกรบ
ดังนั้น context หรือบริบท จะเป็นตัวกำหนดเวทนา สัญญา ต่างๆ กับ quotes หรือ "ความจริง" จะตรงกันข้าม หรือขัดแย้ง ไม่ได้แปลว่าตีความผิดหรือถูก แต่เป็นไปตามสภาวะจิตของคนจะใช้ ณ ขณะนั้น ว่าอยู่บนวิถีใด
กระมังครับ
"Information is not knowledge." สำหรับพวกที่คลั่งสะสม data!!@
ชอบประโยคนี้เช่นกันครับ แต่ information (ข้อมูลที่ประมวลแล้วเรียกว่าสารสนเทศ/ข้อสนเทศ) ก็ไม่ใช่ data (ข้อมูลดิบ) นะครับ
ขอบคุณสำหรับคำอธิบายครับอาจารย์
ประทับใจ 3 ประโยคนี้ ซึ่งคิดว่าทั้งสองประโยคคล้อยตามไปในทางเดียวกันคือ ให้ความสำคัญกับกับตระหนัก รู้แจ้ง รู้ซึ้ง
มากกว่าการมีข้อมูลครับ
"Information is not knowledge."
"The only real valuable thing is intuition."
"The imagination is important than knowledge."
การตระหนัก รู้แจ้งนั้น เหมาะสมนักคิด นักวิทยาศาสตร์ นักทฤษฎี หรือนักบวช ผู้คิดกฏเกณฑ์ หลักเกณฑ์ คำสอนต่างๆ
ซึ่งถือว่ากลุ่มส่วนน้อยในสังคม ซึ่งผมคิดว่า สำหรับงานนักคิดเหล่านี้ควรจะมีแนวคิดใหม่ๆ(ผลงาน) เกิดขึ้นเพื่อที่จะดำรงชีพ
ต่อไป ซึ่งเป็นการยากเพราะมีแนวคิดต่างๆ มากมายสะสมอยู่ก่อนแล้ว บ่อยครั้งที่ำมีแนวคิดใหม่ที่ซ้ำซ้อนแนวคิดเดิม
แต่สำหรับชีิวิตจริงแล้วนั้น การเอาตัวรอดไปแต่ละวันบ่อยครั้งที่การมี data หรือ information คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญมากกว่า
เพราะการมี data,information ย่อมที่จะมีโอกาสหรือความได้เปรียบในการแข่งขันในสังคมจริงไหมครับ
ซึ่งการสะสม data,information(การเอาตัวรอด) ดูจะสะดวกกว่า intuition เป็นไหนไหน อนึ่งการสะสมอย่างหนึ่งเช่น การทำตาม
คนอื่นที่เขาทำต่อๆ กันมา(ดูง่ายกว่าเยอะครับ) เป็นต้น ส่วนหนึ่งจากความยากลำบากจากเหตุผลข้างต้น บวกกับการใช้เวลานานเพื่อคิดไตรตรองครำ่่ครวญ
Intuitive = ญาณทัศนะ เคยได้เห็นคำนี้ ที่ไหนสักแห่งแต่ไม่ทราบว่าคืออะไร ขอบคุณคะ
เวลาประชุม เมื่อเราเสนอความคิดใหม่ วิธีใหม่ ที่ไม่เคยมีมาก่อน คนรอบข้างจะถามว่า "คิดเองหรือ"
ซึ่งมีนัยยะ อยู่สามอย่าง
1. ชื่นชม (คิดได้อย่างไร!)
2. ไม่เชื่อ ( ไม่ได้คิดเองมั็๊ง)
3. ไม่ชอบ ( ทำไมไม่อ้างอิงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ)
เคยมีใครสำรวจไหมคะ ว่าส่วนมาก คนที่ถามแบบนี้ตกในกลุ่มไหน..อ้าว กลายเป็นพวกบ้า data ไปเสียเอง