ทำอย่างไร จึงจะมีคุณธรรมและจริยธรรม

คนที่จะมีคุณธรรม จริยธรรมควรปฏิบัติ  ดังนี้

 1. ต้องรู้จักละอายต่อบาป (เมื่อบาปปรากฏ)

2. ต้องรู้จักละอายตัวเอง (เมื่อกระทำผิด)

3. ต้องรู้จักความพอ (จึงจะห้ามใจได้)

4. ต้องไม่ลืมตัวบ่อยและง่ายเกินไป (จะได้ไม่เผลอฉวยโอกาส)

5. ต้องรู้จักกฎธรรมชาติ (Natural Law) ของความพอดี อะไรควรเป็นของเรา

6. เอาใจเขามาใส่ในเรา คิดถึงคนอื่น การมีคุณธรรม จริยธรรม ระดับหนึ่งไม่ใช่ของยาก คนเราเมื่อมีการศึกษาระดับหนึ่งก็จะต้องมีจิตสำนึกและมีความรู้สึกเกี่ยวกับคุณธรรมในระดับหนึ่ง แต่การใช้ “คุณธรรม” อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องเป็นเรื่องยาก เพราะมนุษย์โดยปกติก็มี ความโลภ (ในทรัพย์สิน) ความหลง (ในอำนาจ) ความรักใคร่พรรคพวกเพื่อนฝูง

ดังนั้น เมื่อเป็นผู้บริหารมีอำนาจมากขึ้น มีพรรคพวกเพื่อนฝูงมากขึ้น โอกาสที่จะใช้ “คุณธรรม” ในการบริหารเฉไปก็มีมากขึ้น และโดยปกติก็จะกลายเป็นถนน One Way เสียแล้วเสียเลย ยากที่จะกลับคืนมาจนกว่ากำลังจะตาย จึงสำนึกได้ คุณธรรมและจริยธรรมดูเหมือนจะเป็นของคู่กันและจะต้องกระจายไปในสังคมมากพอสมควร จึงจะยั่งยืนได้ ถ้ามีคนจำนวนน้อยมี คงจะได้รับการยกย่อง กล่าวขานตามสมควร แต่ช่วยสังคมไม่ได้ เป็นแค่ตัวอย่าง ตัวเองอยู่ไม่รอด คุณธรรม จริยธรรมเป็นเรื่องทำให้คนเห็นดี เห็นงามง่าย แต่ยากที่จะทำให้คนนำไปปฏิบัติ เพราะ คนเรามักจะมองประโยชน์ตัวเองมากกว่าผู้อื่นและไม่ค่อยรู้จัก “ความพอ” หรือ “ความพอดี”

การสร้างระบบคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับนักบริหาร เหมือนๆ หรือคล้ายๆ กับระบอบประชาธิปไตย ต้องใช้เวลาในการเพาะบ่มเพราะมีความละเอียดอ่อนมาก ต้องอาศัยปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเพาะบ่ม และจะต้องไม่มีการเว้นวรรคบ่อยเกินไป เชื่อว่า นักบริหารที่มีคุณธรรมและจริยธรรมมีอยู่มาก แต่ไม่มากพอที่จะเป็นคนหมู่มาก จึงมีนักบริหารที่ได้รับการยกย่องให้เห็นกันอยู่บ่อย แต่นักบริหารจำนวนไม่น้อยก็เอาตัวไม่รอด เพราะใจตัวเองบ้าง เพราะการกระทำของผู้มีอำนาจสูงบ้าง ถ้าจะถามว่าผู้ทำลายที่แท้จริงคือใคร น่าจะพอๆ กัน ปัจจุบันประการหลังอาจจะมากกว่านะคะ