เศรษฐกิจแบบพอเพียง

  ติดต่อ

  "เศรษฐกิจพอเพียง" จะสำเร็จได้ด้วย "ความพอดีของตน"  
พวกเรามักได้ยินคำว่า "เศรษฐกิจแบบพอเพียง" หรือเห็นภาพข่าวทางโทรทัศน์ที่นำเสนอภาพชาวบ้านที่ปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ได้ประสบความสำเร็จ ผู้รู้บางท่านบอกว่า เศรษฐกิจแบบนี้ต้องปรับแนวคิดการผลิตแบบใหม่ จากเดิมปลูกพืชชนิดเดียวทั้งแปลง เช่น ไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย สวนมะม่วง ซึ่งผลิตเพื่อขาย เพราะเมื่อใดราคาตกต่ำ (เพราะผลิตออกมามากและพร้อมกัน) ก็ขาดทุนป่นปี้ หนี้สินเพิ่มพูน ปีใดฝนไม่ตกตามฤดูกาล โรคพืชระบาด มีแมลงรบกวน ผลผลิตได้น้อย ต้นทุนสูง ก็ขาดทุน เหมือนเดิม

แนวคิดใหม่ เกษตรกรต้องปลูกพืชหลายชนิด กล่าวคือ ปลูกข้าวไว้ก่อน เลือกชนิดพืชไม้ผล เช่น มะม่วง และปลูกสับปะรดเป็นพืชแซม ลดต้นทุนการผลิตโดยหันมาใช้จุลินทรีย์ชีวภาพ เป็นปุ๋ยน้ำ-ปุ๋ยแห้ง ทำสารไล่แมลง และฮอร์โมนเร่งการออกดอกออกช่อ เมื่อพืชคละกันหลายชนิดในพื้นที่ โรคพืช แมลงที่รบกวนจะน้อยลงโดยธรรมชาติ อีกทั้งถ้าเราใช้สมุนไพรแทนยาฆ่าแมลง ก็ได้ผลดีอีกด้วย

บางคนบอกว่า "ผมทำงานราชการ เศรษฐกิจพอเพียงไม่เกี่ยวกับผม" ความคิดนี้ผิดถนัด เพราะเศรษฐกิจแบบพอเพียงไม่จำกัดอยู่เพียงการเพาะปลูกของเกษตรกรเท่านั้น ยังใช้กับผู้คนที่ทำงานประจำในหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ได้ด้วย เพราะถ้ารู้จักวิธีประหยัด ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนก็ย่อมจะมีเงินออมเพิ่มขึ้น

ประหยัดได้อย่างไร ยกตัวอย่างการกำจัดเศษอาหารในครัวเรือน โดยทั่วไปจะใส่ลงถังขยะ ให้เทศบาลเก็บไปทิ้ง ก่อปัญหาต่อสังคม ถ้าเราจะรู้จักนำขยะกลับมาใช้ใหม่ โดยอาศัย "ถังพิทักษ์โลก" ใส่เศษอาหาร เปลือกผลไม้ ฯลฯ พร้อมกับใส่ปุ๋ยจุลินทรีย์ลงไปช่วยย่อย ผลผลิตที่ได้คือปุ๋ยจุลินทรีย์ ชนิดน้ำและปุ๋ยจุลินทรีย์ชนิดแห้ง นำไปใส่ไม้ดอก ไม้ประดับรอบๆ บ้าน ลดค่าใช้จ่ายจากการซื้อปุ๋ยเคมี และเอาจุลินทรีย์ที่ได้ใส่ในส้วม ส้วมของเราจะไม่มีวันเต็ม และเอาจุลินทรีย์ใส่ท่อระบายน้ำก็จะสามารถบำบัดกลิ่นได้

เห็นหรือยังว่าทุกคนสามารถใช้ "จุลินทรีย์" ให้เป็นประโยชน์ แก่ตนได้ และสิ่งแวดล้อมของเราจะดีขึ้น ของดีๆ อย่างนี้ทำไมพวกเราจึงไม่ทดลองใช้ดู


แต่ประการที่สำคัญที่จะต้องระลึกไว้ ดังนี้

  1. พอมีพอกิน ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเองบ้าง ปลูกไม้ผลไว้หลังบ้าน 2-3 ต้น พอที่จะมีไว้กินเองในครัวเรือน เหลือจึงขายไป
  2. พออยู่พอใช้ ทำให้บ้านน่าอยู่ ปราศจากสารเคมี กลิ่นเหม็น ใช้แต่ของที่เป็นธรรมชาติ (ใช้จุลินทรีย์ผสมน้ำถูพื้นบ้าน จะสะอาดกว่าใช้น้ำยาเคมี) รายจ่ายลดลง สุขภาพจะดีขึ้น (ประหยัดค่ารักษาพยาบาล)
  3. พออกพอใจ เราต้องรู้จักพอ รู้จักประมาณตน ไม่ใคร่อยากใคร่มีเช่นผู้อื่น เพราะเราจะหลงติดกับวัตถุ ปัญญาจะไม่เกิด

"เศรษฐกิจพอเพียง" จะสำเร็จได้ด้วย "ความพอดีของตน"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ ธ.ก.ส.จังหวัดอุดรธานี

หมายเลขบันทึก: 31543, เขียน: , แก้ไข, 2012-02-11 15:02:52+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #uncategorized

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (0)