เพราะเหตุอันใด ใจเราจึงอาสา???
เพราะ SMART…ฉันจึงอาสา (6 พ.ย. 52)
ตอนสายๆ ของวันศุกร์ที่ 6 พ.ย. 52
พวกเราชาว SMART อาสา อันเป็นกลุ่มพนักงานจากหลากหลายหน่วย ที่เป็นอาสาสมัครเข้ามาช่วยรณรงคเผยแพร่เรื่องวัฒนธรรมองค์กร SMART AEROTHAI (Safety, Morality, Accoutability, Recognition และ Teamwok) ได้มารวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมเล็กๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยระหว่างกัน และมาร่วมกันเรียนรู้ และฝึกฝนกระบวนการ Dialogue อันเป็นเครื่องมือที่หลายๆ หน่วยจะนำมาใช้ในการสื่อสารเรื่องวัฒนธรรมองค์กรนี้
<เกมส์นี้...เล่นก่อนก็...รอดก่อน>
10.00 น. เราเริ่มกิจกรรมกันด้วย เกม “เจงก้า” หรือเกมส์ตึกถล่ม
อันเป็นเกมส์ที่สามารถสื่อความหมายถึงแง่มุมอันหลากหลายของเรื่องวัฒนธรรมองค์กรได้เป็นอย่างดี
เกมส์นี้ ถูกเสนอโดยอาจารย์อี๊ด หนึ่งในกูรูด้านกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ของบริษัท
<โฉมหน้าและลีลาการพังตึก...ลุ้นระทึกจริงๆ>
ก็เป็นที่สนุกสนาน ลุ้นระทึก แต่ก็แฝงไว้ด้วยสาระ และแง่คิดดีๆ มากมายเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร
พวกเราเล่นกันอยู่สามรอบ แล้วอาจารย์อี๊ดก็มากล่าวสรุปถึงความเชื่อมโยงระหว่าง เกมส์ กับเรื่อง วัฒนธรรมองค์กร
หลังจากผ่านเกมส์สนุกๆ แล้ว อาจารย์อี๊ดก็พาพวกเรานั่งล้อมวง
เพื่อทำความรู้จักกันให้ลึกซึ้งขึ้นไปอีก
ซึ่งกิจกรรมแนะนำตัว ของอาจารย์อี๊ดก็ไม่ธรรมดาอีกเช่นกัน
เริ่มที่คนแรกที่เริ่มแนะนำตัว ก็จะกล่าวแนะนำตัวไป
เมื่อกล่าวจบ ก็จะต้องเลือกสมาชิกคนต่อไปที่จะขึ้นมาแนะนำตัว
โดยผู้ถูกคัดเลือกคนต่อไปจะต้องลุกขึ้น เพื่อให้คนก่อนนี้เข้าไปนั่งแทน
<นี่แหละครับ พี่ต๋อง ATC หนึ่งเดียวที่หลุดมาร่วมกิจกรรม แต่ใจเกินร้อยจริงๆครับ (สังเกตที่คอนะ)>
<สำหรับท่านนี้ ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณมาก เพราะมีเสื้อสามารถการันตี...>
ก็เป็นกิจกรรมแนะนำตัวที่มีสีสันดีครับ ต้องมีการเคลื่อนไหวกันตลอดเวลา
เสร็จจากกิจกรรมแนะนำตัวก็ท้องหิวพอดี
งานนี้ มี พี่รัก และทาง บค.ทบ. เป็นเจ้าภาพเลี้ยงขนมจีนให้กับกลุ่ม SMART อาสา
(แม้พี่รักจะยังนอนป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ก็ยังเป็นห่วง ส่งกำลังใจมาช่วย)
บรรยากาศการกินขนมจีน นั้นก็ไม่ธรรมดา
พวกเราหาทำเลเหมาะๆ ใต้ร่มไม้ ปูเสื่อนั่งล้อมวงกินขนมจีนกันอย่างเอร็ดอร่อย
การกินขนมจีนนี้ ก็ถือเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งของทางผู้จัด
ที่พยายามสานสัมพันธ์กันอย่างไม่เป็นทางการในช่วงเวลาอาหารกลางวัน
เรียกว่า ไม่ปล่อยเวลาทุกนาทีให้ทิ้งไปเปล่าๆ เลยทีเดียว เสียดายมากๆ ที่ไม่ได้เก็บบรรยากาศมาให้ชม (เพราะมัวอร่อยขนมจีน...แหะๆ)
บ่ายโมงตรง พวกเรากลับมารวมตัวอีกครั้งในห้องประชุม
เพื่อให้พี่อ๊อดบรรยายแนะนำถึงกิจกรรม Dialogue ก่อนที่จะเริ่มฝึกภาคปฏิบัติ
ก่อนเริ่มบรรยาย พี่อ๊อดก็ได้คิดมุขสดด้วยการให้
ชาว SMART อาสา ได้ร่วมกันออกแรงยกโลโก้ SMART มาที่หน้าเวที เสมือนประหนึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือร่วมใจของกลุ่ม SMART อาสา ที่จะร่วมกันประคับประคอง ส่งเสริม เผยแพร่ SMART ให้ไปทั่วทั้งองค์กร
<ท่าจะหนักน่าดูเลยนะ SMART เนี่ย แต่ยังไงพวกเราก็บ่ยั่น>
จากนั้นพี่อ๊อดก็เริ่มบรรยาย แนะนำ กระบวนการ Dialogue ประมาณ 1 ชั่วโมง
<ลีลาขั้นเทพของพี่อ๊อด ยังเชื่อขนมกินได้เสมอ...>
หลังจากนั้น พวกเรา 20 กว่าชีวิต ก็แยกย้ายกันไปตั้งวงสนทนา 2 วง
วงแรกก็มีพี่กิ่ง (Sila@Gotoknow) เป็น Fa ประจำวง และมีน้องเอิง ทำหน้าที่เป็นเก็บประเด็น
วงที่สอง ก็มีผม เป็น Fa และมีน้องนุ่นคอยเก็บประเด็น
พวกเราคุยกันอยู่เกือบชั่วโมงในประเด็น...
เพราะ SMART ฉันจึงอาสา.....
บรรยากาศและเนื้อหาของทั้งสองวงก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงตามบุคลิก ลักษณะของ Fa
ในขณะที่วงแรกนั้น Fa พี่กิ่งนั้น มีบุคลิกที่เป็นนักสังเคราะห์ เชื่อมโยง จึงพาให้วงเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยการหล่อเลี้ยง กระตุ้นเร้า ให้สมาชิกในวง ช่วยกันส่งเสริมความคิด ต่อยอดซึ่งกันและกัน ผลจึงออกมาเป็นพลังที่กลุ่มอยากจะคิดทำอะไรร่วมกันอีกมากมาย ถือว่าไปไกลจริงๆ ครับ จนถึงกับบางท่าน ได้พูดว่า เกิดอาการ “หื่นกระหาย” ที่จะช่วยขับเคลื่อน SMART จนน้องเอิง ที่คอยนั่งจับประเด็นยังกล่าวเลยว่า รู้สึก “อิน” มากๆ กับเรื่องราวที่สมาชิกในวงได้แลกเปลี่ยนกัน แบบนี้แสดงว่า ถึงระดับ “I in You” ตามเกณฑ์ของอาจารย์วรภัทร แน่ๆ เลยล่ะครับ
แต่ในขณะเดียวกัน ในวงที่ผมนั่งเป็น Fa นั้น ด้วยเหตุที่บุคลิกส่วนตัวที่ชอบสืบค้น ชอบวิเคราะห์ ผมจึงนำพาให้สมาชิก SMART อาสา ได้ค้นลึกลงไปในเหตุจูงใจ แห่งการมาเป็น SMART อาสาแต่ละท่าน ซึ่งก็ทำให้พวกเราได้เห็นร่วมกันถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเองของแต่ละคน
เราพบว่า บางท่านแม้จะถูกเพื่อนชวนมาเป็น SMART อาสา เช่นกรณี พี่ต๋อง ATC หนึ่งเดียวของเรา ที่บอกว่า พี่ก๊อบ เพื่อนสนิทได้มาชวน ก็เลยมาเข้ากลุ่มดู แต่ลึกๆ แล้ว พี่ต๋องก็เป็นคนชอบเข้ากิจกรรมกลุ่ม ชอบเจอผู้คน และที่สำคัญทีสุดก็คือ พี่ต๋องก็ได้แสดงความรู้สึกร่วมของพนักงานอีกหลายๆ คน ที่แม้จะไม่ได้เป็น SMART อาสา แต่ก็อยากช่วยเหลือองค์กร เท่าที่โอกาส และกำลังจะอำนวย
เรายังพบอีกว่า SMART อาสาหลายๆ คน ในตอนเริ่มต้น นั้น ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะอาสามาทำ เหตุเพราะได้รับมอบหมายให้ทำ จึงค่อยๆ รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และการรับรู้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องนี่เอง ที่ทำให้ทัศนคติของเรา เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ในทางบวก จนถึงขั้นอินกับเรื่อง SMART ไปในที่สุด
นอกจากนี้ ก็ยังมีน้องใหม่ เช่นน้องแชมป์ กับทางน้องหนูแดง ที่แม้จะเข้างานมาได้ไม่เกินสองปี แต่ก็มีความตั้งใจดี มีจิตอาสา น้องๆ ได้เปิดเผยว่า พวกเขามีความภูมิใจในความเป็นพนักงานองค์กร ภูมิใจในองค์กรแห่งนี้ ซึ่งพี่ๆ ในหน่วยได้ปลูกฝังความรู้สึกดีๆ เหล่านี้ ด้วยการ “ทำให้ดู อยู่ให้เห็น” จากรุ่นพี่ๆ ในกอง ซึ่งก็ทำให้เห็นว่า การหล่อหลอมทางพฤติกรรม หรือเรื่องวัฒนธรรมองค์กรนั้น เป็นเรื่องที่ซึมซับกันได้ง่ายมาก จากบุคคลใกล้ตัวในหน่วย
เกือบๆ สี่โมงเย็น พี่อ๊อดก็พาพวกเราสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในวง ผ่านความเห็นของ Fa และ ผู้จับประเด็น
จากนั้น พี่มด (ฝทบ.) และพี่กล้วย (ชชญ.) ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารที่ได้มาร่วมสังเกตการณ์และให้กำลังใจพวกเราตลอดตั้งแต่ช่วงเช้า ก็ได้กล่าวความประทับใจที่มีต่อความสำเร็จของงานในวันนี้
<กำลังใจ...จากพี่มด>
<พี่กล้วย...กับถ้อยคำสวยๆ จากใจ>
ปิดงานด้วยความประทับใจ และถ่ายภาพร่วมกันเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำดีๆ ในวันดีๆ วันหนึ่ง
สรุปปัจจัยแห่งความสำเร็จของกิจกรรม
-
การใช้เกมส์ “เจงก้า” หรือเกมส์ตึกถล่มนั้น เป็นกิจกรรมละลายพฤติกรรมที่ดีมาก ให้ทั้งความสนุกสนาน แถมยังแฝงไว้ด้วยแง่คิด มุมมองอันหลากหลายที่สามารถสื่อสะท้อนในเรื่อง “วัฒนธรรมองค์กร” ได้เป็นอย่างดี
-
กิจกรรมแนะนำตัวช่วงเช้า แบบที่ให้มีการเคลื่อนไหวของสมาชิกอยู่ตลอดเวลานั้น ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้ทั้งสร้างความรู้จักคุ้นเคย และได้การเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เป็นการสร้างสีสันใหม่ๆ ให้กิจกรรมแนะนำตัว
-
กุศโลบายการกินขนมจีนแบบปูเสื่อ ล้อมวง ใต้ร่มไม้นั้น ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างสัมพันธ์ในบรรกาศที่สบายๆ และเป็นกันเองได้ดีมาก
-
กิจกรรม Dialogue ในกลุ่มจิตอาสา นั้นมีพลังขับเคลื่อนมาก เมื่อเทียบกับหลายๆ ครั้ง ที่จัด Dialogue ในแบบที่ต้องกะเกณฑ์ หรือบังคับให้เข้าร่วม ก็พบว่า บรรยากาศของวง และความรู้สึกร่วมนั้นแตกต่างกันมากทีเดียว
-
เวลาทั้งหมดของกิจกรรม (10.00 – 16.00 น.) ถือว่าเหมาะสมมากๆ ไม่เร่งรีบเกินไป และทำให้มีเวลามากพอที่จะบรรจุกิจกรรมอันหลากหลายลงไปได้อย่างลงตัว ซึ่งหากมีเวลาน้อยกว่านี้ ผลลัพท์อาจจะไม่ได้ออกมาเช่นที่เป็นในวันนี้
-
กำลังใจจากฝ่ายบริหาร การที่มีฝ่ายบริหารมาร่วมสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ ด้วยท่าทีของการสนับสนุน ส่งเสริม ให้กำลัง จะเป็นเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจให้ผู้ปฏิบัติ ได้ทำหน้าที่ของตนอย่างเข้มแข็งต่อไป (ขาดไม่ได้จริงๆนะครับ)
สรุปข้อคิดเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเรื่องวัฒนธรรมองค์กรที่ได้จากวง Dialogue
-
กลยุทธการสื่อสาร เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง มีผลต่อการเปลี่ยนทัศนคติของคนในองค์กร อย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ได้ผลดีมาก
-
กลยุทธการขยายกลุ่ม SMART อาสา อาจทำได้โดยใช้วิธีการชักชวนเพื่อนสนิท แบบปากต่อปาก อาศัยความไว้วางใจเป็นตัวนำ
-
ในการสร้าง และปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรให้กับพนักงานรุ่นใหม่ การเป็นแบบอย่างที่ดีของรุ่นพี่ๆ ในหน่วยงาน ให้แก่รุ่นน้องๆ เห็น ถือเป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรมที่มีผลกระทบสูงมาก หากรุ่นพี่เป็นแบบอย่างที่ดีให้น้องๆ ได้เห็น ก็จะเป็นการซึมซับพฤติกรรม และสร้างวัฒนธรรมองค์กรไปโดยไม่รู้ตัว
เป็นกิจกรรมที่งดงาม สนุก มีส่วนร่วม ผู้นำการจัดกิจกรรมจิตวิทยาเยี่ยม
ขออนุญาตนำเกมไปใช้กับเด็กครับ
ขอบคุณที่นำกิจกรรมดีๆ มาบอกครับ
เป็นกระบวนการที่ลึกซึ้งมาก อยากให้เผยแพร่ประเด็นที่ว่า เหตุใดจึงมาเป็นอาสาให้ชัดกว่านี้ คือว่าผมทำงานเกี่ยวกับสนับสนุนภาคธุรกิจให้มาสนับสนุนกิจกรรมของภาคประชาสังคม เลยอยากรู้นะครับ รบกวนด้วยนะครับ
ด้วยความยินดีครับ ครูพร
ถ้าสิ่งที่ได้เผยแพร่ไปจะเกิดประโยชน์กับท่านอื่นๆบ้าง
พวกเราทีมงานทุกคนก็จะรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ
สวัสดีครับ คุณบีเวอร์
จริงๆ แล้ว ขอเรียนว่า การเข้ามาเป็นอาสาสมัคร ของหลายๆคน นั้น
มีเหตุผลที่หลากหลายมาก
บางทีมันก็คงพูดยากหากจะฟันธง ลงไปถึงสาเหตุที่ชัดๆ
หากจะตอบในความเห็นส่วนตัวขณะนี้ คงต้องขออ้างอิงเรื่อง
กฏแห่งการดึงดูด (Law of Attraction) ไปก่อนครับ
อะไรที่เหมือนๆ กันย่อมดึงดูด ซึ่งกันและกัน
จิตคิดบวก คิดดี มุ่งกุศล
จึงเป็นธรรมจัดสรร ให้คนเหล่านั้น มารวมตัวกัน
เป็นกัลยาณมิตรกันครับ
เท่าที่ผมพอจะทราบมานะครับ
ทีมงานหลักเค้าได้คุยกัน ว่าจะรับสมัครอาสาสมัคร
แล้วหลังจากนั้น กลุ่มก็ค่อยๆ ขยายไปทีละนิด ทีละน้อย
แต่เชื่อว่า จะค่อยๆ ขยายตัวไปเรื่อยๆ ในที่สุดครับ
เชื่อว่ายังมีคนอีกจำนวนมาก ที่มีจิตอาสา อยากช่วยเหลือ
อยากทำประโยชน์ตอบแทนหน่วยงาน
เพียงแต่พวกเขายังขาดโอกาสที่เหมาะสมเท่านั้นเอง
แลกเปลี่ยนกันนะครับ
ไม่ทราบว่าจะตอบคำถามหรือเปล่าครับ
เป็นกิจกรรมที่ได้ปัญญาและสร้างสรรค์จริงๆครับ
"ไม่ทราบว่าจะตอบคำถามหรือเปล่าครับ"
คำถามอะไรเอ่ย ขออภัยครับ ผมอาจไม่เห็น
เห็นด้วยกับพี่ศิลามากๆ ว่า
ต้นทุนทางใจของคนที่มานั้น มีผลต่อความสำเร็จของกิจกรรมมากทีเดียวครับ
ขอบคุณครับ พี่สมบัติ
ที่กรุณามาเยี่ยมเยียน และให้กำลังใจ
เดี๋ยวจะนำคำชมของพี่ไปบอกทีมงานให้นะครับ
ผมเองก็เป็นแค่ ผู้อาสาประชาสัมพันธ์ให้ทีมเท่านั้นครับ
อ้าว...ขออภัยครับ
นึกว่าคุณบีเวอร์ถามมาว่า
"อยากให้เผยแพร่ประเด็นที่ว่า เหตุใดจึงมาเป็นอาสาให้ชัดกว่านี้"
แต่พอมาอ่านดูอีกที รู้สึกว่า ผมก็ยังไม่ได้ตอบเหมือนกัน
เอาไว้เจอพวกเค้า จะแอบไปถามให้อีกที
ว่ามีคนเค้าฝากถามมาครับ
ยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนนะครับ
กุศโลบายการกินขนมจีนแบบปูเสื่อ ล้อมวง ใต้ร่มไม้นั้น ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างสัมพันธ์ในบรรกาศที่สบายๆ และเป็นกันเองได้ดีมาก
มิน่าล่ะคะ การไปเยี่ยมบ้าน ชาวบ้านเลี้ยงขนมจีน ทำให้บรรยากาศเป็นกันเองมากขึ้นค่ะ
เกมเจงก้าสนุกมากครับ(เดี่ยวผมจะไปเล่นกับพ่อ)
ขอขอบคุณพี่แก้ว
มากๆ เลยครับ
เอาภาพบรรยากาศการกินขนมจีนมาเติมเต็มให้พอดี
....
การไปเยี่ยมชาวบ้าน แล้วนั่งล้อมวงกินขนมจีนกับพวกเขานั้น
ทำให้ได้ใจ และสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างกันได้ดีจริงๆ นะครับ
(ภาพมันฟ้อง ว่าอิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจ)