แม้งานมหกรรมเบาหวานจะจบลงแล้ว แต่เบาหวานยังไม่จบ

เราผู้ป่วยยังคงต้องวางแผนเพื่อสู้ภัยเบาหวานต่อไปอย่างนิ่มนวล และมีความสุขเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการบริหารจัดการเบาหวานของตนเอง

ฉันพบว่าเมื่อผู้ป่วย เข้าสู่กระบวนการกระตุกความคิด

ด้วยกิจกรรมปมมนุษย์ ซึ่งน้องอ.ขจิตได้กรุณานำเกม

สร้างความสับสนแบบสนุกสนานให้ทั้งผู้ป่วยวัยจ๊าบ ถึงวัยแรกแย้ม ได้คิด

แบบแยบยล รวมทั้งคุณหมอ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ ครู นักสุขศึกษา

เข้าร่วมกิจกรรม มีคนร้องว่า อ.ดร.ขจิต ท่านจะให้ทำอะไร

บ้างก็ทำไปเงียบๆ บ้างก็สงสัย จนปมขมวดๆๆเข้า

ทั้งสาวแก่ แม่ยาย อ้อ ...ตามาด้วย..ฮา

พากันสนุกสนานสนานกับการแก้ปม

พยาบาลพากันวิ่งวุ่น คอยเฝ้าระวังผู้ป่วยด้วยความห่วงใย 

ด้วยผู้ป่วยวัย 75 ขวบ ก็เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ไม่บ่น ไม่ท้อ

ได้แต่สงสัย โถ...อ.ดร.ขจิตท่านทำอะไร

คนวัยนี้จึงลุกขึ้นมาร่วมกิจกรรมได้ด้วยความสุข 

คุณหมอ และ น้องพยาบาล รวมทั้งทีมงาน

แข็งขันร่วมกิจกรรมด้วยการแทรกตัวอยู่ระหว่างผู้ป่วยสูงอายุ 

และผู้ป่วยที่มีปัญหาซ้ำซ้อนที่เข้าร่วมกิจกรรม

 ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอบอุ่นใจ และไม่นานปมนี้ถูกแก้ออก

และกลับสู่สภาพเดิม ซึ่งสะท้อนให้เห็น

ให้คิดถึงปัญหาการเกิดโรคของตนเอง

หลายคนบอกว่ากิจกรรมดีมากเลย

ทำให้สามารถจับประเด็นปัญหาแห่งการเกิดเบาหวานของตัวเองได้

 นับว่าเป็นแนวทางการให้ความรู้ที่เน้นผู้ป่วยเป็นสำคัญ

 สิ่งสำคัญอันดับต่อมาคือการนำประเด็นปัญหามาวิเคราะห์

และแลกเปลี่ยนกันและกันระหว่างผู้ป่วยกับผู้ป่วย

จนท.กับผู้ป่วย

พยาบาลกํบจนท. รวมทั้งแพทย์กับผู้ป่วย

ซึ่งเราจะได้ฟังเรื่องราวเปิดใจให้กันและกัน

ในกิจกรรมเรื่องเล่า เร้าพลังที่ชาวเบาหวานพากันถ่ายทอด

เรื่องราวของตนเอง ทำให้ได้ทราบประเด็นปัญหา

และพฤติกรรมของของผู้ป่วยที่หลากหลาย

ได้แง่คิดโดยมีนพ. อภิชาติ และ นพ. สิทธิพร

คอยตอบปัญหาที่ผู้ป่วยหาข้อสรุปเองไม่ได้

มีการกระทุ้งประเด็นสำคัญ ๆ ให้เกิดความสว่าง และเข้าใจ

ในภาวะของโรค งานนี้มีทั้งขำและจี้

สารแห่งความสุขแย่งกันหลั่งไหลแล่นพล่าน

ทั่วกายชาวเบาหวานของโรงพยาบาลสมุทรสาครก็ว่าได้

หลังจากนั้นผู้ป่วยได้กำหนดขอบเขตเป้าหมายในการแก้ปัญหาร่วมกัน

และตามด้วยกิจกรรมสายน้ำนี้มีพิษ เสียงเจี๊ยวจ๊าวไปหมด

โดยปกติแล้วเวลาผู้ป่วยมาพบแพทย์

จะมาอย่างเงียบๆพร้อมสีหน้ากังวล

แต่วันนี้ ผู้ป่วยมาโรงพยาบาล

และร่วมกิจกรรมในห้องสร้างพลัง

ด้วยความสุข มีเสียงหยอกล้อกันทั้งพยาบาล

 ผู้ป่วย กระบวนกรดร.ขจิต ฝอยทอง 

และคุณหมอ ทำให้กิจกรรมราบรื่นสนุกสนานอย่างมีความหมาย

เด็กน้อยจิตอาสา โรงเรียนสหกรณ์นิคมเกลือ เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

แล้วตามด้วยการตอบคำถามเมื่อทุกคนได้ผ่านกิจกรรมสายน้ำมี้มีพิษแล้ว

จึงเห็นว่าหลังจากทำกิจกรรมต่างๆแล้ว และมีการประเมินเช่นนี้

จะทำให้ทราบปัญหา และมองเห็นแนวทางการแก้ได้ทันที

รวมทั้งสามารถวัดความรู้ ความคิด

ความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อเบาหวานที่เข้ารับบริการได้อีกด้วย

เมื่อผู้ป่วยสามารถกำหนดเป้าหมายการรักษาของผู้ป่วยเองแล้ว

ก็มาถึงแนวทางในการปรับตัว ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ซึ่งจะนำไปสู่การดำรงไว้ซึ่งความมุ่งหมายในการรักษา

 การดูแลสุขภาพของตนเอง ทั้งนี้ผู้ป่วยเอง

ควรมีความอดทนที่จะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ

อดกลั้นต่อความรู้สึกอยากรับประทานอาหารตามใจปาก

ก็จะทำให้ชีวิตก้าวพ้นวิกฤตปัญหาโรคแทรกซ้อนโรคได้อย่างสบายๆ

ถึงตอนนั้นแล้วก็จะส่งผลถึงต้นทุนต่ำในการรักษาเบาหวานและโรคแทรกซ้อน

นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี  มีสุข

ดูภาพ และอ่านเพิ่มเติมที่บันทึกน้องอ.ขจิต ที่นี่ค่ะ

http://gotoknow.org/blog/yahoo/313700

http://gotoknow.org/blog/yahoo/313150

ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาอ่าน

ขอบคุณน้องอ.ดร.ขจิต น้องมด น้องจรัล น้องฝายฝน น้องจู๊

น้องแหม่มและทีมงานทุกท่าน

ขอบคุณ นพ.อภิช่าติ นพ.สิทธิพร นพ.วีรศักดิ์

โรงพยาบาลสมุทรสาครค่ะ