ในวันหนึ่งที่ฉันออกเวรตรวจคนไข้ที่ห้องตรวจโรคทั่วไป ก็ได้พบกับผู้คนที่มาปรึกษาขอตรวจสุขภาพประจำปีที่มีชีวิตหลากสไตล์ทีเดียว คนหนึ่งทำงานบริษัทเอกชน คนหนึ่งทำงานในโรงแรมซึ่งมีเวลาให้กับงานซะ 6 ใน 7 วันของหนึ่งสัปดาห์ แล้วก็มีคนหนึ่งที่เป็นข้าราชการครูเอ่ยปากว่า ชีวิตผม มีเรื่องต้องไปงานเลี้ยงซะทุกวันเลยเชียว มันทำให้ผมลำบากใจกับการกินของตัวเองเพื่อให้สุขภาพได้ดี
เรื่องราวที่คุณครูเอ่ยปากรำพึงให้ได้ยิน สะดุดใจกับสิ่งที่ได้ให้ข้อความรู้ในการปฏิบัติตัวอยู่เหมือนกัน ก็ชีวิตของผู้คนในสมัยใหม่อย่างเราๆ ยิ่งเป็นบุคคลที่คนในสังคมอุ้มชูนับถือ ชีวิตและท้องก็จะแขวนอยู่บนวัฒนธรรมการกินของผู้อุ้มชูดูแลซะมากกว่ามาก จะทำยังไงจึงจะมีความลงตัวนั้นยากหมือนกัน

แล้วก็เลยนึกไปถึงคนไข้เบาหวาน ชีวิตก็คงไม่แตกต่างในเรื่องของการเข้าสังคม จึงไปค้นหาเคล็ดลับของคนไข้จากเรื่องเล่าในตลาดนัดดู แล้วก็เจอเรื่องนี้จากร.พ.ตรัง ขอนำมาฝากให้คลายคิดถึงกันซะหน่อยหลังจากห่างหายไปซะหลายวัน
คุณเกษราภรณ์ พยาบาลชำนาญการ งานผู้ป่วยนอกร.พ.ตรังเป็นผู้นำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ
"คุณน้า เธอเป็นเบาหวานมาไม่นานนี้เอง.....ราวๆปี 51 หนูได้มีโอกาสไปเรียนรู้จากร.พ.เทพธารินทร์....กลับมาก็มาเจาะเลือดปลายนิ้วคุณน้าไปตรวจ...เจอเลย..น้ำตาลหลังอาหาร...180....ก็พาไปตรวจต่อที่ร.พ.ตรัง...ได้ค่าน้ำตาลเจาะอดอาหาร 250 มก/ดล
พอรู้ว่าตัวเองเป็นเบาหวาน คุณน้าก็ร้องด้วยความกลุ้มใจว่า คนเป็นเบาหวาน เดี๋ยวก็ตาย....หนูก็ได้บอกคุณน้าไปว่า...มีเทคนิคนะ ไม่ตายหรอก....แล้วหนูุก็เปิดซีดีความรู้เรื่องการเลือกกินอาหารให้ดู....คุณน้าเก็บความรู้ไปใช้กับตัวเองได้ รู้จักการเลือกอาหารแลกเปลี่ยน น้ำตาลก็คุมได้ไม่เกิน 110 มก/ดล......
การเลือกอาหารแลกเปลี่ยนของคุณน้าน่าสนใจเชียวแหละ.....เวลากินอะไรตอนเช้า ถ้ามีโอวัลตินกับข้าวต้มอยู่ด้วยกัน ถ้าคุณน้าอยากกินโอวัลติน ก็จะลดข้าวต้มลง หรือถ้ามีขนมปังแทนข้าวต้ม และจะทาแยมก็จะทาแยมแค่นิดเดียว....ผลไม้ก็เลือกที่จะกินฝรั่ง...ไม่กินอย่างอื่น.....
ที่ตรัง เวลาไปงานศพ งานแต่งงาน ในงานจะมีอาหารให้กินมากมาย มีแต่ของหวาน และอาหารที่กินไม่ได้.....เวลาคุณน้า่ไปร่วมงานพวกนี้...แทนที่คุณน้าจะไปกินอาหารที่มีอยู่ในงาน...คุณน้าก็จัดอาหารตัวเองติดตัวไปแทน...แกงเลียงมั่ง ฝรั่งมั่ง....ติดตัวพกห่อไปแล้วก็ไปเปิดนั่งกินกับเพื่อนๆ...มีความสุขเชียว....ที่รู้ว่ามีความสุขก็เพราะว่า...คุณน้าได้นำเคล็ดลับนี้ของคุณน้าไปบอกเล่าคนไข้คนอื่นๆด้วย...."

ดูเหมือนธรรมเนียมอย่างนี้เป็นเรื่องแปลกนะคะ นำมาเล่าสู่กันฟังเผื่อว่าใครที่เป็นเจ้าภาพงานจะได้เข้าใจคนเป็นเบาหวานคะ ว่าเหตุไฉนเขาจึงพกห่อของกินติดตัวไปกินเอง
นำมาฝากกันแล้วคนเป็นเบาหวานเองก็เหอะนะคะ เลือกเอานะคะ วิธีนี้น่าสนุกเหมือนกันค่ะ
เห็นมั๊ยค่ะ ทุกเรื่องมีทางออกเสมอ ขอแต่ให้เข้าใจตัวเองว่าต้องการสิ่งใดกันแน่ แล้วกล้าตัดสินใจ
ขอให้มีความสุขกับการเข้าสังคมกันนะคะ
ขอบคุณน้องเกษราภรณ์สำหรับการนำเคล็ดลับของคุณน้ามาบอกเล่ากันค่ะ
20 พ.ย.2552
สวัสดีครับ คุณ หมอเจ็ แซ่เฮคนงาม ผมนำเรื่องคดห่อไปกินในงานให้คนเบาหวานฟังหลายเวทีแล้วครับ