เรามีโอกาสไม่มากนักที่จะนั่งชมฟ้าเช่นคืนนี้

 

 

 

 

นักดาราศาสตร์ เผยปีนี้มีลุ้นได้ชมฝนดาวตกสิงโตมากเป็นพิเศษ เหตุเพราะโลกเข้าสู่ธารสะเก็ดดาว ระบุเช้ามืดวันที่ 18 พ.ย. 52 ระหว่าง ตีสี่ถึงตีห้า มีอัตราการตกสูงสุด200 ดวงต่อชั่วโมง ไทยดูได้ทั่วประเทศ

 

เมื่อปี 2544 ประเทศไทยเราเคยฮือฮาเห็นฝนดาวตกกันมาแล้ว บางคนไปปักหลักพักค้างที่น้ำหนาว  เขาใหญ่  ดอยภูชี้ฟ้า ไปกางเต้นท์นอนชมดาวเป็นที่ประทับใจ


ฝนดาวตกลีโอนิดส์ (Leonids) ในปีนี้ อาจได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากนักดาราศาสตร์คำนวณพบว่า อัตราการเกิดดาวตกอาจสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะในช่วงตี 4 ถึง ตี 5 ครึ่งของเช้ามืดวันที่ 18 พ.ย. 2552 อาจได้เห็นถึงชั่วโมงละ 200 ดวง โดยเป็นจำนวนที่มากรองจากเมื่อปี พ.ศ.2544 ซึ่งเป็นปีที่มีความฮือฮามากมีถึง 1,000 ดวงต่อชั่วโมง

 

นายกสมาคมดาราศาสตร์ฯ กล่าวอีกว่า ฝนดาวตกเกิดขึ้นเมื่อโลกเดินทางฝ่าเข้าไปในบริเวณที่มีสะเก็ดดาวซึ่งเป็นเศษ ชิ้นเล็กๆ ที่หลุดมาจากดาวหางและทิ้งไว้ตามทางโคจร โดยเรียกแนวของสะเก็ดดาวเหล่านี้ว่า ธารสะเก็ดดาว สำหรับฝนดาวตกสิงโต เกิดจากดาวหางเทมเพล-ทัลเทิล ซึ่งมีธารสะเก็ดดาวอยู่หลายสาย โดยปีนี้คาดว่าจะเห็นฝนดาวตกสิงโตในอัตราที่มาก เพราะโลกจะเข้าไปใกล้ธารสะเก็ดดาวในอดีต 2 สายธาร คือ ช่วงปี ค.ศ.1466 และ ค.ศ.1533 ซึ่งฝนดาวตกสิงโต จะเริ่มขึ้นประมาณวันที่ 10 พ.ย.นี้ แต่มีอัตราฝนดาวตกค่อนข้างต่ำ และจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนสูงที่สุดประมาณวันที่ 17-19 พ.ย.นี้ และสิ้นสุดลงในวันที่ 21 พ.ย.นี้

 

เงื่อนไขของการเห็น

ท้องฟ้าจะต้องใส เห็นดวงดาวชัดเจน ปีนี้ฝนดาวตกสิงโต เกิดในช่วงคืนเดือนมืด โอกาสเห็นก็จะมีสูงขึ้น วิธีดูที่ดีที่สุดคือ การนอนหงายมองไปที่กลางฟ้าเหนือศีรษะ ดาวตกจะพุ่งมากจากทุกทิศทาง จึงควรกวาดตามองให้ทั่วฟ้า ฝนดาวตกจะมีลักษณะแสงสว่างวาบเคลื่อนที่ผ่านอย่างรวดเร็ว มีสีสันสวยงาม เช่น สีน้ำเงินเขียว สีส้มเหลือง

 

อย่าลืมคืนสองคืนนี้ชวนคนรู้ใจนอนดูฝนดาวตกกัน

แล้วรักของท่านจะหวานซึ้งอมตะนิจนิรันดร