แม่มานหรือหญิงมีครรภ์ไปต๊กต๋องย่อมเสี่ยงต่อการก้านกล้วยทิ่มแทงท้องอันตรายถึงชีวิต ถือว่าขึด

เกี่ยวกับเรื่องกล้วยบางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องกล้วยๆ  ง่ายๆแต่บางกรณีบางเหตุการณ์มันอันตรายถึงชีวิต..

ต้นกล้วยที่มีใบดกหนาดีงามย่อมมีลำต้นสูงกว่าหัวคนเราแน่นอนบางต้นสูงสองสามเมตร  ชูก้านใบตองยาวสวยงาม มีความกว้างให้ประโยชน์ในการใช้สอยอย่างคุ้มค่า  ในการตัดใบตองกล้วยดังกล่าว   มีวิธีการต๊ก(ปาดด้านล่าง)ก้านในตองให้ขาดจากโคนก้าน ใบร่วงหล่นลงมาตามแรงอย่างรวดเร็ว   โดยเฉพาะโคนก้านที่เป็นปากฉลาม...

ขอทำความเข้าใจในการตัด  และ  ต๊ก..

คำว่าตัดส่วนมากเราจะใช้คมมีดหรือขวานฟันตัดลงมาจากด้านบนของสิ่งที่เราจะตัด...

ส่วนคำว่า ต๊ก      เป็นการใช้ของมีคมตัดปาดจากด้านล่างขึ้นไปข้างบนจนขาด  เช่นการตัดก้านใบตองกล้วย   ผู้คนนิยมใช้มีด  หรือคมเคียวหงายขึ้น  ผูกมัดติดกับปลายไม้ส้าว(ไม้สอย)นำคมมีดหรือเคียวเข้าชิดกับผิวก้านกล้วยตามที่กะเอาไว้  แล้วดันอย่างแรงให้คมมีดปาดก้านกล้วยแนวส้วย(เฉียงหรือปากฉลาม)  ก้านกล้วยจะขาดออกจากกัน ด้านโคนก้านใบตองกล้วยที่หนาและหนักกว่าปลายโดยเฉพาะที่เป็นปากฉลามคมแข็งจะพุ่งลงมาอย่างเร็วแรงบางครั้งปักลงผิวดินเป็นรอยลึก  หากว่าก้านกล้วยดังกล่าวพุ่งตกลงมาถูกหน้าท้องแบบบางของแม่มานหรือผิวหน้าท้องหญิงมีครรภ์ที่เต่งตึง ย่อมเกิดอันตรายเป็นแผลเจาะลงลึกทะลุถึงทารกในท้อง      เผลอๆอาจทั้งแม่และลูกในท้องต้องมาตายอย่างน่าเวทนา

ด้วยเหตุนี้แล  บรรพบุรุษชาวล้านนาจึงบอกกล่าวห้ามแม่มานหรือผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ไปต๊กปาดก้านใบตองเพราะถือว่า  "ขึด" แท้แหล่   เป็นผะหญาปัญญาป้องกันอันตรายให้แก่แม่มานหรือหญิงตั้งครรภ์ให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุดีแท้