Lecture 3 วิธีการยื่นอุทธรณ์ ๒๒๕,๒๒๙,๒๔๗
ตัวบท ๒๒๕
- •ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย จะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในอุทธรณ์และ
- •ต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น
- •ต้องเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยด้วย
- •ข้อยกเว้น มาตรา ๒๒๕ วรรคสอง
วิธีการยื่นอุทธรณ์
- Øคำฟ้องอุทธรณ์
- Øระยะเวลา
- Øค่าธรรมเนียมศาล
- Øสำเนาอุทธรณ์
คำฟ้องอุทธรณ์
- Øคำฟ้องอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือ ตามแบบพิมพ์ที่ศาลกำหนด
- Øบรรยายคำฟ้อง คำให้การ และคำพิพากษาโดยย่อ
- Øข้อโต้แย้งคัดค้านแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าไม่ถูกต้องอย่างไร เพราะเหตุใด
- Øคำขอท้ายอุทธรณ์ว่าต้องการให้ศาลแก้ไขให้ถูกต้องอย่างไร เพราะเหตุใด
ลักษณะคำฟ้องอุทธรณ์
- Øคำฟ้องอุทธรณ์ต้องเขียนอยู่ในอุทธรณ์ฉบับเดียวมีความสมบูรณ์ในตัวเอง มิใช่ขอถือเอาคำแถลงการณ์หรืออุทธรณ์ฉบับเดิมเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องอุทธรณ์
- Øข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอุทธรณ์ต้องเคยยกขึ้นมาว่ากล่าวกันแล้วในศาลชั้นต้น และเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
สถานที่ยื่นคำฟ้องอุทธรณ์
- Øการยื่นอุทธรณ์ต้องยื่นต่อศาลชั้นต้นที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดี จะไปยื่นต่อศาลอุทธรณ์เลยไม่ได้
- Øผู้ยื่นอุทธรณ์ต้องมีอำนาจในการยื่นอุทธรณ์ด้วย โดยอาจเป็นผู้อุทธรณ์เองหรือผู้มีอำนาจยื่นคำฟ้องอุทธรณ์แทน
ผู้มีอำนาจยื่นคำฟ้องอุทธรณ์
- Øผู้ยื่นอุทธรณ์ต้องมีอำนาจในการยื่นอุทธรณ์ด้วย โดยอาจเป็นผู้อุทธรณ์เองหรือผู้มีอำนาจยื่นคำฟ้องอุทธรณ์แทน
ระยะเวลา
- Øระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์และคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ ต้องยื่นภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง
- Ø1 เดือนนี้นับตามปีปฏิทินในทางสุริยคติ จึงอาจมี 28 – 31 วัน มิใช่ 30 วันเสมอไป
- Øระยะเวลา 1 เดือน ต้องใช้การนับระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ใน ป.พ.พ. คือ ให้นับวันรุ่งขึ้นเป็นวันแรก (มาตรา 193/3 วรรค 2) และครบกำหนดในวันที่เดียวกันในเดือนถัดไป (มาตรา 193/5 วรรค 2 ตอนต้น)
ระยะเวลา
- Øหากไม่มีวันตรงกัน เพราะเป็นวันสุดท้ายของเดือนที่ต่างกันให้ถือเอาวันสุดท้ายแห่งเดือนนั้นเป็นวันสิ้นสุดระยะเวลา (มาตรา 193/5 วรรค 2 ตอนท้าย)
- Øหากวันสุดท้ายเป็นวันหยุดราชการสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ในวันแรกที่เริ่มทำงาน (มาตรา 193/8)
- Øหากวันแรกที่เริ่มคำนวณเป็นวันแรกของเดือนก็ย่อมครบกำหนดในวันสุดท้ายของเดือนนั้น
ระยะเวลา
- Øอ่านคำพิพากษาวันที่ 16 ธันวาคม วันสุดท้ายที่สามารถอุทธรณ์ได้คือวันใด
- Øวันที่ 16 มกราคม ของปีถัดไป (มาตรา 193/5 วรรค 2 ตอนต้น)
ระยะเวลา
- Øอ่านคำพิพากษาวันที่ 30 มกราคม วันสุดท้ายที่สามารถอุทธรณ์ได้คือวันใด
- Øวันที่ 28 หรือ 29 กุมภาพันธ์ อันเป็นวันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ (มาตรา 193/5 วรรค 2 ตอนท้าย)
ระยะเวลา
- Øอ่านคำพิพากษาวันที่ 14 มีนาคม วันสุดท้ายที่สามารถอุทธรณ์ได้คือวันใด
- Øวันที่ 16 เมษายน (หากเป็นวันทำงานปกติ) เพราะวันที่ 14 -15 เมษายน เป็นวันหยุดราชการ จึงต้องขยายไปเป็นวันแรกที่เริ่มทำงานหลังจากวันหยุด (มาตรา 193/8)
ระยะเวลา
- Øอ่านคำพิพากษาวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเดือน วันสุดท้ายที่สามารถอุทธรณ์ได้คือวันใด
- Øวันที่ 31 มีนาคม (คำพิพากษาฎีกาที่ 2799/2527)
ระยะเวลา
- Øกรณีขอขยายระยะเวลาตามมาตรา 23 ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ขยายต้องนับในวันถัดจากวันที่ครบกำหนด โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะตรงกับวันหยุดราชการหรือไม่
ค่าธรรมเนียมศาล
- •การยื่นอุทธรณ์ต้องชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นอุทธรณ์ตามทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์
- •วางเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง รวมทั้งค่าทนายความ
ค่าธรรมเนียมศาล
- •วางเป็นเงินสดหรือเช็คเงินสดเท่านั้น จะหาประกันมาแทนการวางเงินสด หรือขอทุเลาการบังคับไม่ได้
- •หากผู้อุทธรณ์ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาแล้วย่อมไม่ต้องวางเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามมาตรา 157
ค่าธรรมเนียมศาล
- •เงินวางศาล ผู้ชนะคดีจะขอรับไปก่อนที่คดีจะถึงที่สุดไม่ได้
- •ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับหรือยกให้ผู้อุทธรณ์ชนะคดี ผู้อุทธรณ์สามารถขอเงินวางศาลคืนได้ โดยไม่ต้องรอให้คดีถึงที่สุดก่อนตามมาตรา 251
- •ถ้าศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์มาโดยผู้อุทธรณ์ไม่ได้วางค่าธรรมเนียมย่อมเป็นคำสั่งรับอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ
ค่าธรรมเนียมศาล
- Øหากไม่วางเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้แก่คู่ความอีกฝ่าย :
- •ศาลอาจไม่รับอุทธรณ์หรือศาลอาจขยายระยะเวลาให้นำเงินมาวางตามมาตรา 23 หากเห็นว่าผู้อุทธรณ์ไม่จงใจ และเมื่อนำเงินมาวางศาลครบถ้วนแล้ว แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับอุทธรณ์ภายหลังพ้นระยะเวลายื่นอุทธรณ์ก็ถือว่าสามารถรับอุทธรณ์ได้
- Øถ้าชำระไม่ครบ ศาลก็เรียกมาให้ชำระให้ครบก็ได้ ตามมาตรา 233
สำเนาอุทธรณ์
- Øผู้อุทธรณ์ต้องยื่นสำเนาอุทธรณ์ต่อศาลให้ครบตามจำนวนจำเลยอุทธรณ์เพื่อส่งให้แก่จำเลยอุทธรณ์
- Øการส่งสำเนาอุทธรณ์ :
- •เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่ง
- •ผู้อุทธรณ์จะไปนำส่งหรือไม่ก็ได้ เว้นแต่ศาลสั่งให้ผู้อุทธรณ์มีหน้าที่จัดการนำส่ง
การตรวจอุทธรณ์
- Øเมื่อมีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น
- Øศาลชั้นต้นมีหน้าที่ตรวจอุทธรณ์ก่อนส่งไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย
- Øอำนาจศาลชั้นต้นในการตรวจรับอุทธรณ์ไม่ใช่อำนาจเด็ดขาด : หากศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามอุทธรณ์ แม้ศาลชั้นต้นจะรับคำฟ้องอุทธรณ์ไว้ ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจยกอุทธรณ์ได้
การตรวจอุทธรณ์
- Øหากอุทธรณ์มีความเรียบร้อยสมบูรณ์ ไม่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ : ศาลชั้นต้นต้องมีคำสั่งให้ส่งอุทธรณ์ไปให้ศาลอุทธรณ์ โดยไม่ต้องแสดงเหตุผล
- Øหากอุทธรณ์มีความบกพร่องหรือมีเหตุต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ : ศาลชั้นต้นต้องมีคำสั่งไม่ส่งอุทธรณ์ โดยต้องแสดงเหตุที่ไม่ส่งไว้ในคำสั่ง
- •หากเสียค่าฤชาธรรมเนียมไม่ครบ สามารถสั่งให้นำมาชำระให้ครบได้
การตรวจอุทธรณ์
- Øการสั่งอุทธรณ์ :
- •รับบางคน บางส่วน หรือบางประเด็นที่สมบูรณ์ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์
- •ไม่รับบางคน บางส่วน หรือบางประเด็นที่ไม่สมบูรณ์ต้องห้ามอุทธรณ์ก็ได้
ข้อจำกัดสิทธิอุทธรณ์
- Øเหตุที่ต้องมีการจำกัดสิทธิอุทธรณ์
- Øความล่าช้าของคดี
- Øต่อคู่ความ
- Øต่อกระบวนการยุติธรรม
- Øค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
- Øต่อคู่ความ
- Øต่อกระบวนการยุติธรรม
ข้อจำกัดสิทธิอุทธรณ์
- Øข้อจำกัดสิทธิอุทธรณ์โดยผลของกฎหมาย
- Øข้อจำกัดสิทธิเด็ดขาด
- Øข้อจำกัดสิทธิไม่เด็ดขาด
ข้อจำกัดสิทธิอุทธรณ์
- Øข้อจำกัดสิทธิอุทธรณ์โดยแนวคำพิพากษา
- Øกรณีเป็นเรื่องของศาลชั้นต้นโดยเฉพาะ
- Øกรณีคำสั่งที่เป็นอำนาจแต่ละชั้นศาลโดยเฉพาะ
- Øกรณีคำสั่งศาลชั้นต้นให้รับคำฟ้องอุทธรณ์
- Øกรณีห้ามอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี
ข้อจำกัดสิทธิอุทธรณ์
- Øข้อจำกัดสิทธิอุทธรณ์โดยแนวคำพิพากษา
- Øกรณีแถลงต่อหน้าศาลว่าสละสิทธิไม่อุทธรณ์
- Øกรณีคู่ความยอมรับการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้น
- Øกรณีเสียสิทธิโต้แย้งที่ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบ
กรณีกฎหมายบัญญัติห้ามอุทธรณ์
- Øกฎหมายอาจกำหนดห้ามอุทธรณ์โดยเด็ดขาดไม่มีข้อยกเว้น หรืออาจกำหนดห้ามโดยไม่เด็ดขาดมีข้อยกเว้นบางกรณี
ข้อจำกัดสิทธิเด็ดขาด
- Øกรณีกฎหมายบัญญัติให้คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลเป็นที่สุด หมายความว่าไม่สามารถอุทธรณ์ต่อไปได้ ไม่ว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายหรือปัญหาข้อเท็จจริง ไม่ว่ามีความเห็นแย้งหรือรับรองหรืออนุญาตให้อุทธรณ์ได้หรือไม่ก็ตาม
- Øเพราะกฎหมายเห็นความจำเป็นที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นเป็นการด่วน
ข้อจำกัดสิทธิเด็ดขาด
- Øประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
- •คำพิพากษาตามที่โจทก์ยอมรับเงินที่จำเลยนำมาวางศาล จนเป็นที่พอใจตามที่เรียกร้องแล้วถึงที่สุดตามมาตรา 136
- •คำสั่งศาลชั้นต้นอนุญาตหรือยกคำร้องขออุทธรณ์ต่อศาลฎีกาเป็นที่สุดตามมาตรา 223 ทวิ
ข้อจำกัดสิทธิเด็ดขาด
- Øประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 กำหนดในประเด็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาไว้ว่า เมื่อคดีอาญาพิพากษาคดีถึงที่สุด ข้อเท็จจริงในคดีอาญาย่อมผูกพันคดีแพ่ง
- Øหากคดีอาญาถึงที่สุดในระหว่างที่คดีแพ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จะอุทธรณ์โต้เถียงให้ศาลรับฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นไม่ได้
ข้อจำกัดสิทธิไม่เด็ดขาด
- •ข้อจำกัดสิทธิการอุทธรณ์แบบไม่เด็ดขาดมีการยกตัวอย่างรับรองไว้ในมาตรา 223 ซึ่งโดยปกติแล้วจะห้ามอุทธรณ์ เว้นแต่จะอุทธรณ์ในส่วนที่กฎหมายเปิดช่องให้ทำได้
- Øตัวอย่างกฎหมายที่ห้ามอุทธรณ์ :
- •ป.วิ.พ. ภาค 3 มาตรา 224 – 226
- •ป.วิ.พ. ภาคอื่น เช่น ข้อยกเว้นของมาตรา 223
ข้อจำกัดสิทธิไม่เด็ดขาด
- Øมาตรา 138 คำพิพากษาตามยอม
- Øห้ามอุทธรณ์ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น
> คู่ความฝ่ายหนึ่งฉ้อฉล
> คำพิพากษาตามยอมละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
> คำพิพากษาตามยอมไม่เป็นไปตามที่คู่กรณีตกลง
ข้อจำกัดสิทธิไม่เด็ดขาด
- Øมาตรา 168 คดีที่อุทธรณ์เฉพาะค่าฤชาธรรมเนียมอย่างเดียว
- •ห้ามอุทธรณ์เฉพาะประเด็นเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเพียงอย่างเดียว เว้นแต่มีเหตุอ้างว่าศาลกำหนดค่าฤชาธรรมเนียมไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
ข้อจำกัดสิทธิไม่เด็ดขาด
- Øมาตรา 188 คดีไม่มีข้อพิพาท à อุทธรณ์ได้เฉพาะกรณี :
> ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
> ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการพิจารณาหรือพิพากษาหรือคำสั่ง
ข้อจำกัดสิทธิไม่เด็ดขาด
- •หากมีผู้คัดค้านเข้ามาในคดี จะกลายเป็นคดีมีข้อพิพาท อุทธรณ์ฎีกาตามหลักทั่วไป
- •ยกเว้นคดีเหล่านี้ยังถือว่าเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท :
> คดีที่ยื่นคำร้องให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้อนุญาตที่ผู้แทนโดยชอบธรรมได้ปฏิเสธเสีย
> คดีที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถอนคืนคำอนุญาตที่ให้ไว้แก่ผู้ไร้ความสามารถ
ข้อจำกัดสิทธิไม่เด็ดขาด
- Øมาตรา 222 คดีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวกับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในศาล
- •ห้ามอุทธรณ์ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น
> อนุญาโตตุลาการหรือประธานมิได้กระทำการโดยสุจริต หรือคู่ความฝ่ายหนึ่งใช้กลฉ้อฉล
> คำสั่งหรือคำพิพากษาขัดต่อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบ
> คำพิพากษาไม่ตรงกับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
กรณีเป็นเรื่องของศาลชั้นต้นโดยเฉพาะ
- Øกรณีที่เป็นดุลพินิจโดยเฉพาะของศาลจะอุทธรณ์เพื่อให้ทบทวนดุลพินิจไม่ได้ เช่น คำสั่งศาลชั้นต้นตามมาตรา 23 ที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์น้อยไปกว่าที่ร้องขอ ผู้ร้องจะอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาขยายระยะเวลาตามจำนวนที่ร้องขอไม่ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ 4026/2545)
กรณีคำสั่งที่เป็นอำนาจแต่ละชั้นศาลโดยเฉพาะ
- Øกรณีที่เป็นดุลพินิจโดยเฉพาะของศาลแต่ละชั้นจะอุทธรณ์เพื่อให้ทบทวนดุลพินิจไม่ได้ เช่น คำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอทุเลาการบังคับ (ฎีกาที่ 246/2495)
ดิฉันเป็นจำเลยกรณีพิพาทเรื่องของที่ดินเป็นเจ้าของที่ดิน แพ้คดีต้องการหาวิธียื่นอุธรณ์กำลังหาทนายที่ดีและเก่งหาวิธีช่วยได้อย่างไรดี เพราะไม่รู้จักทนายมาก ควรทำอย่างไรดี จึงจะอุทธรณ์ได้ชนะ