เรื่องเดิม : ต้นเดือนกรกฎาคมได้บัตรเครดิตสีทองมาจาก city bank อันเนื่องมาจากเป็นสมาชิกเรดดี้เครดิตอยู่ (เอาบัตรเก็บไว้ไม่ได้ใช้) --> รับบัตรได้ไม่นานธนาคารก็จะโทรมาตามว่าได้บัตรแล้วหรือยัง จะส่งรหัสตามมาให้ทีหลัง มีเงื่อนไขให้น่าที่จะถือบัตรใบนี้ไว้ต่อไปดังนี้
- ฟรีสมาชิกแรกเข้า และสมาชิกรายปี ปีแรก (ปีต่อไปต้องเสียค่าสมาชิกรายปี-แนะนำให้ยกเลิกบัตรเมื่อใกล้จะครบปี)
- เมื่อแจ้งความประสงค์ขอเปิดใช้บัตร และมีค่าใช้จ่ายผ่านบัตร ในรอบบัญชีตั้งแต่ 12 ก.ค. 52 เป็นต้นไป จนถึง 17 สิงหาคม 2552 จำนวน 15 ครั้งๆ ละเท่าใดก็ได้ ระบบจะคืนเงินให้เมื่อครบกำหนด 60 วัน (ครบกำหนด 16 ตุลาคม 2552)
- การคืนจะคืนเป็นยอดเงิน ที่เป็นเลขลบในบัญชี จำนวน 1,500 บาท
ได้ลองทำตามเงื่อนไข รอบบัญชีแรก 12 ก.ค.-11 ส.ค. 52 ใช้บัตรไป 16 ครั้ง
- เป็นค่าการเติมเงินให้โทรศัพท์ 5 ครั้ง จำนวนเงิน 900 บาท
- เป็นค่าซื้อของในห้าง ค่าหนังสือและจ่ายค่าอาหาร 11 ครั้ง เป็นเงิน 3,248 บาท
- 12 สิงหาคม รอบบัญชีใหม่ใช้จ่ายซื้อของเพิ่มอีก 537.50 บาท
- รวมจ่าย 4,685.50 บาท + ยอดค่าใช้จ่ายที่จ่ายเงินผ่าน counter services ที่โลตัสบิลละ 5 บาท รวม 2 บิล 10 บาท
คณิตศาสตร์ ป.๔ค่าใช้จ่าย 4,695.50 บาท ได้ยอดเงินกลับมาใช้จ่าย 1,500 บาท ผลตอบแทนจากการลงทุน เท่ากับ 1,500/4,695.50 *100% เท่ากับ 32% (ค่าประมาณ)
(เข้าเรื่องตึ๋งหนืด) หลัง 16 ตุลาคม 2552 ผมก็มียอดเงินติดลบในบัญชี 1,500 บาท (ยังไม่เห็นใบแจ้งหนี้) ดังนั้นจึงต้องหาเรื่องใช้จ่ายฟรี (ของฟรีไม่มีในโลก ทุกอย่างล้วนมีต้นทุน) 1,500 บาท
- ตอนแรกวางแผนเติมเงินค่าโทรศัพท์มือถือในวันเกิด 500 บาท 3 ครั้ง (3 ซิม) มูลค่าของเงินจะเพิ่มเป็น 1,500 บาทในกระเป๋าหลัก +1,560 (ในกระเป๋าโบนัส)
- แต่พอใช้จ่ายจริง วันที่ 31 ตุลาคม ที่ BiG C จัดรายการ ซื้อ 500 บาท ได้คูปองส่วนลดเงินสด 25 บาท และถ้าจ่ายด้วยบัตรเครดิต City bank บิลละ 1,000 บาท จะแถมคูปองส่วนลดเงินสดให้อีก 25 บาท จึงลองใช้ดู (หาความรู้)
- ยอดเงินซื้อของในวันนั้น 1,023.50 บาท ได้คูปอง 25 บาท มา 2 ใบ (ใช้ปกติกับเงินสดหรือบัตรเครดิตก็ได้) และได้คูปองฯ 25 บาทอีก 1 ใบ มีเงื่อนไขว่าต้องใช้ซื้อของด้วยบัตรเครดิตซิตี้แบงค์จำนวน 300 บาท ขึ้นไป ภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2552
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2552 ไปห้าง BiG C วางแผนจะใช้คูปอง 25 บาท (มีแค่ใบเดียว) และจะทำให้ยอดเงินที่มีเศษ 1,023.50 บาท เป็นเลขกลมๆ ทั้งหมด เพื่อไปหักลบกับยอดเงินในบัตรเครดิต 1,500 บาท ยอดซื้อของที่ต้องการคือ 276.50 บาท + คูปอง 25 บาท จะเป็นยอดเงิน 301.50 บาท
โจทย์ที่ตั้งไว้ คือ ซื้อของกี่รายการก็ได้ในห้างฯ ให้ได้ยอดเงิน 301.50 บาท วิธีคิดของผม (ซื้อของที่จำเป็นต้องใช้ และเลือกที่ถูก-ดี มีจัดรายการ)
- ไปดูก่อนว่า มีขนมปังลดราคาถูกที่สุด อันละเท่าไร ปรากฎว่า มีโดนันสอดไส้ ราคาอันละ 4 บาท แต่สมาชิกบัตร บิ๊กซีการ์ด ซื้อได้ในราคา 3 บาท-ถูกสุดคือ 3 บาท
- ซื้อของที่ต้องการ มีการลดราคาหรือมีรายการซื้อ 1 แถม 1 (ต้องจำราคาเก่าได้ด้วย)
- ของที่ต้องการคือ กระดาษชำระ ซื้อยี่ห้อ 24 ม้วนแถมฟรี 6 ม้วน ราคาลด 105 บาท เฉลี่ยม้วนละ 3.5 บาท (ซื้อได้)-คุณภาพสมราคา และไม่เกิน 5 บาท/ม้วน
- เส้นหมี่สำเร็จรูป สีแดง 10 ซอง ราคา 49 บาท แพงไปนิดหนึ่ง ปกติซื้อได้ 43.50 บาท แต่เส้นแข็งดีเอาไปผัดได้ (ซื้อไ้ด้)-แพงไปนิดก็ใช้มูลค่าจากคูปอง 25 บาท มาชดเชย
- ขนมขาไก่ ของห้างฯ ซื้อ 1 แถม 1 ราคาซองละ 14 บาท (ซื้อได้-ปกติซื้อซองเดียวราคา 12 บาท) ซื้อมา 4 ซอง ราคา 56 บาท แต่หักลดแล้วเหลือ 28 บาท จดราคาไว้ที่ 28 บาท
- นมข้นหวาน 2 กระป๋อง กระป๋องละ 16 บาท (ซื้อได้)-ถูกที่สุดในห้าง (แต่จดราคาผิดไป 2 กระป๋อง 36 บาท)
- เต้าหูหลอดไข่ 4 หลอด/ถุง ราคา 19 บาท (ซื้อได้) ถูกที่สุดแล้วเฉลี่ย 1 อันไม่ถึง 5 บาท ปกติ 6-7 บาท
- เต้าหู้หลอดธรรมดา ของห้าง 4.50 บาท (ซื้อได้) ถูกแล้วปกติ 5-6 บาท ซื้อมา 5 หลอด ต้องการให้มีเศษ 50 สตางค์
- น้ำจิ้มไก่ 1 ขวด 16 บาท (ซื้อได้)-เป็นของที่ต้องการและถูกที่สุดแล้ว
- ซื้อขนมปังลดราคา (อีก 3 วันหมดอายุ) ที่สมเหตุสมผล มีแฮมเบอเกอร์บัน 4 ชิ้น 8 บาท (ชิ้นละ 2 บาท) ซื้อได้
- รายการสุดท้าย คิดราคาของทั้งหมด ยังขาดอีก 18 บาท จะครบ 301.50 บาท จึงไปซื้อโดนัทสอดไส้ 6 ชิ้น พนักงานติดราคาให้ 24 บาท-สอบถามให้แน่ใจว่าพอไปถึงเครื่องแล้วจะคิดให้แค่ 18 บาท
ทีนี้พอไปจ่ายเงิน ราคาของทั้งหมดเป็น 297.50 บาท ไม่ถึง 300 บาท จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตซิตี้แบงค์ไม่ได้ พนักงานบอกให้ไปหาของมาราคา 3 บาท เขาจะรอ (มีลูกค้าต่อคิวอยู่อีก 1 คิว) ผมวิ่งไปที่แผนกเบเกอรี่ หาขนมที่ราคาชิ้นละ 4 บาท ปรากฎว่ามีพอดีคือ ฮอทดอกบัน ชิ้นละ 4 บาท นำมาให้พนักงานติดราคาแล้ววิ่งมาที่ช่องจ่ายเงิน 14
เครื่องโชว์ว่า ของทั้งหมดราคา 301.50 บาท-คูปองส่วนลด 25 บาท ต้องจ่ายด้วยบัตรเครดิตซิตี้แบงค์เป็นเงิน 276.50 บาท
ยอดเงิน 276.50 บาท เมื่อไปรวมกับยอดเก่า 1,023.50 บาท จะเป็นยอดเงิน 1,300 บาทถ้วย ส่วนที่เหลืออีก 200 บาท (จากยอด 1,500 บาท) ผมเก็บเอาไว้เติมเงินครั้งแรกในวันเกิดรอบต่อไป (อยู่ในเดือนธันวาคม-ยังเหลืออีก 3 หมายเลขให้เลือก)
สรุป วิธีคิดแบบครอบครัวตึ๋งหนืด แม้มียอดเงินให้ใช้ฟรี 1,500 บาท ต้องคิดใช้จ่ายให้ลงตัวพอดี หักลบกลมหนี้ จะได้ไม่ต้องมีเศษให้ต้องไปจ่าย เพราะของทุกอย่างล้วนมีต้นทุน รอบนี้ใช้จ่ายไป 1,300 บาท เหลือไว้อีก 200 บาท เพื่อศึกษาหาความรู้เรื่องการใช้บัตร พอหลังปีใหม่ ผมก็ไปยกเลิกบัตรใบนี้ำ โดยไม่ห่วงคะแนนที่สะสมไว้ประมาณ 200 คะแนน..อิอิ (ทิ้งไปเลย-เพราะเราได้มา 1,500 บาทแล้ว)
![]() |
|
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์ |
