เมื่อก.ค2551 ทางชมรมผู้สูงอายุตำบลน้ำรัดและมีภาคีเครือข่ายได้แก่ อบต. น้ำรัด , โรงพยาบาลหนองม่วงไข่ ,ชมรมผู้นำชุมชนน้ำรัด ,ชมรมอสม. และสสอหนองม่วงไข่ ได้รับโอกาสจากสสส( สำนักงานกองทุนสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ ) ไปปรับโครงการ แกนนำน้ำรัดร่วมใจที่ กทม . ในโอกาสนี้ได้รับงบจากสสส. จำนวน 100,000 บาทถ้วน และอบต น้ำรัดสมบ 20,000 บาท
ที่มา ชมรมเข้มแข็ง แต่เนื่องจากสังขาร วิถีชีวิต ที่ต่างกัน ทำให้กลุ่มสูงอายุบางกลุ่ม ไม่ได้รับโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทางชมรมได้จัดทำขึ้น จึงได้เกิดโอกาสชวนคิดชวนคุยกันในประเด็นจะทำอย่างไรให้กลุ่มสูงอายุที่เจ็บป่วย ที่ช่วยเหลือตนเองได้และช่วยเหลือตนเองไม่ได้ได้รับโอกาส ได้รับการดูแลจากเพื่อนสูงอายุวัยเดียวกัน ในกรอบแนวคิดที่ว่า คนวัยเดียวกัน กลุ่มเดียวกัน น่าจะเข้าใจกันได้ดี เกิดจิตอาสาในการเยี่ยเพื่อนสูงอายุด้วย ซึงตามปกติ คนชนบทเราเวลาเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ,เครือญาติ ,กลุ่มเดียวกัน มีงานต่างๆเช่น ขึ้นบ้านหใม่ ,งานบูญต่างๆ ก็ได้ไปช่วยเตรียมงาน และหรือเวลาเกิดการเจ็บป่วยเล็กน้อยส่วนมากก็ไปเยี่ยมเยือนกัน บางครั้งมีคำแนะนำต่างๆให้แก่เพื่อนบ้าน
ต่อมาก็ชวนคิดชวนคุยในประเด็น เอ๊ะ เวลาไปเยี่ยมบ้าน จะทำอย่างไรให้ได้มีโอกาสแนะนำในสิ่งถูกต้อง นันก็คือเป้าหมาย การดูแลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ และการสื่อสารในชุมชน โดยอยากให้
1.ผู้สูงอายุทุกกลุ่ม ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
2. มีแนวทาง/ แผนการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน โดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
3. เกิดเครือข่ายแกนนำในการดูแลผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยที่บ้าน
ต่อม อ๋อ ของพวกเราจึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรม
1. จัดประชุมค้นหาแกนนำสูงอายุ/ ชุมชน /อสม/ผู้แทนท้องถิ่น เพื่อชี้แจงบทบาทแบ่งกลุ่มการทำงาน
2.แกนนำสูงอายุและภาคีเครือข่าย ได้ออกสำรงวจปัญหาของชุมช นโดยได้ไปเยี่ยมบ้านและสัมภาษณ์ ผู้สูงอายุ
3. จัดระดมสมอง / นำเสนอข้อมูล ออกแบบกิจกรรม
4.จัดประชุมในเรื่องการตรวจสุขภาพ, ออกกายบริหารยืดเหยียด , ฟังเทศน์ นันทนาการ/ ,พูดคุยแลกเปลี่ยนการดูลแสขภาพตนเอง ,แลกเปลี่ยนประสบการณ์,จัดเวทีสรุปบทเรียน ,จัดทำแผนแนวทาง ,นำเสนอแผนตำบลแก่อบต. และศึกษาดูงานชมรมผู้สูงอายุ
โครงการนี้ได้เกิดขึ้นเป็นผลสำเร็จ เพราะการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคีในตำบลน้ำรัด และมีผู้รับผิดชอบในการจัดทำโครงการได้แก่
1. ประธานชมรมสูงอายุน้ำรัด อ. วิสุทธ์ รักพงษ์
2. เลขา ชมรม คุณยายสงัด เสาร์แดน
3. คุณประจวบ พันธุ์เวช ประธานสภาอบต .น้ำรัด (ตำแหน่งขณะที่ทำโครงการ )
และท่านนายกจำนง วังแก้ว นายก อบต.น้ำรัด
สิ่งที่ได้เรียนรู้
1.กลุ่มแกนน/ ภาคีเครือข่าย เป็นผู้มีศักยภาพ ในการจัดกิจกรรมต่าง
2. ทางจนท. เราได้ผันตนเองเป็นคอยช่วยเหลือ
3. การให้องค์กรในชุมชน ได้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมได้รับสิ่งที่เกิดขึ้นในชมุชน
จากนั้นทาง สสส ได้มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยทางอาจารย์จากคณะพยาบาลศาสตร์ มช. เป็นผู้จัดกิจกรรม หลังจากนั้น เมื่อ 28 ต.ค52 ทางมช. ได้ลงมาร่วมแลกเปลี่ยนกับทีมอบต. แกนนำในชุมชน จนท.โรงพยาบาล ในเรื่องที่ได้รับโอกาสเป็นตำบลสุขภาวะ ซึ่งเป็นโครงการวิจัยของสสส. โดยางทีมคณาจารย์ จากมช. ซึ่งทางทีมอาจารย์ ได้จุดประกายว่า ตำบลสสุขภาวะจะเกิดหรือไม่แล้วแต่ทางอบต. แกนนำ/องค์กรในชุมชน ถ้าสนใจที่เป็นตำบลสุขภาวะ โอกาสต่อไป ทางมช. จะจัดอบรให้ โดยให้ตัวแทนไปร่วมอบรมจำนวน 5 ท่าน /จัดการเรียนรู้ให้อีกครั้ง และมาร่วมลงพื้นที่ในตำบลนำรัด เป็นระยะ ต่อไป (โปรดติตามตอนที่ 2 เมื่ออาจารย์มาเก็บข้อมู,เมื่อ 28 ต.ค52 )

ท่านายอำเภอหนองม่วงไข่ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมครั้งแรก

นายก จำนง วังแก้ว (อดีตนายก) อ.วิสุทธิ์ รักพงษ์ ประธานโครงการ/สูงอายุ

อดีตผู้ใหญ๋บ้าน ปัจจุบันนายกอบต คุณสงัด นั่งหน้า สูงอายุสดใสทั้งชายและหญิง

สูงอายุดีใจได้ระดมสมอง และนำเสนอ บอกว่า คุณยายคุณตาชอบมากๆๆๆๆ
สวัสดีครับ คุณ ท้องฟ้า ต้องอย่างนี้ถึงจะสู่เป้าหมาย"ทุกคนเป็นรักษาตนเองได้ต้อง.......
." ทางจนท. เราได้ผันตนเองเป็นคอยช่วยเหลือ"
แต่ที่พบมา จนท.ของเรา ก้าวข้ามความเป็นพี่เลี้ยงไมพ้น
ไม่ไว้ใจจึงทำเองทุกเรื่อง ธรรมนูญสุขภาพชุมชน ต้องคนของชุมชนเป็นคนคิด ครนออกแบบ จนท.ตบแต่งให้สวยงาม แล้วจะงามทุกฝ่ายครับ
อ.วอญ่า ขอบคุณที่มาเยี่ยม สำหรับโรงการที่ทำ ก่อนทำกิจกรรมทุกครั้งท่านประธานและกรรมการต้องมาประชุมร่วมกันก่อน คุณท้องฟ้ามีหน้าที่รับฟัง และคอยตบแต่งนิดๆหน่อย และหลังทำกิจกรรมทุกครั้งเช่นกัน เราก็AAR นั่นคือสรุปบทเรียน ,สิ่งที่ได้ เพราะต้องเก็บรายงานส่งสสส.ด้วยจ้า