หฤหรรษ์คือสิ่งที่อยากจะให้เป็น แต่ความเป็นจริงแล้วมันคือหฤโหดมากกว่าค่ะ

                สวัสดีค่ะพี่ๆ น้องๆ และเพื่อนๆ ชาว Gotoknow ทั้งหลาย หลังจากเขียนบันทึกตอนที่ 7 จบไปก็ไม่มีเวลา (หรือมีแต่ขี้เกียจ) มาเขียนตอนที่ 8 ต่อเลย วันนี้เหมือนจะเป็นฤกษ์งามยามดี ได้เวลาลงมือเขียนบันทึกต่อซะที เอ๊ะ...ทำไมวันนี้เจ้าของบันทึกถึงมีเวลามาเขียนบันทึกได้? ก็จะอะไรซะอีกละคะ พายุมันมาเยือนอ่าวไทยอีกแล้วน่ะซิ ริคหรือเรือขุดเจาะน้ำมัน (Rig) เลยต้องหยุดงานชั่วคราว จึงมีเวลาว่างค่ะ ต่อจากนี้ไปตั้งแต่เดือน พ.ย. ถึงประมาณ ม.ค. ปีหน้า ก็จะเป็นเทศกาลพายุสุดหรรษาอีกแล้วค่ะ เรือโดนคลื่นซัดโคลงเคลงกันสนุกสนานเชียวค่ะ ต้อนรับฤดูกาลกันด้วยเจ้านี่เลย “Tropical Storm Mirinae” ถึงแม้ว่าพายุโซนร้อนตัวนี้จะไม่ได้พัดผ่านเข้าอ่าวไทยโดยตรง แต่อย่างไรก็หนีไม่พ้นอิทธิพลของพายุตัวนี้เมตตาเผื่อแผ่มาให้อยู่ดี มาดูกันซิว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรบ้าง

                อย่างแรกเลยนะคะ เฮลิคอปเตอร์บินลงริคไม่ได้ค่ะ เพราะเรือโคลงเคลงมาก ซึ่งไม่ปลอดภัยต่อการลงจอดของเฮลิคอปเตอร์ อ้าว...แล้วอย่างนี้พนักงานจะกลับบ้านหรือมาทำงานได้อย่างไรล่ะ แบบนี้ค่ะ จากภาพตัวอย่างอากาศยังไม่ได้แย่ถึงขั้นสูงสุด เรือรับส่งผู้โดยสาร (Crew Boat) ยังสามารถเดินเรือได้อยู่ เราจึงต้องทำการขนส่งพนักงานจากริคลงเรือครูส์โบ๊ทเพื่อไปส่งยังแท่นผลิตที่อยู่ใกล้ๆ แท่นขุดเจาะน้ำมันของเราค่ะ ดูจากภาพตัวอย่างได้เลยค่ะ

ภาพแรกเป็นการเตรียมพร้อมขนส่งพนักงานจากริคลงเรือครูส์โบ๊ท โดยใช้เครนยกกระเช้า (Personnel Basket) ค่ะ กระเช้ารุ่นนี้สามารถขนส่งพนักงานได้สูงสุดครั้งละ 4 คนค่ะ พนักงานต้องใช่เสื้อชูชีพ (Life Vest) และเอาสัมภาระใส่ไว้ตรงกลางกระเช้า มือต้องเกาะตาข่ายในตำแหน่งไขว้แขนกันค่ะ ตัวดิฉันเองตั้งแต่มาทำงานในริคมาเกือบสองปีก็เคยโดนแบบนี้แค่ครั้งเดียวเองค่ะ

นี่ไง............เรือครูส์โบ๊ทเป็นแบบที่เห็นนี่แหละ เป็นเรือขนส่งพนักงานระหว่างแท่นขุดเจาะหรือแท่นผลิตค่ะ

หลังจากที่เครนยกพนักงานใส่เรือครูส์โบ๊ทจนครบทุกคนแล้ว เรือครูส์โบ๊ทก็มุ่งหน้าพาผู้โดยสารไปส่งยังแท่นผลิตแท่นนี้ค่ะ ดิฉันไม่แน่ใจว่าใช้เวลาเดินทางเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ แต่ที่แน่ใจเป็นที่สุดคือ “เมาเรือ” แน่นอนค่ะ เพราะครูส์โบ๊ทเป็นเรือขนาดเล็ก (ถ้าเทียบกับเรือขุดเจาะ) ยิ่งเวลาเรือแล่นฝ่าลูกคลื่น ผู้โดยสารบางคนแทบจะกระเด็นกระดอนเลยล่ะค่ะ หน้าเขียวหน้าเหลืองไปตามๆ กัน แถมน้ำทะเลยังซาดกระเซ็นโดนตัวเหนียวเหนอะหนะอีกด้วย แต่ถ้าเจอสภาพอากาศปกติ ก็สบายไปค่ะ แท่นผลิตที่เห็นนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ แท่นขุดเจาะค่ะ สภาพอากาศตอนที่ถ่ายรูปนี้เป็นช่วงเช้านะคะ  เฮลิคอปเตอร์ยังสามารถบินลงจอดที่แท่นผลิตได้อยู่ค่ะ ซึ่งก็ทำให้พนักงานที่ครบกำหนดกลับบ้านมีความสุขที่ยังสามารถกลับบ้านได้ค่ะ

หลังจากนั้นช่วงสายๆ ทั้งลมทั้งฝนทั้งคลื่นมาแบบไม่บันยะบันยังเลยค่ะ ผลที่เกิดขึ้นก็เลยเป็นสภาพแบบนี้ค่ะ ซึ่งไม่ปลอดภัยต่อการทำงาน จึงต้องทำการหยุดงานชั่วคราวค่ะ ช่วงเวลานี้นึกถึงสร้อยเพลงๆนี้เลยค่ะ “คนที่แพ้ก็ต้องดูแล….ตัวเอง” (ดูแลตัวเองจากอาการเมาเรือไงคะ) และช่วงนี้ยาดม ยาเมาเรือ และแอปเปิ้ลเขียว พริกเกลือ น้ำปลาหวานขายดีที่สุดค่ะ :) กว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น ก็ทำให้ริคต้องหยุดงานถึง 4 วันด้วยกัน จึงสามารถเริ่มทำงานได้ตามปกติค่ะ ฟังดูเหมือนจะดีนะคะได้หยุดงานถึง 4 วัน แต่เป็น 4 วันที่ทรมานสุดๆ สำหรับใครบางคนนะคะ (หรืออาจจะหลายๆ คน) เพราะดิฉันสังเกตเห็นบางคนหน้าซีด หน้าเขียว อาเจียนวันละหลายรอบ พนักงานหลายๆ คนนอนกองเกยตื้นกันเลยล่ะค่ะ ช่วงนี้สัญญาณทีวี โทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ตถูกตัดขาด ซีดีคอนเสิร์ต ซีดีหนัง ซีดีเพลง จึงเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนที่ฮอตฮิตกันเลยล่ะค่ะ เพราะในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็หาความบันเทิงให้ตัวเองกันดีกว่าเนอะ :)

แถมด้วยภาพนี้นะคะ ภาพนี้ถ่ายมานานแล้วค่ะ เป็นเวลาช่วงเช้าของวันหนึ่ง จู่ๆ ก็เกิดการพัดพาของก้อนเมฆขนาดมหึมามาเลยค่ะ ดูน่ากลัวมาก เหมือนมฤตยูมาเยือนก็ไม่ปาน จุดเล็กๆ ที่เห็นอยู่ตรงกลางภาพเป็นแท่นผลิตแท่นหนึ่งในอ่าวไทยนะคะ

                 ภาพข้างบนที่ยกเป็นตัวอย่างมาให้ชมก็เพื่อจะเปรียบเทียบให้ดูค่ะว่า ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีสองด้านเหมือนที่หลายๆท่านได้พูดไว้ว่า เหรียญก็มีสองด้าน มีชั่วก็มีดี มีทุกข์ก็มีสุข ทะเลมีสวยก็มีน่ากลัว คนก็เหมือนกันค่ะมีสองอารมณ์ในร่างเดียวกัน ณ เวลาและสถานการณ์ที่ต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่นบางครั้งนะคะ ในวันเปลี่ยนกะทำงาน (Crew Change shift) อารมณ์ของคนอยากจะกลับบ้านยืนรอเฮลิคอปเตอร์มารับกลับบ้านด้วยใจจดจ่อ และดีใจ แต่บางครั้งสภาพอากาศไม่ดีนัก เครื่องกำลังจะลงจอดอยู่แล้ว แล้วจู่ๆ นักบินก็ตัดสินใจไม่ลงจอด และก็บินผ่านไปเลย พร้อมกับรายงานว่า “เนื่องด้วยสภาพอากาศไม่ดี จึงไม่สามารถเอาเครื่องลงจอดได้.......บลา บลา บลา....” ทำให้พนักงานที่ยืนรอฮอมารับกลับบ้านบางคนถึงกับยืนมองเครื่องบินด้วยสายตาละห้อยเลยทีเดียว แต่ในทางกลับกันถ้าเราเป็นพนักงานที่นั่งอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ซึ่งต้องเดินทางมาทำงานนั้น วันแรกของการกลับมาทำงานจะรู้สึกหงอยๆ ซึมๆ แต่พอนักบินเชิดหัวเครื่องบิน แล้วบินกลับฝั่ง แต่ละคนนั่งยิ้มดีใจเลยล่ะค่ะ นั่นก็หมายถึงว่าวันนั้นไม่ต้องทำงานค่ะ ได้กลับไปนอนบนฝั่งต่ออีก เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ในช่วงหน้ามรสุมนี้ล่ะค่ะ ดังนั้นพนักงานทุกคนจึงต้องทำใจ หากว่าวันที่เปลี่ยนกะทำงานกันนั้นอยู่ในช่วงสภาพอากาศที่แปรปรวน

                 ภาพตัวอย่างข้างต้นทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงในมุมน่ากลัวค่ะ น่ากลัวจนไม่น่าจะเป็นมิตรกันได้เลย แต่....แต่............ก็อย่างที่บอกไว้ว่า ในหนึ่งเดียวย่อมมีสองด้าน มาดูกันค่ะว่าทะเลอ่าวไทยในมุมสวยๆ เป็นมิตรไมตรีกันเป็นอย่างไร ภาพข้างล่างนี้ถ่ายตอนบ่ายๆ ของวันหนึ่งค่ะ อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส ทะเลสีสวยและสงบนิ่ง.................

ต่อด้วยรูปเจ้าของบันทึกค่ะ ดูจากรูปแล้ว ท้องฟ้าและทะเลสวยอย่างที่บรรยายไว้หรือเปล่าคะ :) ภาพนี้ถ่ายบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้าเรือค่ะ

วันที่สภาพอากาศปกติดี เฮลิคอปเตอร์สามารถลงจอดได้ตามปกติค่ะ วันที่ดิฉันนั่งเฮลิคอปเตอร์กลับบ้านครั้งล่าสุด สภาพอากาศดีมากเลยค่ะ หลักฐานก็ดูได้จากรูปภาพต่อไปนี้ค่ะ ภาพนี้น่าจะเป็นแท่นขุดเจาะของบริษัทนิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด (หากข้อมูลผิด ก็ขออภัยด้วยนะคะ) ซึ่งตั้งอยู่ในทะเลอ่าวไทยใกล้ฝั่ง อ.สทิงพระ จ.สงขลาค่ะ ดิฉันจับเวลาจากแท่นถึงฝั่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที โดยเฮลิคอปเตอร์คะ

เลยจากแท่นมาหน่อยก็เป็นนี่เลยค่ะ เกาะหนู เกาะแมว แถวๆ ชายฝั่งทะเลหาดสมิหลา จ.สงขลาค่ะ ภาพที่เห็นคงจะเป็นเกาะแมวค่ะ เกาะหนูเลยมาแล้วค่ะ

ต่อไปค่ะ ดูจากรูปดิฉันขอเดานะคะ ถูกผิดขออภัยค่ะ สามหย่อมใหญ่ๆ ที่เห็น หย่อมแรกน่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำค่ะ หย่อมตรงกลางเป็นท่าเทียบเรือสงขลา ส่วนหย่อมที่เห็นไกลๆ โพ้นนั้นคงจะเป็นบริษัท ปตท. สผ. นะคะ (เดาเอาค่ะ)

ส่วนภาพนี้เป็นชุมชนหมู่บ้านริมทะเลค่ะ ดูโรแมนติกดีนะคะ เหมือนที่พี่ๆ ที่ทำงานด้วยกันมักพูดว่าบ้านเขามีหน้าบ้านติดทะเล หลังบ้านติดภูเขา แต่ตัวบ้านติดหนี้ธนาคารค่ะ 55555 (ขำดี)

ภาพนี้คงเป็นภาพสุดท้ายของบันทึกนี้แล้วล่ะค่ะ เป็นสนามบินเฮลิคอปเตอร์ค่ะ ในภาพมีเครื่องบินสองขนาดด้วยกัน ลำเล็กขนส่งผู้โดยสารได้สูงสุด 12 คนค่ะ ส่วนลำใหญ่ได้ 19 คนค่ะ

                 หลายๆคนที่ติดตามอ่านบันทึกของดิฉันขอมาว่าให้ลงรูปเยอะๆ หน่อย บันทึกนี้คงจะเยอะพอนะคะ ช่วงนี้สภาพอากาศไม่ดีทั้งบนบกและในทะเล การเดินทางก็ไม่สะดวกไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม อย่างไรก็ดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ ไว้เจอกันบันทึกต่อไปค่ะ