รถชีวภาพนั้นไม่กลัวแดดไม่กลัวฝนแต่แพ้ลมแรงครับ

 สัปดาห์นี้ลมพัดแรงมากครับ  สังเกตุได้จากใบไม้+เศษกิ่งไม้ที่ปลิวบนถนน และต้นไม้ข้างทางที่ไหวเอนตามลม ซึ่งตามตารางการสังเกตุของหน่วยพยากรณ์อากาศก็น่าจะเป็นระดับลมเฉื่อยสดครับผม  แถมตอนเช้าทุกวันยังเป็นการพัดสวนทางกับผมตรงๆด้วย ทำให้ความเร็วของรถชีวภาพลดลงไปประมาณครึ่งหนึ่ง คือจาก18-20กม./ชม.ก็เหลือเพียง10-12กม./ชม. ---และแล้วในวันพุธที่4พ.ย.ผมก็ถูกคุณลุงคนหนึ่งขี่จักรยานแซงไปอย่างสบายๆ(คุณลุงคนนี้ผมเคยขับรถชีวภาพแซงแกมาตลอด) หันไปดูมาตรวัดความเร็วก็เห็นว่าตอนนั้นเหลือ8กม./ชม.เท่านั้นเองครับ -- นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนให้ผมหันกลับไปใช้เสือภูเขาจนกว่าลมจะเบาลงครับ ซึ่งพบว่าแรงต้านของลมสร้างปัญหาให้เสือฯน้อยกว่ารถชีวภาพครับ เสือภูเขายังทำความเร็วได้ไม่ต่างกันมาก ระหว่างการขี่ต้านลมกับตามลม(24-28กม./ชม.ในขาไป, 27-32กม./ชม.ในขากลัีบ) ตรงข้ามกับในหน้าฝนที่รถชีวภาพเคยแซงมอเตอร์ไซค์ทุกคันตอนฝนตกหนักมาแล้วนะครับ สรุปว่ารถชีวภาพนั้นไม่กลัวแดดไม่กลัวฝนแต่แพ้ลมแรงครับ  

ของแถมครับ ตารางการสังเกตุของหน่วยพยากรณ์อากาศ                       

ปรากฏการณ์ ชื่อลม ความเร็วลม(กม./ชม.)
ควันลอยตั้ง ลมสงบ 0/2
ควันเริ่มเฉียง อากาศอ่อน 2-6
เริ่มรู้สึกลมพัดใบหน้า ลมเฉื่อยอ่อน 7-11
ใบไม้ไหว ธงเบาเริ่มพลิ้ว ลมเฉื่อยเบา 12-19
กระดาษเริ่มปลิว ลมเฉื่อยกลาง 20-29
ต้นไม้เล็กเริ่มไหว ลมเฉื่อยสด 30-39