เช้าวันอังคารที่ 23 พ.ค. 2549 (06.30 น.)

    "น้ำท่วมบ้านพี่แล้ว พี่จะเอารถไปฝากที่บ้านน้องนะ"

 

 

    เสียงโทรศัพท์นั้นมาจากเพื่อนอาจารย์ท่านหนึ่งที่บ้านอยู่ในตัวเมืองอุตรดิตถ์ น้ำกำลังท่วมตัวเมืองอุตรดิตถ์ เท่านั้นยังตกใจไม่พอนะครับ

    พอเดินออกมาหน้าบ้าน ทุกคนต่างโกลาหล คำแรกที่ได้ยิน

    "เขื่อนแตกแล้ว เขื่อนสิริกิตต์แตก"

       พวกเราชาวอุตรดิตถ์ ถูกปลูกฝังจากนิทาน เรื่องเล่า และวัฒนธรรมชุมชน ในการเป็นประชาชนในจังหวัดที่เชื่อว่าเราปลอดภัยจากอุทกภัย เพราะ "เรามีเขื่อน" มีสาเหตุเดียวที่จะทำให้น้ำท่วมอุตรดิตถ์ได้ ก็คือ "เขื่อนแตก"

       ไม่ได้เป็นการพูดเกินความจริง พวกเราส่วนใหญ่เคยพูดเคยคุยเรื่องน้ำท่วมและได้รับข่าวสารจากสื่อต่างๆ ของประเทศมากมาย เชื่อว่าเมื่อน้ำท่วมจังหวัดไหน สามารถแก้ไขได้ด้วยเขื่อน จังหวัดเรามีเขื่อนปลอดภัย

        ช่วงสามถึงสี่เดือนก่อน มีข่าวกระพือออกมาจากสื่อโทรทัศน์เรื่องแผ่นดินไหวและจะส่งผลกระทบต่อเขื่อน ถ้าเกิดร่องแยกใต้เขื่อนจะทำให้เขื่อนแตกได้

    ใครจะคิดบ้างล่ะ ว่าน้ำวันนั้น จะเป็นน้ำป่า

 

    ก่อนหน้านั้น ฝนตกในจังหวัดเรามาหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ พวกเราแทบไม่ได้เห็นแสงแดด แต่เราก็ไม่รู้สึกสะทกสะท้ายอะไร เพราะจังหวัดเราไม่เคยประสบกับอุทกภัยร้ายแรง มีแต่คราวปี 38 แม่น้ำน่านล้นเอ่อขึ้นมาท่วมในตัวเมืองเล็กน้อย

    เราเลยเชื่อว่า "จังหวัดเราปลอดภัยจากเรื่องน้ำ" 

    การป้องกันภัย การเตือนภัยต่าง ๆ อาจถูกละเลย ถึงเตือนพวกเราก็ไม่เชื่อ เพราะสิ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับเรา

    สิ่งนี้แหละ ปัญหาสำคัญ ปัญหาพฤติกรรมทางด้านความคิดของคนไทย

   "ข่าวลือ"

   "ไม่เชื่อ เพราะไม่เคยเกิด"

   ในฐานะที่เวปไซต์นี้ เป็นที่รวมของนักวิชาการจากทั่วสารทิศในประเทศและต่างประเทศ

   ผมขอเชิญชวนมาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อป้องกัน (แบบง่าย ๆ) ที่เหมาะสมกับบริบทไทย กับความเชื่อและอุปนิสัยของคนไทย เพื่อที่จะป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตครับ

 

ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ

คนอุตรดิตถ์