พิธีทอดกฐินประจำปี 2552 ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552

          กฐินมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปีนี้ กำหนดทอดในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552  โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี นายกสภาหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีทอด ณ วัดฝายหิน ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รองผู้ว่าฯ (นายชูชาติ  กีฬาแปง)ตลอดจนกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะผู้บริหาร คณะกรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน สำนัก กอง ประธานสภาพนักงานมหาวิทยาลัย นายกสโมสรข้าราชการ นายกสโมสรนักศึกษา ประธานสภานักศึกษา นักศึกษา และคณะศรัทธาวัดฝายหินร่วมพิธี 

          ประเพณีทอดกฐินนี้เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณกาลเพราะเป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนถือว่าเมื่อได้ทอดกฐิน แล้วจะเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ เป็นผลบุญทั้งในชาตินี้และชาติหน้า "กฐิน" แปลว่า กรอบไม้สำหรับขึงเย็บผ้าจีวรของพระภิกษุสงฆ์  เรียกว่า  "สดึง"เพราะในสมัยโบราณไม่มีจักรเย็บผ้าจึงต้องอาศัยสะดึง เมื่อสำเร็จเป็นผ้ากฐินแล้วจึงได้นำไปทอดแก่พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ตลอด 3 เดือนเรียกว่า "ทอดกฐิน"การทอดกฐิน  ก็คือการนำผ้ากฐินไปไว้ต่อหน้าสงฆ์ซึ่งมีจำนวนอย่างน้อย 5 รูป โดยมิได้เจาะจงว่าจะถวายภิกษุรูปใด พร้อมกับกล่าวคำถวายกฐินเมื่อจบคำถวายแล้วพระสงฆ์จะรับพร้อมกันว่า "สาธุ" แล้วผู้เป็นเจ้าภาพหรือเป็นประธานในการทอดกฐินนั้นก็เข้าไปเอาผ้าไตรกฐินประเคนภิกษุรูปใดรูปหนึ่งก็ได้หรือจะไม่ประเคนเอาไปวางไว้เฉยๆ ก็ได้แล้วต่อจากนั้นก็ จัดการถวายเครื่องบริขารต่างๆ ตามที่ได้เตรียมมาต่อจากนั้นพระสงฆ์ก็จะได้จัดการมอบผ้าไตรกฐินนั้นให้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ที่ลงความเห็นแล้วว่าเป็นผู้สมควรจะได้รับผ้านั้นเมื่อท่านทำพิธีกรานกฐินเสร็จแล้ว ท่านก็จะได้อนุโมทนาต่อไป

          ประเพณีการทอดกฐินอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า "จุลกฐิน" ซึ่งถือกันว่าได้รับอานิสงส์มากเช่นเดียวกันวิธีทอดต้องไปเก็บเอาฝ้ายมาปั่นเป็นด้ายแล้วทอให้เป็นผืนผ้ากฐินให้เสร็จ  ในวันเดียวกัน   แต่การทอดจุลกฐินต้องช่วยกันหลายคน จึงแล้วเสร็จในวันเดียว และต้องให้ทันกับเวลาอีกด้วย

         ระยะเวลาในการทอดกฐินมีกำหนดตั้งแต่ แรม 1ค่ำ เดือน11 ไปจนถึงกลางเดือน12 มีกำหนด 1 เดือนภายหลังจาก ออกพรรษาแล้วจะทอดก่อนหรือหลังที่กำหนดนี้ไม่ได้

          ในส่วนของสำนักหอสมุด ปีนี้มีบุคลากรร่วมแรงร่วมใจเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างล้นหลาม เป็นที่น่าชื่นชม ทั้ง ๆ ที่เป็นวันหยุดราชการ  ทั้งนี้เพราะได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการเข้าร่วมกิจกรรม  โดยการรับสมัครบุคลากรที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมโดยความสมัครใจ แทนที่จะมีคำสั่งลงมา  วิธีการนี้นับว่าได้ผล และผู้เกี่ยวข้องจะนำไปใช้ในกิจกรรมอื่น ๆ อีกต่อไป