เป็นการอุดหนุนหนังสือไทย แบบประหยัดเศรษฐกิจในกระเป๋าด้วย

    ช่วงสัปดาห์หนังสือ NU book Fair ๓-๗ พฤศจิกายนนี้ ผมไปวนเวียนแถวร้านหนังสือลดราคา มีหนังสือให้เลือกมากมาย ส่วนมากลดราคา ๑๕-๒๐ % แต่บางร้านก็ลดถึง ๕๐ %

   แต่มีอยู่ ๒ ร้านที่ขายหนังสือเล่มละ ๕๐ บาท เป็นหนังสือเก่ามือสอง-มือสาม คุณภาพก็สมราคา ถ้าเรามีเวลาไปเลือกซื้อหา ก็อาจได้หนังสือดีที่ถูกใจเราและราคาไม่สูงจนเกินเศรษฐกิจในกระเป๋า

    กลยุทธ์ตึ๋งหนืดคือ ไม่ซื้อหนังสือตอนพิมพ์ใหม่ รอให้เวลาผ่านไปให้เก่าหน่อย แล้วราคาลดลงมาให้พอซื้อหามาอ่านได้หลายเล่ม ได้ความรู้เหมือนกัน เป็นการอุดหนุนหนังสือไทย แบบประหยัดเศรษฐกิจในกระเป๋าด้วย

   ลองมาชมกันว่า ด้วยงบประมาณเล่มละ ๕๐ บาท ผมได้หนังสืออะไรมาบ้าง

  1. หนังสือ "Thailand" ภาคภาษาอังกฤษ ใหม่เอี่ยม พิมพ์เมื่อปี ๑๙๘๙  ๒๐ ปีมาแล้ว..อิอิ พิมพ์ด้วยกระดาษมัน เก็บได้นาน เล่มใหญ่หนา ๑๓๐ หน้า แค่ภาพต่างๆ ในเล่มก็คุ้มค่าแล้วในความคิดของผม
  2. หนังสือ "ไปนอก" สอนภาษาอังกฤษ ของ สอ เสถบุตร ๓ เล่ม เป็น Pocket book แต่ละเล่มหนาประมาณ ๓๙๐ หน้า ราคาขาย ๑๖๙ บาท พิมพ์เมื่อ ๒๕๓๗ ๑๕ ปี มาแล้ว ชุดนี้ ๓ เล่ม ต้องจ่าย ๑๕๐ บาท แค่อ่านประวัติย่อของสอ เสถบุตร ก็คุ้มค่าแล้ว ทราบว่าท่านเรียนจบทางด้าน B.Sc ธรณีวิทยา จากอังกฤษ เป็นคนแรกของประเทศไทย
  3. หนังสือ "บิล เกตส์" เป็นชีวประวัติ หนังสือหนา ๔๓๐ กว่าหน้า ราคาเต็ม ๓๕๐ บาท หาซื้อได้ ๕๐ บาท
  4. หนังสือพงศาวดารจีน "ไคเภ็ก" และ "บูเช็กเทียน" ราคาปก ๒๕๐ บาท และ ๑๘๕ บาท สภาพหนังสือ ๗๐-๘๐% หนังสือหนา ๒๔๐-๒๗๐ หน้า ซื้อได้ในราคา ๕๐ บาท
  5. หนังสือ ชีวิตและงาน ของยาขอบ เขียนโดย ส.พลายน้อย พิมพ์ครั้งที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๔๗ หนังสือหนา๒๕๐ หน้า ราคา ๑๔๕ บาท ซื้อได้ในราคา ๕๐ บาท

    สรุปว่า ได้หนังสือมา ๘ เล่ม ราคารวม ๔๐๐ บาท พอสมควรกับตึ๋งหนืด ถ้าใช้ซื้อหาอาหารรับประทานก็อยู่ได้ ๗ วัน แต่ถือว่าเป็นอาหารสมอง คงทำให้ได้เรียนรู้ไปอีกไม่ต่ำกว่า ๑ เดือนเป็นแน่กว่าจะอ่านจบทุกเล่ม

   หมายเหตุ หนังสือดี ราคา ๔ เล่ม ๑๐๐ บาทก็มีเหมือนกัน ความหนาอยู่ประมาณ ๑๒๐-๑๔๐ หน้า เป็นหนังสือใหม่ ส่วนมาเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ หนังสือเหล่านี้ผมเคยทราบว่า ต้นทุนการพิมพ์ ๒,๐๐๐ ฉบับขึ้นไป ตกเล่มละประมาณ ๑๐ บาทเท่านั้น

beeman by Apinya

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
神奇的蜂爷
  
(shen2  qi2  de1  feng1  ye2)