เค้าเชื่อกันว่าถ้าเดินรอบพระธาตุหลวง 1 รอบ ถ้ายังโสด จะเจอเนื้อคู่เร็วๆ นี้...
สัปดาห์ก่อนข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนประเทศลาวบ้านพี่เมืองน้องของเรา กลับมาได้สักสองสามวันแล้ว แต่มีภารกิจทำให้ต้องเดินทางต่อไป กทม.ต่อ  เพิ่งจะมีเวลาว่างเขียนบันทึก...จึงขอบันทึกเรื่องราวการเดินทางเก็บไว้สักหน่อย  ต้องรีบบันทึกแล้ว เดี๋ยวลืมหมด ข้าพเจ้ายิ่งเป็นคนที่ความจำไม่ค่อยดีเสียด้วยสิ  555
 
การไปประเทศลาวครั้งนี้ไปกับทัวร์ (เวียงจันทน์-วังเวียง-หลวงพระบาง) มีสมาชิกทัวร์ทั้งหมด 12 คน  เดินทางออกจากยโสธรก็ประมาณเที่ยงคืน เดินทางไปยังหนองคายโดยรถตู้ กว่าจะถึงที่โน่นก็สว่างพอดี หลังจากทำธุระส่วนตัวและรับประทานอาหารเช้าเสร็จก็ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวที่หนองคายไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ เราได้ไกด์สาวชาวลาวชื่อไพเราะว่า “ลักษมี” หรือมีชื่อเล่นว่า “น้องหมี” เป็นผู้นำเที่ยว

 บรรยากาศยามเช้าที่หนองคาย...

 
 
สถานที่แรกที่สำหรับการท่องเที่ยวครั้งนี้ คือการไปไหว้พระวัดสีเมือง  ที่วัดนี้เค้านิยมมาบนขอลูก ขอโชคกัน แต่ห้ามขอเรื่องเกี่ยวกับความรัก ตอนกลับออกจากวัดแล้ว ด้วยความสงสัยจึงถามน้องหมีว่า ทำไมจึงขอเรื่องเกี่ยวกับความรักไม่ได้ น้องหมี เล่าให้ฟังว่า มีตำนานดั้งเดิมตอนที่สร้างวัดว่า นางสีเป็นสาวลาวที่ตั้งครรภ์ได้สองเดือน มาส่องดูเสาหลักเมือง แล้วก็เดินวนรอบเสาหลักเมืองสามรอบ รอบที่สามก็กระโดดลงไปไหนหลุมที่เค้าฝังเสาหลักเมืองเสียชีวิต คล้ายๆ กับว่าเป็นการบูชายัญ วันพระชาวบ้านแถวนั้นก็จะเห็นผู้หญิงขี่ม้าขาววิ่งรอบเมือง คอยปกปักษ์รักษา ที่เค้าห้ามขอเรื่องความรักเพราะเชื่อว่าเป็นผู้หญิงคนเดียว ไม่ได้เป็นคู่ ถ้าขอเรื่องความรักจะไม่ประสบผลสำเร็จ จึงขอเฉพาะเรื่องโชคลาภ และขอลูก
 ที่บริเวณวัด ข้าพเจ้าสังเกตเห็นเขาตากอะไรบางอย่าง ถามไกด์ดูได้ความว่าเป็นดอกปีบ ตากไว้ให้แห้งเพื่อชงดื่มเหมือนชา...อืม ชาดอกปีบน่าจะหอมดีทีเดียว สงสัยกลับมาเมืองไทยต้องทดลองทำดูบ้าง
 
 

ดอกไม้ธูปเทียนและต้นผึ้งบูชาพระ...และชาดอกปีบ

 

 นกยืนเกาะที่วัด นิ่งมากๆ จนคิดว่าเป็นรูปปั้น

 

หลังจากไว้พระวัดสีเมืองแล้วก็นั่งรถมินิบัสไปชมพระธาตุหลวงหรือพระเจดีย์โลกะจุฬามณี ซึ่งถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของประเทศลาว สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์พระองค์แรก และในสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ใน พ.ศ.2109 ในช่วงที่ย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางมายังเวียงจันทน์ พระองค์ได้สร้างพระธาตุองค์ใหม่ ครอบพระธาตุองค์เก่า ภายในพระธาตุหลวงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่นำมาจากอินเดีย ซึ่งส่วนหนึ่งบรรจุไว้ที่พระธาตุพนม พระธาตุหลวงจึงได้ชื่อว่าเป็นพระธาตุพี่น้องกับพระธาตุพนม พระธาตุหลวงมีสี่ด้าน กว้างด้านละ 69 เมตร สูง 45 เมตร รอบๆ พระธาตุใหญ่ จะมีพระธาตุองค์เล็กๆ 30 องค์ล้อมรอบ  ภายในหล่อทองคำเป็นองค์พระธาตุเล็กๆ หนัก 4 บาท และได้ใช้ทองคำทำเป็นใบลาน (ลานคำ)จารึกคำสอนของพระพุทธเจ้าบรรจุไว้ในพระธาตุแต่ละองค์ การที่มีองค์พระธาตุเล็กๆ 30 องค์ หมายถึงบารมีของพระพุทธเจ้า  นั่นคือ “ผู้ที่จะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จะต้องได้สร้างคุณงามความดีไว้ให้ถึง 30 ประการ มีทานบารมี เป็นต้น จนถึงอุเบกขา ปรมัตถบารมีเป็นปริโยสาน"
 
 
 
ก่อนที่พวกเราจะเข้าไปกราบพระธาตุหลวง คุณไกด์บอกว่า เค้าเชื่อกันว่าถ้าเดินรอบพระธาตุหลวง 1 รอบ ถ้ายังโสด จะเจอเนื้อคู่เร็วๆ นี้ ส่วนถ้าใครที่เดินรอบพระธาตุหลวงครบสี่รอบ....ต้องได้ดมยาดม 555
หากเดินเข้าประตูพระธาตุหลวง ทางด้านซ้ายมือของพระธาตุ จะเป็นโบสถ์วัดธาตุหลวงเหนือ ส่วนทางด้านขวา จะเป็นวัดธาตุหลวงใต้ เอาไว้ประกอบพิธีกรรมและเป็นที่อยู่อาศัยของภิกษุสามเณร น่าเสียดายที่ตอนไปเลยเวลาที่เค้าเปิดให้ชมภายในโบสถ์ จึงได้แต่เดินดูสถาปัตยกรรมรอบๆ
 

  วัดพระธาตุหลวงเหนือ

 

 
บรรยากาศรอบๆ พระธาตุหลวงช่วงนี้คึกคัก เนื่องจากชาวลาวเตรียมงานประเพณีนมัสการพระธาตุหลวง ซึ่งจัดอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี มีการจัดร้านขายของมากมาย...น้องหมีบอกว่า ในวันงานประเพณีผู้หญิงต้องนุ่งซิ่นเข้าไปนมัสการพระธาตุหลวงเท่านั้น จะนุ่งกางเกงเข้าไปไม่ได้
       
 
 
ออกจากพระธาตุหลวง นั่งรถผ่านประตูชัย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของนครหลวงเวียงจันทน์ ประตูชัยนี้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวที่เสียชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรค์คอมมิวนิสต์ ตั้งอยู่สุดถนนล้านช้าง เป็นศิลปะฝรั่งเศส ผสมผสานกับศิลปะล้านช้าง  ประตูชัยมีความสูงประมาณตึก 7 ชั้น ซึ่งที่ลาวเค้าจะมีกฎหมายห้ามสร้างตึกสูงเกินกว่าความสูงของประตูชัย จึงไม่พบอาคารซึ่งมีความสูงเกินเจ็ดชั้น ในนครหลวงเวียงจันทน์แห่งนี้ จากประตูชัยขับผ่านถนนล้านช้าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของธนาคารมากมาย (น่าจะเรียกว่าถนนสายธนาคารมากกว่า)  ตัวอาคารของธนาคารต่างๆ นั้น สร้างขึ้นลักษณะคล้ายๆ กับตึกยุโรปโบราณ น้องหมีบอกว่า ถนนสายนี้จำลองมาจากชองป์เซลีเซ่ (Champs-Elysées) แห่งมหานครปารีส ในฝรั่งเศส ถ้ามองจากถนนมาเห็นประตูชัยก็ดูคล้ายๆ นะ แต่ในความเห็นของข้าพเจ้าแหล่งช้อปปิ้งและผู้คนที่ชองป์เซลิเซ่นั้นเยอะกว่ามาก....บรรยากาศชองป์เซลิเซ่แห่งนครเวียงจันทน์น่าเดินเล่นกว่าเยอะ (ตามประสาคนจนไม่ค่อยมีเงินช้อปของแบรนด์เนม เลยชอบทำตัวเป็นพวก window shopping คือเดินดูเฉยๆ มากกว่า)
 
 
 
To be continue......