ความสำเร็จในวันนี้มีจุดเริ่มมาจากความรักและกำลังใจจากครอบครัวที่ร่วมฟันฝ่าอุปสรรคมาด้วยกัน

 

 

 

 

 

 

“ ความรักเริ่มที่การให้ ความสำเร็จเริ่มที่การต่อสู้”

 

 

   หมอบอกว่าโอกาสรอด ๕๐ : ๕๐ ! ตั้งแต่เกิด ก็เลยทำใจ ทำไป ทำมา ๒๐กว่าปีแล้ว

 

                          

   

   นี่คือประโยคที่ใครๆ ที่รู้จัก “หมูอ้วน” คงเคยได้ยินพ่อเม่น และแม่ต๋อย หยิกแกมหยอกหมูอ้วนอยู่บ่อยครั้ง ดูเหมือนวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับครอบครัว “วิสารทนันท์” ทุกย่างก้าวของชีวิตเป็นก้าวที่ช้าๆ อย่างมั่นคง ที่สำคัญยิ่งคือทุกคนก้าวไปพร้อมกัน แม้ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น

 

    ๒๐ ปีของมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ หมูอ้วนและครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ และเป็นส่วนสำคัญที่ยืนยันถึงปรัชญาความเชื่อของการทำงานที่ว่า “ครอบครัวเป็นฐานของการสร้างพลังในการฟื้นฟูเด็กพิการ”

 

  พ่อเม่น แม่ต๋อยพาหมูอ้วนตัวน้อย ไปรับการรักษาฟื้นฟูตามที่แพทย์แนะนำอย่างไม่ย่นย่อต่อระยะทางและความเหนื่อยยาก

 

                    

 

     การฟื้นฟูสมรรถภาพของหมูอ้วนมาถึงมือของมูลนิธิเพื่อเด็กพิการในขณะที่ยังเป็นโครงการเล็กๆ ในโรงพยาบาลเลิดสิน และย้ายตามกันมาเรื่อยๆ

 

      การเลี้ยงลูกเล็กวัยไล่เลี่ยกัน ๓ คน สำหรับครอบครัวข้าราชการทหารชั้นผู้น้อย เป็นภาระที่ทรหดพอสมควร แม่ก็ไม่สามารถจะไปทำงานเพื่อช่วยพ่อหารายได้ แต่ต้องช่วยรัดเข็มขัด จำกัดรายจ่ายเพื่อให้ครอบครัวอยู่ได้ กว่าที่หมูอ้วนพร้อมจะเข้าเรียน พ่อแม่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานาประการ คงไม่ต้องพูดถึงว่าการฝึกกายภาพแต่ละวันลำบากอย่างไร การฝึกพูดแต่ละคำเพื่อให้สื่อสารกับคนอื่นได้ยากแค่ไหนสำหรับหมูอ้วนและพ่อแม่ หรือการพาหมูอ้วนออกไปไหนต่อไหนจะต้องเผชิญสายตาอย่างไร

 

     พ่อเม่น แม่ต๋อยพาหมูอ้วนและพี่น้องผ่านวันเวลาเหล่านั้นมาได้ด้วยน้ำตา รอยยิ้ม ด้วยความรัก และได้แปรเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้เป็นพลังให้ครอบครัวก้าวต่อไป

 

       น.ส.ถนิมพัสตร์ วิสารทนันท์ หรือ “หมูอ้วน” นักกีฬาผู้พิการประเภทบ็อคเชียเจ้าของรางวัลเหรียญทอง ผู้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศมามากมาย เป็นอีกตัวอย่างของผู้มีหัวใจไม่แพ้ เธอบอกว่า ความสำเร็จในวันนี้มีจุดเริ่มมาจากความรักและกำลังใจจากครอบครัวที่ร่วมฟันฝ่าอุปสรรคมาด้วยกัน

 

 

                  

 

     เรื่องราวการต่อสู้ของหมูอ้วนเริ่มตั้งแต่แรกเกิด เพราะเมื่อลืมตาดูโลกก็มีอาการสมองพิการ (Celebral Palsy) เนื่องจากขาดออกซิเจนไปชั่วขณะหนึ่ง และต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ตลอด ด้วยการทำกายภาพบำบัด ซึ่งเป็นความยากลำบากของคุณพ่อและคุณแม่เพราะบ้านอยู่ไกลจากโรงพยาบาลมาก ทุกๆ ๑๕ วันคุณพ่อคุณแม่ต้องพาลูกขึ้นรถประจำทางไปโรงพยาบาล

 

     ต่อมาคุณพ่อได้รับการฝึกฝนจากโรงพยาบาลเพื่อกลับไปทำกายภาพบำบัดให้ลูกเองที่บ้าน จนกระทั่งวันหนึ่งพบว่าที่โรงพยาบาลเลิศสินมีศูนย์ฟื้นฟูเด็กพิการ (มูลนิธิเพื่อเด็กพิการในปัจจุบัน) เข้ามาทำงาน จึงได้ย้ายน้องหมูอ้วนมาฟื้นฟูสมรรถภาพที่นี่

      การรักษาช่วงแรก ๆ ต้องคอยกระตุ้นการดูดนม การกลืน ตลอดจนฝึกให้เคี้ยว แบมือ ชันคอ เพราะเธอมีอาการเกร็งทั้งลำตัวซีกซ้าย ซึ่งต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตามคุณพ่อและคุณแม่ก็ไม่ย่อท้อ เทียวรับ–ส่งลูกไปโรงพยาบาลตลอดระยะเวลาหลายปี

 

      การรักษาและฟื้นฟูได้ผลขึ้น เพราะพ่อเม่น แม่ต๋อยคิดประดิษฐ์สิ่งอำนวยความสะดวกให้ลูก ทำม้าหมุนให้ลูกเกาะ ฝึกเดิน ทำเป็นกระแตบ้าง ราวเกาะเดินบ้าง และอุปกรณ์อีกจำนวนมากที่จะช่วยฝึกลูก กระทั่งหมูอ้วนเริ่มเปล่งเสียงได้ตอนอายุ ๔-๕ ปี มีพัฒนาการดีขึ้นจนนั่งได้เอง ช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวันได้ จึงเข้าเรียนเมื่ออายุ ๗ ขวบ ตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนศรีสังวาลย์

 

    ช่วงนี้หมูอ้วนได้รับการผ่าตัดให้เดินได้ และรับการฟื้นฟูสมรรถภาพต่อที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ จบมัธยมศึกษาตอนปลายของ กศน. แล้วจึงเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ในคณะครุศาสตร์ เอกการศึกษาพิเศษ โดยได้รับทุนจากโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์ของมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ จนจบหลักสูตรในปี พ.ศ.๒๕๔๘

 

          

 

     สำหรับเส้นทางนักกีฬา หมูอ้วนเริ่มเข้าวงการสมัยเรียนอยู่โรงเรียนศรีสังวาลย์ เป็นนักกีฬาบ๊อคเชีย ประเภทเครื่องช่วยราง ระดับ BC 3 (แขนที่ไม่มีกำลัง มีอาการเกร็ง)

 

   -- ในปี ๒๕๔๑ ได้เป็นตัวแทนนักกีฬาของโรงเรียนศรีสังวาลย์ จ.นนทบุรี แข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติครั้งที่ ๒๐ จ.ศรีสะเกษ ได้ ๒ เหรียญทองแดง

   -- ปี ๒๕๔๔ ได้รับ ๑ เหรียญทองแดง และ ๑ เหรียญทอง จากการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติครั้งที่ ๒๒กรุงเทพฯ

   -- ปี ๒๕๔๖ เป็นตัวแทนนักกีฬาของมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต แข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติครั้งที่ ๒๓ จ.เชียงใหม่ ได้รับ ๑ เหรียญทองแดง ๑ เหรียญเงิน และได้รับรางวัลนักกีฬาพิการหญิงดีเด่นประจำปี

   --ปี ๒๕๔๘ แข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติครั้งที่ ๒๔ จ.ราชบุรี ได้รับ ๑ เหรียญทอง

 

   “คุณพ่อเป็นผู้ทำรางไม้ให้เอง และเป็นทั้งพี่เลี้ยงและโค้ชคอยช่วยจับรางให้ การฝึก จับลูกหนังทำให้หมูอ้วนได้ฝึกกล้ามเนื้อมือไปด้วย คุณพ่อในฐานะที่เป็นโค้ชบอกว่าการศึกษาจะช่วยนักกีฬาในเรื่องไหวพริบ สติและการตัดสินใจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หมูอ้วนประสบผลสำเร็จทางด้านกีฬา”

 

    ไม่เพียงรางวัลแห่งความสำเร็จในระดับประเทศ หมูอ้วนยังตั้งใจฝึกซ้อม โดยมีคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้อยู่เคียงข้างและให้กำลังใจตลอดเวลา จนเธอสามารถคว้ารางวัลในระดับนานาชาติได้อีกมากมาย อาทิ ..

 

            

 

   --ปี ๒๕๔๒ ได้รับ เหรียญทอง กีฬาบ๊อคเชีย เฟสปิกเกมส์ ครั้งที่ ๗ กรุงเทพมหานคร และได้รับเครื่องราช ชั้นที่ ๖ เหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์

  --ในปี ๒๕๔๕ ได้รับ ๒ เหรียญเงิน เฟสปิกเกมส์ ครั้งที่ ๘ ณ. เมืองปูซาน ประเทศเกาหลี

  -- ปี ๒๕๔๘ ได้รับ ๒ เหรียญเงิน  First Asia & Southpacific Boccia Championships ณ. เมือง Kuala Lumpur ประเทศ Malaysia

  --ปี ๒๕๔๙ ได้รับ ๑ เหรียญเงิน ๑ เหรียญทองแดง เฟสปิกเกมส์ ครั้งที่ ๙ ณ. เมือง Kuala Lumpur ประเทศ Malaysia

 

  -- ปี ๒๕๕๐ได้รับ ๑ เหรียญเงิน จากการเข้าร่วมกีฬา Boccia World Championship 2007 ประเทศแคนาดา

 

  -- ปี ๒๕๕๑ ได้รับ ๑ เหรียญทอง และ ๑ เหรียญทองแดง จากการเข้าร่วมกีฬา Boccia อาเซียนพาราเกม ครั้งที่ ๔ประเทศไทย และได้รับ ๒ เหรียญทอง จากการเข้าร่วมกีฬา Boccia สิงคโปร์โอเพ่น ครั้งที่ ๒ ประเทศ สิงคโปร์

 

   จากพลังของความรักที่มีต่อกันในครอบครัว นอกจากทำให้ผู้พิการอย่างหมูอ้วนต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคต่างๆ ได้แล้ว ยังทำให้เธอได้ประกาศศักดิ์ศรี และเก็บดวงดาวมาประดับไว้ในใจพ่อแม่ได้สำเร็จ

 

        ปัจจุบัน หมูอ้วนทำงานที่โรงเรียนศรีสังวาล เชียงใหม่ และเป็นนักกีฬา บ๊อคเชีย ทีมชาติไทย

 

     “เบื้องหลังความสำเร็จก็มาจากครอบครัว พ่อกับแม่ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ ที่คอยให้ความรัก กำลังใจและคอยสนับสนุนมาตลอด

 

    อยากให้ผู้พิการท่านอื่นสู้เหมือนเรา เชื่อว่าสักวันคุณต้องทำได้ และได้ทำในสิ่งที่รักเช่นเดียวกับคนปกติแน่นอน”

 

      

 

มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ

ถนิมพัสตร์ วิสารทนันท์ “หมูอ้วน” นักกีฬาบ็อคเชียทีมชาติไทย

หมูอ้วน มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ/โซน 10

ที่มา: "หนังสือร้อยพลังเยาวชน..พลังสังคม..ร่วมสร้างประเทศไทยด้วยการให้" ของโครงการมหกรรมพลังเยาวชน พลังสังคม ร่วมสร้างประเทศไทยด้วยการให้" ตุลาคม ๒๕๕๒