ผมเรียนรู้อีกอย่างหนึ่งว่า..เวลาเดินทางไปไหนนาน ๆ ถ้าอยากอ่านหนังสือเล่มไหนให้จบ...จงเอามันไปเล่มเดียว คุณจะอ่านมันแล้วอ่านมันอีกจนเข้าใจมันอย่างกระจ่าง...ดีกว่าเอาไปหลายเล่มแล้วอ่านผ่าน ๆ (หนักกระเป๋าด้วยครับ)

ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปดูงานปฐมภูมิที่ประเทศอังกฤษ...ช่วงที่ไปอยู่ที่นั่นพกหนังสือไปด้วย 1 เล่มครับ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วได้ข้อคิดดี ๆ มากมายในการทำงาน....โดยเฉพาะการเป็นแพทย์ที่ดี เขียนโดย Dr.Jerome Groopman  เป็น Chair of Medicine at the Harvard Medical School เขาเขียนบทความลงใน The New York Times and The Washington Post เกี่ยวกับการแพทย์ บทความได้ถูกเรียบเรียงเป็นหนังสือหลายเล่ม ผู้สนใจเข้าชมใน website ส่วนตัวของเขาได้ที่ http://www.jeromegroopman.com/

Dr.Jerome Groopman  

หนังสือเล่มนี้จากประสบการณที่ Dr.Groopman ประสบทั้งจากการสัมภาษณ์เพื่อนแพทย์....ผู้ป่วย..และประสบการณ์ตรงจากความเจ็บป่วยของตนเอง

เขียนเป็นเรื่องเล่าที่น่าสนใจ (narrative) และมี Dialoque การพูดคุยที่สวยงามหลายตอน และมีคำพูดกินใจผมหลายประโยคมากครับ เช่น

"Osler essentially said that if you listen to the patient,he is telling you the diagnosis"

"ออสเลอร์(ปรามาจารย์ทางการแพทย์ท่านหนึ่งของโลก) กล่าวว่าถ้าฟังคนไข้ เขาจะบอกคุณถึงการวินิจฉัย" 

"And once you remove yourself from the patient's story,you no longer are truly a doctor."

"และเมื่อคุณแยกตัวเองจาเรื่องราวของผู้ป่วย คุณจะมิได้เป็นแพทย์ที่แท้จริงอีกต่อไป"

หลังจากจบเรื่องมีการวิเคราะห์ความคิดของแพทย์และคนไข้ได้อย่างลึกซึ้ง

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่บอกถึง วิธีที่ทั้งแพทย์จะดูแลคนไข้อย่างไร และ คนไข้จะคุยกับแพทย์อย่างไรให้ราบรื่นและผลการรักษาที่ดีที่สุด มีศัพท์ทางการแพทย์ (clinical jagon) อยู่มากแต่ผู้เขียนก็อธิบายในวงเล็บไว้ตลอดทำให้ laypeople สามารถอ่านได้เข้าใจ

สำหรับแพทย์..หนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นแบบเรียน communcation skill ที่ดีมากเล่มหนึ่ง

สำหรับคนไข้..หนังสือเล่มนี้ช่วยให้คนไข้สามารถเข้าใจความคิดแพทย์ได้มาก

สำหรับผม...หลังสือเล่มนี้บอกว่า "ตลอดเวลาที่ทำงานต้องมีสติเท่าทันความคิดตัวเองเป็นอันดับแรก.ก่อนที่จะเข้าใจคนไข้ด้วยซ้ำ"

ผมเรียนรู้อีกอย่างหนึ่งว่า..เวลาเดินทางไปไหนนาน ๆ ถ้าอยากอ่านหนังสือเล่มไหนให้จบ...จงเอามันไปเล่มเดียว คุณจะอ่านมันแล้วอ่านมันอีกจนเข้าใจมันอย่างกระจ่าง...ดีกว่าเอาไปหลายเล่มแล้วอ่านผ่าน ๆ (หนักกระเป๋าด้วยครับ)

ตอนต่อไปจะเขียนเรื่องไปดูงานที่อังกฤษครับ