โปรแกรม วันที่ 30 กันยายน 2552 แน่นเอี๊ยด เช้ามีโปรแกรมซ้อนอยู่สามงาน งานแรกก็คือเรื่อง HNQA ที่ย้ายฐานการเรียนรู้ไปที่ร.พ.อ่าวลึก และ ร.พ.ปลายพระยา
งานที่สองคือ การไปร่วมแสดงมุทิตาจิต ส่งผู้ใหญ่ระดับจังหวัด คือ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกษียนอายุในปีนี้
งานที่สาม คือ การจัดงานมุทิตาจิตให้กับเหล่าพลพรรคที่เคยทำงานให้มายาวนานที่บ้างก็ถึง เวลาเกษียนอายุตามระบบราชการ บ้างก็จำหน่ายตัวเองออกจากระบบ ขอพักเหนื่อยด้วยการคืนเวลาให้กับชีวิต รวมแล้ว 13 ชีวิตด้วยกัน งานที่จัดมีทั้งรอบบ่ายและรอบกลางคืน

ทีแรกตั้งใจว่าจะไม่ไปด้วยในวันนี้ แต่แล้วตอนเช้าน้องโอ๋ผู้ประสานงานร.พ.ก็กริ๊งมา ฟังเสียงแล้วเดาใจว่า อยากให้ไปด้วย เอาก็เอาไม่ว่ากัน ไปก็ได้น้องไป ตอบไปว่า "งั้นแวะมารับที่หน้าบ้านก็แล้วกัน จะรออยู่"
ไปถึงร.พ.อ่าวลึก ปรากฎว่าทีมเราไปถึงก่อนอาจารย์ เข้าไปที่ห้องประชุม แล้วได้เห็นอะไรที่น่าสนใจมากมายเกี่ยวกับงานคุณภาพของที่นี่ เรียนรู้เรื่องราวของเขาไว้บ้าง แล้วจะนำมาบอกเล่ากันทีหน้าก็แล้วกันนะคะ
วันนี้ร.พ.อ่าวลึก ซึ่งมีน้องหมอไก่เป็นโต้โผใหญ่ทำหน้าที่เจ้าภาพได้อย่างดีเยี่ยม น้องไก่เธอมีพื้นฐานจบวิชาชีพพยาบาลก่อนมาเรียนต่อจนจบหมอค่ะ เป็นหมอคนเดียวของจังหวัดที่นับว่าก้าวต่อมาสู่วิชาชีพหมอที่ไม่เหมือนใคร
เจ้าภาพจัดเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ เป็นขนมตะโก้อร่อยๆ มีเครื่องดื่ม ชา กาแฟ โอวัลติน ตามแต่ท้องจะอยากกินไว้ให้เลือก หัวหน้าพยาบาลคนเก่ง น้องสายพิณเห็นหน้าก็เข้ามาทักทายคุยกัน

คุณน้องเขาเป็นสมาชิกคนตัวหวานและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังงานคุณภาพของที่ร.พ.แห่งนี้ บุคลิกเป็นแบบกระทิงเปลี่ยวผสมอินทรีย์เชียวนะ วิ่งกระโจนเข้าไปหาทันทีอะไรก็ได้ที่นอกกรอบ บอกมาเหอะ ใครไม่ทำ พิณทำเอง
ใช้เวลาเรียนรู้ที่นี่อยู่ครึ่งวัน กินอาหารกลางวันชมวิวไปด้วย คุยไปด้วย ก็ขอตัวจากอาจารย์กลับมาร.พ.กระบี่ ปรึกษาเรื่องที่น้องๆห่วง บทเรียนในภาคบ่ายที่ทีมร.พ.กระบี่ขาดไปจะทำยังไง อาจารย์บอกว่าไม่เป็นไร มีเติมให้ในครั้งต่อไป
ไม่ได้เล่าเรื่องสมาชิกกลุ่มว่า มีกติกาเฉพาะที่ไม่เหมือนยังไง โครงการนี้เขาทำงานโดยเลือกสนามฝึกมาจากงาน 4 งานเท่านั้นค่ะ งานทั้ง 4 มีโอพีดี อุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน ห้องคลอด และ ห้องผ่าตัด หัวหน้างานที่มาร่วมดำเนินการจึงมาจากงานเหล่านี้นี่เอง มาแล้วก็ให้จัดกลุ่ม ใครอยู่งานไหนก็ให้อยู่กลุ่มเดียวกันไปตลอดการดำเนินการ
การหมุนเปลี่ยนการทำงาน จากร.พ.ที่หนึ่งไปร.พ.ที่สองไปร.พ.ที่สามไปร.พ.ที่......จนจบกระบวนการตามโจทย์ที่ตั้ง นี่แหละที่ทำให้ความรู้มันหมุนเกลียวสูงเพิ่มขึ้นๆๆๆ
เข้าใจในฉับพลันว่า ทำไมอาจารย์จึงต้องเช็คว่ามีกี่ร.พ.มาร่วม ยิ่งมีร.พ.เข้ามาร่วมจำนวนมาก ยิ่งมีประโยชน์ในการหมุนเกลียวความรู้ ถ้ามีร.พ.เข้าร่วม แค่เพียง 2 ร.พ.ทั้งจังหวัดเห็นด้วยกับอาจารย์ที่ชวนให้เลิกเหอะ

วันนี้มีผอก.มาร่วมทำกิจกรรมจาก 2 ร.พ. น้องไก่นั้นหนึ่งแล้ว แถมมาด้วยน้องผอก.ปลายพระยาอีกหนึ่งแห่ง 2 ผอก.มีบทบาทในส่วนของพิธีกรรมบางอย่างที่ "ต้องมี"
น้องไก่ทำหน้าที่หลักในการเปิดเวทีและประกาศว่ายินดีที่มีกิจกรรมกันในตอนเช้าที่ร.พ.ของตน พร้อมด้วยกำหนดหัวข้อที่ต้องการให้ดำเนินการ หัวข้อที่เลือกคือค้าหาสิ่งส่งมอบที่อยู่ภายใต้โจทย์ที่มีชื่อว่า่"ความพร้อมของร.พ.ต่อการประเมินภาวะวิกฤต"
บทเรียนสอนใจ :
ร.พ.ในเขตชนบท มีอะไรๆที่สวยงามอยู่รอบตัวมากมาย ขอแต่มองให้เห็น ก็จะสามารถอยู่ทำงานได้อย่างมีความสุข
ในขณะที่ดูแลคนอื่นอยู่นั้น เราดูแลตัวเองเพียงพอหรือยังถามตัวเองซะหน่อยนะ
เวลาไม่ใช่อุปสรรคของการเรียนรู้ หากแต่ "ตัวเชื่อว่ารู้" ต่างหากที่เป็นอุปสรรคของการเรียน
มีคนร่วมเรียนจำนวนเยอะๆ
ใช้วิธีเรียนแบบใ้ห้แลกเปลี่ยน ให้ลองทำ แล้วนำมาชวนเฉลย
สามารถแลกเปลี่ยนความรู้ได้อย่างผ่อนคลาย สบายๆ
แต่เด้งผลให้ได้หลายเท่ากว่า การเรียนแบบให้คนหลายคน
นั่งฟังคนๆเดียวตลอดเวลา
สวัสดีคะพี่หมอเจ๊...ความสุขมีอยู่ทุกที่ค่ะ ทุก รพ. ทุกวินาที อิอิ มาสนับสนุนค่ะ
คิดถึงนะคะ