ตกลงว่าช่วงบ่ายได้ตามไปที่ร.พ.เหนือคลองด้วย ก็เลยได้โอกาสไปเยี่ยมชมร.พ.ชุมชนแห่งนี้ หลังจากไม่ได้เยี่ยมกรายไปเลยตั้งแต่ป๊ะป๋าได้รับการช่วยเหลือในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต
อืม มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะเชียว มีห้องประชุมสำหรับประชุมเจ้าหน้าที่ที่กระทัดรัด มีสำนักงานของกลุ่มการพยาบาลที่สงบสงัดดี
ด่านหน้าหรือก็ดูดี มีคนไข้มารอรับบริการอยู่พอสมควร เดินเข้าไปสักหน่อยก็สวนทางกับหมอเดย์ ผอก. ทราบว่ามีคนไข้ด่วนโทรมาปรึกษาเรื่องฉุกเฉิน
เดินเข้าไปพร้อมอาจารย์ที่ปรึกษาคนสำคัญ ระหว่างเดินกันไป อาจารย์ก็ชวนว่า "หมอๆ เราแวะที่ห้องนี้กันหน่อย"

แล้วเราก็เดินย้อนเข้ามาที่ห้องตรวจคนไข้ฉุกเฉิน น้องพยาบาลที่อยู่ประจำห้องตั้งตัวจะเดินมาต้อนรับ แต่อาจารย์บอกว่าทำอะไรก็ทำไปเถอะ แค่เข้ามาขอเดินชม
การเดินชมไม่มีอะไรหรอกค่ะ แต่มีอะไรที่ทำให้เอ๊ะ เอ๊ะ และ เอ๊ะมากมายเชียว เข้าไปในห้องแล้ว เราไปยืนอยู่ที่หน้าต่างบานเกล็ดด้านหนึ่งของห้อง หน้าต่างนี้ปิดตาย ตรงขอบหน้าต่างมีหูฟังของหมอเราแขวนอยู่หลายชุด
อาจารย์ชี้มือไปที่หูฟัง แล้วถามว่า "นี่อะไร เห็นอะไร ปกติไหม" โดนเอาคำถามนี้งงไปเลย นี่ก็เอ๊ะหนึ่ง
ฉันตอบนะคะตอบ แต่ตอบอะไรนี่ขอไม่เล่าแล้วกัน ขอเก็บไว้เป็นฟามลับส่วนตัวนะคะ นะคะ
ตอบแล้วอาจารย์ก็หมุนตัวไปที่อีกจุดหนึ่ง เป็นผนังอีกด้านหนึ่งของห้อง แล้วก็ชี้มือไปที่กระบอกใส่สบูล้างมือที่แขวนอยู่ที่ขอบอ่างน้ำที่มีอยู่แห่งเดียวในห้อง แล้วถามเหมือนเดิมเดี๊ยะเลย "นี่อะไร" "เห็นอะไร" "ปกติไหม"
ตอบแล้วก็ชี้ลงไปที่พื้นที่ยืนอยู่ ตรงนั้นใกล้ๆกับมุมตู้เก็บของที่อยู่ที่ผนังห้องอีกด้านหนึ่ง แล้วถามคำถามเดิม "นี่อะไร" "เห็นอะไร" "ปกติไหม"
จะบอกว่าไม่น่าเชื่อเลยนะ คำถามที่ถามซ้ำๆแค่นี้ ทำให้ฉันมองเห็นอะไรบางอย่างที่เป็นเจตนาในคำถามเลยนะนี่ และทำให้ได้คำตอบของ "เอ๊ะ" แรกที่เกิดขึ้น
หลังจากนั้นเราก็เดินมาที่ห้องประชุมซึ่งอยู่ชั้นบนของห้องให้บริการฉุกเฉินนั่นเอง ทุกคนมารออยู่แล้ว และพร้อมที่จะเรียนรู้แล้ว
ระหว่างที่หัวหน้างานทำแบบฝึกหัดกันไป กลุ่มผู้ประสานงานจากทุกร.พ.ก็ได้รับการเรียกหาจากพี่เลี้ยง มีการทำความเข้าใจในเรื่องของการวางแผนจัดลำดับเวลาให้ลงตัวร่วมกัน การจัดการที่จำเป็นจะต้องเกิดตามมาในปีงบประมาณหน้า ทำนองนั้น(ไม่ได้นั่งคุยด้วยตลอด)

พี่เลี้ยงอีกคนหนึ่ง เรียกหาหัวหน้ากลุ่มการพยาบาลจากทุกร.พ.เข้าไปคุยกันที่ห้องประชุมเล็ก คุยกันเพื่อบอกกล่าว ถึงบทบาทที่เกี่ยวข้อง เรื่องราวที่กำลังดำเนินไป และจังหวะของการเชื่อมต่อ ที่ต้องการบทของหัวหน้ากลุ่มการฯในการลงมือ
เรียนรู้กันสักพัก ไม่รู้ตัวกันเลยว่าเวลาล่วงเลยไปมากมาย ห้าโมงเย็นเลยแล้ว การประชุมจึงจำเป็นต้องยุิติลง
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันกลับ เอาละซีมีปัญหาเรื่องรถ เพราะตอนมา อาศัยรถคนอื่นมาด้วย แต่ตอนกลับ คนอื่นกลับคนละทางกับเรา ในที่สุดก็ใช้วิธียัดเยียดเบียดเสียดทำตัวให้เล็กลง เบียดกันกลับเข้าเมืองมาจนได้
วันนี้น้องบอยขับรถให้ ก่อนถึงร.พ.เธอก็แวะส่งฉันลงที่บ้าน
เนื่องจากวันรุ่งขึ้น มีภาระกิจมากมายที่ทีมงานกระบี่ไปร่วมต่อไม่ได้ ผู้ประสานงานคือน้องโอ๋จึงปรึกษาอาจารย์เพื่อหาทางออกทำอย่างไรดี
บทเรียนสอนใจ :
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกวันแหละ เพียงแต่เราไม่สังเกตเอง เราจึงไม่เห็น
แต่เอ ที่ทำอะไรเร็วๆเป็นประจำนั้น ทักษะการสังเกตของตัวเรายังอยู่ดีและไวทันๆกันด้วยหรือเปล่า
เมื่อช้าลง กลับเห็นอะไร ในมุมที่ไม่เคยเห็นจะจะตา และเป็นการเห็นตรงตามประจักษ์พยานซะด้วยซิ ไม่มีความรู้สึก ไม่มีความคิดปน ดีไม่น้อยเลย
เมื่อนัก"เรียน"เครื่องร้อน เวลาไม่มีความหมาย มีแต่ความมุ่งมั่น เร้าใจ ทำอย่างไรให้ผู้คนที่ทำงานเป็นนัก "เรียน" ตลอดเวลาได้หนอ หากันหน่อย
พี่เลี้ยงไม่ใช่เจ้านายแต่เป็นผู้ชัก ผู้ชวนให้อยากทำ
ครูที่ดีคือตัวเอง หาใช่คนอื่นไม่ ดังนั้น อย่าดูถูกความรู้ของตัวเอง และอย่าดูผิดกับคำว่า "ความรู้"
การทำหน้าที่แบบ "รู้งาน" คือ การดูแลกันและกันในรูปแบบหนึ่งนะ รู้มั๊ย เ
เจอใครที่รู้งาน ให้เตือนตัวเอง เก็บนิ้วซะ ต่างคนต่างจะได้มีโอกาสดูแลกันและกัน ไงเล่า
ตามมาเรียนรุค่ะ ที่แพร่HNQAลงมาเมื่อปี 2550ค่ะ