อะไรน้อคือหัวแหวนเมืองน่าน
นึกถึงแหวนนะคะ แหวนเกลี้ยงก็ดูดีอีกแบบหนึ่ง แต่แหวนที่มีหัวประดับ หัวแหวนนี้แหละค่ะที่สวยงามและเด่นสะดุดตา คงเช่นเดียวกับคำที่ใช้เรียกขานคำว่า หัวแหวนเมืองน่าน ที่ใช้เรียก เขตพื้นที่ประวัติศาสตร์ชั้นในของเมืองน่านแถวๆบริเวณ 4 แยกพิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีสถานที่สำคัญที่ทรงคุณค่า เช่น หอคำหรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่าน ลานข่วงเมือง วัดภูมินทร์หรือบางครั้งชาวบ้านเรียกว่า วัดพรหมมินทร์ ในตอนกลางคืนจะประดับไฟสวยงาม ซึ่งผู้มาเยือนไม่ควรพลาดชมบรรยากาศ วัดที่เราไป in ยิ่งขึ้นกับการปล่อยโคม...ซึ่งสวยงามไม่น้อยหน้าประเพณียี่เป็งของเชียงใหม่เลย
2-3 ชม. ลุงอ้อน ป้าตุ่น หลานหนุ่ม หลานปา ไปเที่ยวชมอะไรกันบ้างมาดูกัน
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จ.น่าน เป็นอาคาร 2 ชั้น ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น นอกจากจะจัดแสดงถึงความเป็นมาของชุมชนเมืองน่านแล้ว ยังเป็นที่เก็บสมบัติล้ำค่าของเมืองน่านที่คู่บ้านคู่เมืองกันมานาน นั่นคือ งาช้างดำ เจ้าหน้าที่ที่ให้บริการน่ารักมาก อาคารหลังเล็กเป็นการแสดงนิทรรศการผ้าทอลายน้ำไหล

-
วัดช้างค้ำในตอนกลางวัน
ด้านซ้ายของพิพิธภัณฑ์เป็นวัดหัวข่วง ศิลปะแบบล้านนา ประกอบด้วยเจดีย์ อุโบสถ และหอไตรที่ทำด้วยไม้ทั้งหลัง ประกอบด้วยลายเขียนสีที่ยังคงสภาพดี สนามหญ้าสีเขียวสดจัดกับพุทธสถาปัตย์แบบล้านนา และยอดเจดีย์ตัดกับสีฟ้าใส...ทำให้รู้สึกว่าอะไรๆ ก็สวยไปหมด

- วัดหัวข่วง นี่ก็แค่ก้าวข้ามถนนจากพิพิธภัณฑ์
ตรงข้ามด้านหน้าพิพิธภัณฑ์คือวัดช้างค้ำ เป็นวัดอารามหลวง มองเห็นเจดีย์สีทองอร่ามเป็นสีทองดอกบวบหรือทองจังโก ช่วงหน้ากฐิน จะได้พระราชทานกฐินหลวงเสมอ ฐานเจดีย์เป็นรูปช้างค้ำ ดูคล้ายๆกับเจดีย์วัดช้างล้อมที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จ. สุโขทัย แต่คงมีความแตกต่างเพราะยังไม่ได้ศึกษาเลย น่าเสียดายที่ไปในวัดตอนกลางคืน จึงไม่ได้ถ่ายภาพช้างค้ำมาสักเชือก

-
วัดช้างค้ำวรวิหาร วัดอารามหลวงในตอนค่ำคืน พระประธานและภาพเขียนสีจากวัดภูมินทร์
ด้านขวาของพิพิธภัณฑ์เป็นลานข่วงเมืองที่จัดไว้สวยงาม มองเห็นภาพวัดสำคัญๆ ได้ ซึ่งข่วงนั้นหมายถึง ลานทำกิจกรรมของชุมชน เป็นลานกว้าง มองไปเห็นวัดภูมินทร์ได้อย่างชัดเจน ที่วัดภูมินทร์มีภาพเขียนสีเกี่ยวกับการลงช่วง หรืออยู่ข่วง ที่สะท้อนให้เห็นความเป็นอยู่ว่า ภาพธรรมเนียมการอยู่ข่วง ของชาวไทลื้อ พ่อแม่จะอนุญาตให้หนุ่มสาวพบปะกันที่ชานบ้านในเวลาค่ำ ขณะหญิงสาวกำลังปั่นฝ้าย หรือ “อยู่ข่วง” หากสาวเจ้าตกลงปลงใจด้วยก็จะจัดพิธีแต่งงาน หรือที่เรียกว่า “เอาคำ ไปป่องกั๋น” หรือเป็นทองแผ่นเดียวกัน

-
ข่วงเมืองและวัดภูมินทร์ ที่คนมาเยือนเมืองน่านต้องแวะ
เดินผ่านข่วงไปที่วัดภูมินทร์ ที่มีบันไดนาคงดงามแปลกตาต่างจากวัดอื่นๆ หัวอยู่ทางตะวันออก เป็นนาคสะดุ้งบริเวณตัวอุโบสถ และหางนาคจะเป็นบันไดลงอีกทาง แถมมีประตูเข้าออกดูเหมือนการลอดท้องพญานาคยังงัยยังงั้น ทางเข้าอุโบสถมี 4 ทาง หรือที่เรียกว่า จตุรมุข ไม่ว่าจะเข้าทางใดจะพบพระพุทธรูปให้นมัสการทุกทาง ด้านในอุโบสถมีภาพเขียนสีที่เป็นเอกลักษณ์ งดงามที่เรียกว่า ฮูปแต้ม เป็นเอกลักษณ์สะท้อนวัฒนธรรมไทยลื้อ ดังรูป ปู่ม่าน-ย่าม่าน ที่หลายๆ คนรู้จักดี ในภาพของหญิง-ชายไทยลื้อกระซิบสนทนากัน สีที่ใช้กันในสมัยนั้น เป้นสีแดง ฟ้า ดำ และน้ำตาล

-
ร้านกาแฟเล็กๆ ในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ช่วยให้เที่ยวเมืองน่านได้คุ้มจริงๆ
เหนื่อยหรือยังคะ ไปทานกาแฟกันดีกว่า จากวัดภูมินทร์เดินข้ามถนนมาทางด้านขวามือของวัด จะพบศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โทร. 054 - 750247, 054-751169 เปิดบริการทุกวันเวลา 08.30-17.00 น. สำหรับวันอาทิตย์เปิดครึ่งวันค่ะ ที่นี่สามารถขอแผนที่เมืองน่านได้ มีทั้งเวอร์ชั่นไทยและต่างประเทศ มีร้านกาแฟเล็กๆ น่ารัก นั่งเขียนโปสการ์ดส่งถึงคนที่รักก็ WORK หายเหนื่อยแล้วก็วางแผนการท่องเที่ยวต่อ...จากนี้จะไปไหนดีน้า
ไปไหว้พระกันต่อเถอะค่ะ ...แม้ไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องครบเก้าวัด...แต่ทริปนี้ไปไหว้พระกันมากว่า 9 วัดเชียว ถ้าไม่เบื่อตามไปแวะชมบันทึกฉบับต่อไปนะคะ
คำขวัญเมืองน่าน...
แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง"
สวัสดีค่ะ...พี่ตุ่น
แวะมาเยี่ยม..อ่านแล้วเหมือนได้ไปเที่ยวเมืองน่านด้วยเลย...น่าสนใจจังค่ะ
With love
กุ๋มกิ๋มจ้า
ไปกับที่บ้านหน่ะจ่ะ...
ไปกับเพือนก้อีกแบบหนึ่ง...
หลังจากที่เม้าท์เรื่องพี่ไปเนปาล...
ยังไม่ได้บอกว่า การ Drink for health ในที่อากาศเย็นสุดขั้วนั้น คิดถึงเพื่อนๆ จัง...
โดยเฉพาะกุ๋มกุ๋ม...คิดถึงมากตอนไหนรู้ป่าว ...
ตอนตำจอก...งัย