ผมเขียนบันทึกเกี่ยวกับการออกกำลังกายไป 2-3 บันทึก ก็มานั่งคิดว่า "ชีวิต" ไม่ได้มีเพียงร่างกายที่ต้องดูแลให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ "ชีวิต" ยังมีส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกหลายด้าน ที่มีความสำคัญและต้องดูแลให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรงเช่นเดียวกับร่างกาย
การแข็งแรงทางกายยังไม่นับว่าแข็งแรงอย่างแท้จริง เพราะหลายๆครั้ง ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงเมื่อต้องตื่นขึ้นมาละหมาดศุบฮฺ (ละหมาดยามรุ่งอรุณ) ก็ยังลุกไม่ไหว นี่ยังไม่นับการตื่นขึ้นมาละหมาดตะฮัจญุด (ละหมาดยามรัตติกาล) และแม้แต่การละหมาดตะรอวีหฺในเดือนรอมฎอน หลายๆคนที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ก็ดูท่าจะไม่ไหว ยืนไม่ติด หลายคนถึงกับถอดใจยอมแพ้
เราจึงต้องออกกำลังด้านต่างๆและดูแลสุขภาพของแต่ละด้านให้แข็งแรงอย่างสมดุลดังนี้
-
ออกกำลังกาย เกี่ยวกับการออกกำลังส่วนนี้นั้นมีบล็อกเกอร์หลายๆท่านเขียนไว้เยอะมากครับ เป็นบันทึกที่ดีมากๆและน่าสนใจ เหมาะสำหรับท่านที่กำลังคิดจะออกกำลังกาย หรือกำลังออกกำลังกายอยู่แล้วอ่านประกอบการออกกำลังกายจะดีมาก และจะเป็นประโยชน์ในการเป็น "ตัวช่วย" ให้ผู้ออกกำลังกายใช้ในการตัดสินใจรูปแบบและวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตนเอง หรือเงื่อนไขเฉพาะของตนเอง เช่น วัย เพศ อายุ โรคประจำตัว และ ฯลฯ ในส่วนนี้จึงไม่ขอลงในรายละเอียด ซึ่งท่านที่สนใจสามารถหาอ่านได้ในบล็อก gotoknow.org
ในส่วนของการออกกำลังทั้ง 4 ด้านข้างล่างนี้ ผมจะมาบันทึกหลังจากนี้ครับ อินชาอัลลอฮฺ
-
ออกกำลังใจ เกริ่นนำ
-
ออกกำลังปัญญา
-
ออกกำลังอารมณ์
-
และออกกำลังจิตวิญญาณ (รูห)
การออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ขี้เกียจคือ เขาจะต้องทำการละหมาดให้ครบ5เวลา บวกกับการละหมาดสุนัตก่อนและหลังละหมาดฟัรฎู เพียงแค่นี้เขาก็สามารถที่จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว..............อินซาอัลลอฮฺ
อินชาอัลลอฮฺ...
สวัสดีค่ะ พูดถึงการออกกำลังกายหลายๆแบบ ดิฉันรู้สึกอายจริงๆ เพราะรอบรู้ซะเหลือเกิน แต่ว่าไม่ปฏิบัติ ตอนนี้อ้วนเป็นตุ่มเดินได้แล้ว เสื้อผ้าสวยๆก็พลอยสวมใส่ไม่ได้ เวลาออกงานใช้เวลาเลือกเสื้อผ้านานมาก เพราะชุดไหนก็คับไปหมด ทางศาสนาของดิฉันสอนให้ มีประมาณในการบริโภคอาหาร ดิฉันก็ประมาณเหมือนกัน แต่พออะไรอร่อยก็บอกกับตนเองว่า วันอื่นค่อยลดละกัน สุดท้ายมันก็เป็นอย่างที่เห็น คนเรานี้ถ้าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา คือถ้าโรคภัยไม่ถามหา เราก็จะไม่จริงจังต่อการออกกำลังกาย วิถีชีวิตของเราไม่เอื้อต่อการออกกำลังกายก็จริง แต่เราควรต้องบอกกับตนเองว่า "ต้องทำ"
ทุกวันนี้ ดิฉันอาศัย ช่วงที่ไม่ได้ออกกำลังกายเต็มรูปแบบ ไปทำสวนหลังบ้าน ขุดดิน ถอนต้นหญ้าที่มันปกคลุมพืชผักสวนครัว รดน้ำต้นไม้ ได้เหงื่อและได้ความเจริญใจ บางครั้งก็แหงนหน้ามองท้องฟ้า คิดถึงสรรพชีวิตที่เกิดมาบนผืนโลก เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุกสิ่งไม่คงทน เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่เที่ยงแท้แน่นอน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป
ดิฉันรู้สึกดีใจ ภูมิใจมาก ที่ได้พบบัณฑิตทางศาสนาอิสลามเช่นอาจารย์ เราไม่ว่าจะศาสนาไหน หากเรามีธรรมะ ดิฉันว่าเราสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยความสงบสุข ธรรมะทุกข้อเป็นการประกาศความจริงของโลกและชีวิต ดิฉันไม่อาจเอื้อมวิเคราะห์ศาสนาอื่นๆ ดิฉันพูดเฉพาะศาสนาพุทธของดิฉัน ที่ดิฉันเองก็ยังไม่แตกฉาน แม้จะมีความรู้ทางธรรม ทางตัวหนังสือมาก แต่ว่าการปฏิบัติธรรมในทางพระพุทธศาสนา นับถือการ ปฏิบัติ เป็นสิ่งประเสริฐสุด การรู้แจ้งโดยการปฏิบัติ เป็นปัญญาขั้นสูงสุด ความสงบอันเกิดแต่ใจหยุด ใจนิ่ง เป็นสิ่งสูงสุด ที่ชาวพุทธเอง ส่วนใหญ่ก็ยังไปไม่ถึง
ระลึกถึงท่านอาจารย์ และฝากความปรารถนาดี ไปยัง ท่านอธิการบดี ท่านดร.อีสมาอิล ลุตฟี จะปะกียา ด้วยนะคะ ท่านเคยชมดิฉันผ่านทางเพื่อนคนหนึ่งว่า ดิฉันเป็นผู้หญิงฉลาด ทั้งๆที่ดิฉันบอกว่า ตอนนี้ดิฉันเป็นได้แค่ "ด็อก" เท่านั้น ส่วน "เตอร์" ไม่รู้ว่าจะตามมาตอนไหน หรือหากตายไปก่อน ก็ขอให้ตามไปชาติหน้า แต่ปริญญาทางโลก มิได้วัด ความโง่ หรือฉลาดของคน ปริญญาชีวิตต่างหากที่วัด สุข หรือ ทุกข์ ซึ่งเป็นปริญญาที่แท้จริง ธรรมะในหัวใจคนต่างหาก ที่วัด ค่าความเป็นคน
เคารพรักท่านอาจารย์เสมอ
sarsinaphar
ใต้ผืนฟ้าเมืองชากังราว
สวัสดีครับคุณsarsinaphar