อาทิตย์หน้า มหาวิทยาลัยก็จะเปิดเทอมแล้ว ในระหว่างนี้อาจารย์และนักศึกษาต่างก็ได้ไปทำกิจกรรมต่างๆ ของตัวเอง เทอมปลายนี้มีประสบการณ์ในเรื่องการทำงานเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์ที่อยากแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆค่ะ
เทอมใหม่ที่ไม่อยากให้เปิด!
เทอมสอง เป็นเทอมที่หนักสำหรับภาควิชาฯ เพราะมีวิชาหลักๆ หลายวิชาที่ต้องเรียนต้องสอน และต้องออกฝึกปฏิบัติงานภาคสนาม
หนึ่งในวิชาที่สำคัญ คือการศึกษาเฉพาะส่วนบุคคล หรือการทำสารนิพนธ์นั่นเอง วิชานี้ นักศึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาจะต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ปัญหาที่พบซึ่งได้เขียนไว้ในบทความเรื่อง "สารนิพนธ์ไม่ยากอย่างที่คิด" คือนักศึกษาใช้เวลานานมากกว่าจะรู้ว่าจะทำอย่างไร แม้ว่าหัวเรื่องอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว
ก่อนปิดเทอม ก็จะคุยกับนักศึกษาว่าลองไปเขียนแผนการทำงานและร่างบทต่างๆ มาให้ดู และจะทำการพบปะกันกับนักศึกษาที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาทั้งหมด
....ผลคือ นักศึกษาดูเครียดและเป็นกังวลเกือบทุกรุ่น
อาทิตย์ที่แรกของทุกปี ก็จะบอกนักศึกษาไปว่า ให้อ่านเอกสารว่ามีใครค้นคว้าเรื่องที่เราสนใจบ้าง ถ้าเรียกอีกอย่างคือ literature review โดยให้หลักไปว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร และสรุปผลงานวิจัยหรืองานเขียนของแต่ละคน แล้วจัดหมวดหมู่ตามหัวข้อ หรือจัดตามปี พร้อมกับเขียนความคิดเห็นของตัวเองว่าคิดอย่างไร ตรงนี่ถือว่าเป็นการวิพากษ์งาน มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการต่อยอดงานวิจัยของพวกเขา
....ผลคือ สยองขัวญ ส่วนนี้จะยากที่สุดและใช้เวลามากที่สุดในการทำงานร่วมกับนักศึกษา เพราะเด็กไทยมีทักษะในการอ่านจับประเด็นและวิพากษ์วิจารณ์น้อยมาก เราจึงมักจะเห็นการคัดลอกตัดแปะงานมาส่ง และภาษาที่อ่านแล้วพบว่ามาจากหลายสำนวน
อาทิตย์ที่สอง ตามมาคือทำอะไรไปถึงไหน มีประเด็นอะไรที่ค้นพบจากการอ่านอีก
...ผลคือเริ่มปะติดปะต่อเรื่องได้ เฮ้อ...ทำให้เริ่มมีกำลังใจในการสอนและอภิปรายกับเขามากขึ้น
อาทิตย์ที่สาม ปรับวิธีการใหม่ ทำให้นักศึกษาเข้าใจว่า วิจัยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเขา เพราะเขาจะทำอะไรก็จะต้องทำการค้นคว้ารู้ที่มาที่ไปของหัวข้อที่เขาสนใจ เช่นถ้าเขาอยากเรียนต่อปริญญาโท เขาก็ต้องทำการค้นคว้าถึงสาขานั้นๆ มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน เรียนเกี่ยวกับอะไร จบแล้วจะไปทำอะไร นั่นอาจจะเป็นอะไรพื้นฐาน แต่ก็พอทำให้นักศึกษาเข้าใจมากขึ้น แล้วจึงค่อยนำเรื่องไปสู่ว่าใครได้คิดอะไรไว้ก่อนหน้านั้น เช้นปัญหาความขัดแย้งในประเทศมีนักวิชาการทำนายไว้หลายอย่าง เราก็ต้องเอาความคิดเหล่านั้นมาประเมินและดูว่าความคิดไหนที่มีความเป็นไปได้ว่าน่าเชื่อถือ แล้วเราคิดอย่างไร ตรงนี้อาจเปรียบได้ว่า เราได้กรอบความคิดที่เป็นหลักในการคิดและออกแบบงานวิจัย
...ผลคือ พอเข้าใจบ้าง แต่ไม่เข้าใจทั้งหมด
วันนี้ขอจบแค่อาทิตย์ที่หนึ่ง-สอง-สามก่อนนะคะ คือ conceptual framework และ literature review เรื่องที่อยากสนทนาด้วยคือทำงานร่วมกับนักศึกษาในงานการวิจัยของเขานั้นเป็นเรื่องที่ยากพอสมควรสำหรับการสอนระดับปริญญาตรี เพราะนักศึกษาเกิดมายาคติว่างานวิจัยเป็นเรื่องยากและซับซ้อน เราจะทำอย่างไรจึงสามารถลบความคิดนี้ได้ และทำให้นักศึกษาผ่อนคลายและสนุกกับการค้นคว้าวิจัยของตนเอง
หากเพื่อนมีประสบการณ์ที่คล้ายกันก็ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ค่ะ