การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้รับทราบสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่การศึกษา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ สพฐ.ไปรวบรวมสภาพข้อเท็จจริงของปัญหาให้ที่ประชุมได้พิจารณา พบว่ามีปัญหาอย่างน้อย ๖ ลักษณะที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
๑) การย้ายครูและผู้บริหารสถานศึกษา
๒) การเลื่อนขั้นเงินเดือน
๓) การประเมินผลงานทางวิชาการในเรื่องวิทยฐานะ
๔) การสอบคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษา
๕) การนำเรื่องขึ้นฟ้องศาล
๖) การจัดอัตรากำลังในสถานศึกษา
สภาพปัญหาตัวอย่างที่ สพฐ.ได้รวบรวมนี้ เป็นปัญหาที่ สพฐ.ไม่สามารถแก้ไขปัญหาโดยใช้อำนาจของตนเองได้ เนื่องจากการบริหารงานบุคคลของ สพฐ.นั้น มี ก.ค.ศ.เป็นองค์กรกำกับดูแลอยู่ตามกฎหมาย จึงเป็นที่มาที่จะต้องนำประเด็นสภาพปัญหาทั้งหมดนี้มาให้ ก.ค.ศ.พิจารณาช่วยแก้ปัญหาให้
ซึ่งที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญรับเรื่องร้องเรียนขึ้นมา โดยมีเลขาธิการ กพฐ.เป็นประธานคณะอนุกรรมการ และเมื่อรับร้องเรียนใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลแล้ว ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน จากนั้นให้รายงานที่ประชุม ก.ค.ศ.ทราบทุกครั้ง เพื่อพิจารณาดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปให้เกิดผลโดยเร็ว ดังนั้นต่อไปนี้หากเขตพื้นที่ใดมีปัญหาเกิดขึ้น ก.ค.ศ.จะได้ใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่โดยเข้มงวดยิ่งขึ้น ทั้งอำนาจยับยั้ง ยกเลิก ให้ทำใหม่ ตลอดจนอำนาจในการลงโทษผู้กระทำความผิด ถึงขั้นถอดถอนออกจากอนุกรรมการ ก.ค.ศ. ตามที่กฎหมายได้ให้อำนาจไว้ ขณะเดียวกันในส่วนของ สพฐ.ก็จะใช้มาตรการทางการบริหารได้มากขึ้นเช่น การบรรจุพนักงานราชการเป็นข้าราชการไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้บรรจุได้ไม่เกิน ๒๕% แต่บางเขตพื้นที่บรรจุมากถึง ๑๐๐% ทั้งศาลอาญาและศาลปกครอง ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีบางเขตพื้นทื่ดำเนินการไม่โปร่งใสมีบางเขตพื้นที่ฯ เรียกร้องหาผลประโยชน์จากครู รวมทั้งมีการรับจ้างทำผลงานทางวิชาการอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ บางแห่งมีการก้าวล่วงอำนาจของผู้บริหารในหน่วยงานโดยตรงนั้นๆ บางกรณีมีการให้ ๒ ขั้นเกินโควต้าที่กำหนด เช่น กำหนดโควต้าไว้ไม่เกิน ๑๕% แต่เกินไปเป็น ๑๐๐ คนก็มีซึ่งนอกจากจะมีปัญหาในเรื่องความไม่ชอบมาพากลในบางเขตพื้นที่ฯ แล้ว ยังมีเรื่องที่บางเขตพื้นที่ฯ ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ขั้นตอนและวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนดด้วย
ทั้ง สพฐ. สพท. โรงเรียนเหมือนอยู่คนละฟากฟ้า
หน่วยเหนืออยากได้อะไรเพื่อตอบสนองนโยบายผู้ใหญ่ ก็สั่งต่อลงมาเรื่อย ๆ
ผู้ที่รับกรรมที่สุดก็คือ ครู
พิจารณาตอนไหน ให้ย้ายตอนไหนก็ดำเนินการโดยขาดการคำนึงถึงกาลเทศะ
ไม่เคยคิดถึงว่าโรงเรียนจะมีปัญหาในการจัดการเรียนการสอนหรือไม่
ได้ย้ายลงตำแหน่งสักที
รอคอยมา2ปี....วันนี้ซึ้งใจวันที่รอคอยมาแสนนาน
ขอบคุณที่เมตตา ทุขใจมาแสนนาน วันนี้เหมือนฟ้าหลังฝน
มีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป..