ด้วยเหตุผลบางอย่างว่าทำไม สามถึงต้องมาเริ่มเขียนบันทึก

ข้อที่หนึ่ง พี่หนึ่งบอกว่าให้ลองเขียนบันทึกดู

ข้อที่สอง  อาจารย์ขจิตรบอกว่าลงความเห็นไม่ได้

คราวนี้พอมาสำรวจบันทึกต่างๆที่เค้าเขียนกันไว้

โอว  ส่วนใหญ่ก็มีสาระมากมายอาหารสมองเหมาะกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งสามเองไม่มีอะไรจะแลกเปลี่ยนเลย ยิ่งเขียนก็เริ่มรู้สึกละอายแก่ใจ จะล้มเลิกสิ่งที่พิมพ์ไปแล้วก้อเสียดายตั้งหลายบรรทัด ยิ่งตอนเลือกหมวดหมู่ก็ยิ่งละอายใจยิ่งขึ้น เอิ่ม นี่เราจะเข้าอยู่ในหมวดไหนได้บ้าง

ไม่มีหมวดหมู่ ไร้สาระบ้างหรอกรึ  อย่างนี้ก็ไม่สบายใจเลยที่สามจะต้องเลือกหมวดหมู่ทั่วไป เพราะไม่ชอบอะไรที่เป็นทั่วไป

ชอบพิเศษ มากกว่ายิ่งเพิ่มลูกชิ้นห้าบาทก็จะยิ่งดี(เขียนบันทึกไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยว) เริ่มเขียนก็เริ่มละอายแก่ใจขึ้นทุกที แต่เรื่องอย่างนี้ หากมีคนได้หลงเข้ามาอื่นก็จะได้สัมผัสถึงความมีคุณค่าในบทความชิ้นนี้ที่หากมองลึกซึ้งลงไปจะเห็นได้ว่าเมื่อกาลเวลาผ่านไปอาจมีความสำคัญถึงขั้นจดหมายเหตุกรุงศรี(วิไล) ได้เลยทีเดียว (มุขก้อเริ่มจะมา แต่คนอ่านคงทรมานกับมุขที่ไม่ค่อยจะโอเค)

เอาเป็นว่าไม่มีสาระเพราะเป็นการเริ่มต้นที่ค่อนข้างจะงงมากมายกับการสร้างบล็อก สร้างแพลนเน็ท อะไรกันมากมาย งงนะคะ ไม่ได้จบเอกคอมพิวเตอร์ อย่าให้ทำอะไรแบบพริ้วไหว มากเลย อีกเรื่องที่ขัดเคืองหัวใจคือการต้องกด ฟหกด ก่อนlog in ก้อ ทดสอบความรู้ด้านภาษาไทยไปถึงไหน

สรุป การเขียนบันทึกนี้ไม่ได้สาระ และเป็นสิ่งที่น่าอายอีกหนึ่งเรื่องที่ทำลงไป แต่หากจะเป็นประโยชน์แก่ผู้พบเห็นทางผู้จัดทำก้อมีความรู้สึกปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างยิ่ง(คล้ายๆคำนำเวลาทำงานส่งอาจารย์)แต่หากมีผู้พบเห็นได้อ่านบันทึกนี้แล้วรู้สึกพลาดที่ได้เข้ามากรุณาอย่าเพิ่งทำลายคอมทิ้ง  การสละเวลาเพื่ออ่านบทความนี้ ถือเป็นการเริ่มความสัมพันธ์ระหว่างกันค่ะ ไว้ถ้าสามกล้าที่จะเขียนบันทึกเรื่องอื่น(ที่มีสาระ)ต่อไป คงจะไม่ทำให้ผิดหวังเหมือนในครั้งนี้ ขอบคุณค่ะ

 

อย่างน้อยสามก็มั่นใจว่าพี่หนึ่งจะต้องมาลงความเห็นให้สาม และหวังใจอย่างยิ่ง(สำนวนลิเกเหลือเกิน)ว่าอาจารย์ขจิตรจะเข้ามาชื่นชมสามเช่นกัน