หลายๆ คนคิดว่าเด็กคือตัวปัญหา มีสุภาษิตโบราณถึงกับกล่าวว่า “คบเด็กสร้างบ้าน”แต่ ณ วันนี้ เด็กและเยาวชนได้พัฒนาการเรียนรู้ของตนเองไปอย่างมาก เด็กเป็นคนที่กล้าคิด กล้าแสดงออก พลังและเสียงของเด็กและเยาวชน จึงมีความหมายยิ่งต่อการพัฒนาสังคม หากแต่ผู้ใหญ่ต่างหากที่ให้โอกาสกับเด็กและเยาวชนมากน้อยเพียงใด ผู้ใหญ่หลายคนที่คิดว่า เด็กเป็นตัวสร้างปัญหา แต่มองมุมกลับใครล่ะที่ทำให้เด็กเป็นเช่นนั้น เราในฐานะผู้ใหญ่บางครั้งอาจละเลยจุดนี้ไปว่าเราเองก็มีส่วนสำคัญในการสร้างสังคมการเรียนรู้ของเด็ก ปัญหาที่เกิดกับเด็กและเยาวชน นั้น เด็กจึงมิใช่ตัวปัญหาโดยตรง หากแต่เป็นตัวสะท้อนความพิกลพิการของสังคมที่ผู้ใหญ่ได้สร้างไว้ การคบเด็กในวันนี้ จึงเป็นการชวนกันคบเด็กสร้างสุข สร้างครอบครัว ชุมชน และสังคมให้เข้มแข็ง ภายใต้แนวคิด “เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน”

          ผู้ใหญ่ในสังคมควรที่จะช่วยกันโอบอุ้มดูแล ช่วยเสริมสร้างพื้นที่ดีดีให้มากขึ้น นำเอาสิ่งดีดี เอาทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่มารื้อฟื้น สนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ได้แสดงศักยภาพและพลังทางบวกออกมาจรรโลงสังคมให้มากขึ้น สร้างเป็นขบวนการขยายความดีออกไปให้กว้างขวาง ขณะเดียวกันต้องช่วยกันลดพื้นที่ทางลบ แหล่งมั่วสุม แหล่งอโคจรต่างๆ รวมไปถึงสื่อร้ายที่ทำลายเด็กอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน การพัฒนางานด้านเด็กและเยาวชนผ่านงานวิจัยในรูปแบบต่างๆ ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน ให้เขาเติบใหญ่มาในสังคมอย่างกล้าแกร่งและรู้เท่าทันโลก

ชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย มูลนิธิพยาบาลชุมชนแห่งระเทศไทย สนับสนุนโดยสำนักพัฒนาบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานสุขภาพผ่านงานวิจัย โดยใช้ภาระงานประจำในหน้าที่ และชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาองค์ความรู้ ทำให้การขับเคลื่อนงานพัฒนาสุขภาพเป็นไปอย่างมีพลัง สามารถสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย จนเกิดรูปธรรมของงานวิชาการที่มีชีวิต หรือที่เรียกกันว่า “วิชาการที่กินได้” สามารถตอบโจทย์ขององค์กรและชุมชนได้ จนนำมาสู่การประชุมวิชาการชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย(เขตภาคเหนือ) ประจำปี ๒๕๕๒ ภายใต้หัวข้อ “แนวทางการสร้างเด็กรุ่นใหม่.......ให้สร้างชาติ”  ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ ณ โรงแรมเทวราช อำเภอเมืองน่าน เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขับเคลื่อนการทำงานด้านเด็กและเยาวชน ผ่านงานวิจัยให้เป็นไปอย่างมีพลัง และหนังสือเล่มนี้จะเป็นคู่มือและองค์ความรู้สำคัญให้กับคนทำงานด้านเด็กและเยาวชน และการสร้างสุขภาพ ได้นำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองต่อไป

กระบวนการเรียนรู้มีทั้งการบรรยายพิเศษ บทเรียนการทำงานด้านเด็กและเยาวชน การนำเสนอผลงานวิจัย และการจัดการความรู้ และการจัดนิทรรศการผลงาน

มีประเด็นน่าสนใจหลากหลายมุมมองจากเวทีวิชาการ ทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ อันจะนำไปสู่การพัฒนางานประจำให้เป็นงานวิจัย และการสร้างความร่วมมือในการสร้างเสริมสุขภาวะของเด็กและเยาวชนให้ดีขึ้นต่อไป