โอ้!! กลายเป็นซีรี่ย์ไปจริงๆด้วย อิอิ เล่ายังไงเนี่ย ไปเที่ยวแค่ 3 วัน 2 คืน ไหงกลายเป็น 5-6 ภาคไปได้เนี่ย 555

ต่อจาก ภาค 4 เลยนะคะ ภาค 4 ใกล้ถึงเพลินวานแล้ว อิอิ เมื่อเราเช็คอินที่พักเรียบร้อย ก็ออกไปเพลินวานกันต่อเลยค่ะ

Play and Learn ที่ เพลินวาน


จากจุดเริ่มต้นที่มาจากความรักและคิดถึงหัวหินในวันก่อน เพลินวานจึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อให้เป็นศูนย์กลางจุดหมายการเดินทางแห่งใหม่ของคนหัวหินและนักท่อง เที่ยวที่มาเยือน
      
เพลินวานคือ... “ศูนย์รวมความสุข สถานที่... หยุดเวลาในอดีตไว้ เพื่อเล่าขานเรื่องราวมากมายของวิถีหัวหินกาลก่อน ...สู่กาลปัจจุบัน”

ถึงแล้วค่า เพลินวาน

เพลินวานมี ลักษณะคล้ายหมู่บ้านย้อนยุคที่มีชีวิต (Eco Vintage Village) ที่มีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า ร้านขายขนม ร้านเหล้าในสมัยก่อน รูปแบบของหมู่บ้านนี้จะร้านค้าที่ทำจากไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในช่วง พ.ศ.2499 อีกครั้ง เป็นสถานที่ที่เน้นการขายอารมณ์และความรู้สึกมากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของที่ใช้ในการตกแต่ง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของพนักงานซึ่งจะเป็นของที่ใช้จริงในสมัยนั้น แต่ที่โดดเด่นไม่เหมือนที่อื่นก็คือข้าวของที่นี่สามารถซื้อขายได้จริง ไม่ใช่แค่ตั้งโชว์เหมือนพิพิธภัณฑ์

 

เอาเป็นว่า เล่าเรื่องด้วยรูปดีกว่าเนอะ

 

เราแวะดูแผนที่ก่อนเลยค่ะ อิอิ แผนที่น่ารักสุดๆเก๋ไก๋ๆๆ

บริเวณสะพานเฟส 2 ค่ะ

โอ๊ะโอว..เราเจอโรงรับจำนำเข้าแล้ว

ข้างในโรงรับจำนำมีอะไรน้อ .. 555

นี่ค่ะ "ร้านเลิศสะแมนแตน" หุหุหุ

ขอเป็นช่างทำผมซักวันค่า

บริเวณลานชิงช้าสวรรค์และหนังกลางแปลงค่ะ

ตรงนี้เป็นบริเวณเฟส 3 ที่จัดเป็นคล้ายๆงานวัดค่ะ มีชิงช้าสวรรค์ ยิงปืน ฉายหนังกลางแปลง

คือว่าไม่มีอะไรจะเล่นแล้วค่ะเนี่ย 555

เจอคุณหมอพรทิพย์คนดังค่ะ ^___^

เดินนานๆชักจะเริ่มหิวแล้วสิคะ ในเพลินวานมีร้านอาหารมากมายเลยค่ะ  พักทานข้าวเย็นกันก่อน

 

ตรงนี้มีร้านอาหารเยอะค่ะ นี่คือร้านอาหารเวียดนาม พี่สาวคนเสื้อม่วงคือเจ้าของร้านค่ะ หมวกสาวเวียดนามก็ของพี่เค้าค่ะ อิอิ ยืมมาถ่ายรูป

 

เป็นสาวเวียดนามแล้วกลับมาเป็นสาวไทยอีกครั้งค่ะ อิอิ

ขณะที่เรานั่งทานอาหารกันอยู่นั้น เป็นเวลา 18.00 น.พอดีค่ะ เสียงเพลงชาติดังขึ้น พวกเราและทุกๆคนในเพลินวานหยุดยืนตรงเคารพธงชาติ หันไปเห็นคุณยายท่านนึงนั่งรถเข็นมาพร้อมลูกๆหลานๆค่ะ คุณยายพยายามลุกขึ้นยืนด้วย พนักงานคนนึงในเพลินวานเข้าไปช่วยพยุงค่ะ บอกคุณยายว่าคุณยายยืนไม่ไหวไม่เป็นไรครับ แต่คุณยายบอกว่า อยากจะยืน สุดยอดเลยค่ะ อยากให้วัยรุ่นไทยสมัยนี้ได้มาเห็นความรักชาติของคุณยายจริงๆ ประทับใจคุณยายมากๆค่ะ เสียดายถ่ายภาพคุณยายไม่ทันค่ะ

ดูจากขวดโหลแล้ว เดาได้ใช่ป่าวคะ ว่าร้านนี้ขายอะไร อิอิ

อิ่มท้องกันแล้วก็ต้องเข้าที่นี่เลยค่า หญิงเข้าจิ๊กกี๊ ชายเข้าจิ๊กโก๋ค่ะ ห้องน้ำที่นี่ถึงแม้คนจะใช้กันเยอะแต่ก็สะอาดมากเลยนะคะ ไม่มีกลิ่นอีกด้วยค่ะ ดูแลได้ยอดเยี่ยมมากค่ะ ^___^

จากนั้นก็รื่นเริงกะการถ่ายรูปต่อไป อิอิ

 

มาถึงร้านถ่ายรูปโบราณ เสียดายไม่มีชุดโบราณให้เราเปลี่ยนอ่ะ งือๆๆ เลยได้รูปอย่างที่เห็นค่ะ

เหนื่อยแล้วนั่งพักดูหนังกลางแปลงดีก่า อิอิ 

ว่าแต่จอหนังกลางแปลงอยู่ด้านซ้ายมือทำไมไม่มีใครหันไปดูหนังเลยละคะเนี่ย 555

ชอบสนามหญ้าตรงนี้ค่ะ เป็นหญ้าปลอมอ่ะ มีเบาะให้นั่งด้วยค่ะ ^___^

ตรงทางขึ้นชั้นสองมีภาพโปสเตอร์หนังตั้งอยู่แบบนี้ค่ะ เราก็เลยแอ๊คชั่นด้วยซะเลย ทำไปได้ๆๆๆ 555

เราขึ้นมาชั้นสองเพราะกำลังตามหาร้านไอติมค่ะ ร้านน่ารักๆที่เราเห็นในเน็ท อยู่นี่เอง ^___^

อุตส่าห์ตามหา แต่ตอนนี้พวกเราอิ่มกันเต็มที่แล้วค่ะ แถมยังต้องไปกินโรตีอินเตอร์ที่ตลาดโต้รุ่งกันต่ออีกด้วย

เราเลยสั่งแค่พอได้ชิมค่ะ อิอิ (5คน2ถ้วย 555)

เดินอีกหน่อยย่อยอาหารค่ะ มาเจอนี่เลย

เป็นไงค่ะ พอไหวป่าว 555

ดูหน้าทุกคนแล้วคล้ายๆจะหมดแรงกันซะแล้วสิคะเนี่ย 555

ชักจะเริ่มดึกแระค่ะ มุมนี้เลยว่างให้เราได้ถ่ายรูปเล่นกันสนุกไปเลย อิอิ

ก่อนกลับค่ะ ยังไม่ยอมหยุดถ่ายรูป 555

แถมอีกรูป 555

คราวนี้กลับจริงๆแล้วค่ะ เราไปกันต่อที่ตลาดโต้รุ่ง เพื่อไปชิมโรตีอินเตอร์ที่เค้าโปรโมทไว้ในค่ะ ว่าใครที่มาหัวหินต้องมาชิมโรตีอินเตอร์ คนเยอะจริงๆด้วยค่ะ แต่เค้าก็ทำได้รวดเร็วมากๆค่ะ ไม่ต้องยืนรอนาน

ปล.ที่เพลินวานไม่ต้องเสียค่าผ่านประตูนะคะ เข้าไปดื่มด่ำกับบรรยากาศที่นั่นได้ฟรีๆค่ะ แถมเจ้าของร้านค้าต่างๆก็น่ารักและพร้อมสนับสนุนอุปกร์เสริมในการถ่ายรูปให้อีกด้วยค่ะ อิอิ

ถ้าใครต้องการพักที่เพลินวานก็มีห้องพัก เค้าบอกว่าแนวเรทโทรค่ะ แต่ไม่บอกราคา อิอิ ห้องพักจะอยู่บริเวณชั้นสอง มีหลายห้องเลยนะคะ ใครชอบแนวเรทโทรก็ลองสอบถามไปได้นะคะ ^___^

ทริปนี้ยังไม่จบนะคะ แต่ภาค 5 นี่ยาวไปหน่อยซะแล้ว ขอต่อภาคจบบันทึกต่อไปดีกว่าค่า