ปมเขื่องของพุทธทาส กับ เผด็จการทรราช ของ เพลโต

       บันทึกนี้จะขอนำเอา 2 แนวคิดมาผสมผสานเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของคน

 

        แนวคิดแรก  ของท่านพุทธทาสภิกขุ  ท่านได้เขียนเรื่อง จิตวิเคราะห์แบบพุทธในเรื่อง   "ปมเขื่อง"(Ego)   ท่านวิเคราะห์เอาไว้ว่า

 

      อัสสิมานะ หรือ ปมเขื่อง  นี้เป็นทั้งมูลเหตุ และ ทั้งปัจจัยเครื่องสนับสนุนจรรโลงใจอันแรงกล้าที่สุดที่ทำให้สัตว์มีความยึดมั่น และพยายามรักษา "ความมีตัว" และ "ความเด่นของความมีตัว" หรือ "อหังการ" ไว้อย่างมั่นคง.....ปมเขื่องที่แสดงออกมารุนแรงจนถึงกับรู้สึกว่าการปรากฏตัวของอีกฝ่ายหนึ่งนั้น คือ การลดปมเขื่องของตัว

 

 

        แนวคิดที่สอง    จากหนังสือ Republic   ของ เพลโต  ได้เขียนถึง      "เผด็จการทรราช"   ตอนหนึ่งระบุว่า   ทรราชจะต้องคอยจับตาดูว่าใครก็ตามที่มีความกล้า  มั่นใจในตนเอง มีปัญญา หรือมีฐานะ เขาจำต้องหาทางกำจัดคนเหล่านี้ และปฏิบัติต่อคนเหล่านี้เยี่ยงศัตรู ตราบใดที่เขายังไม่สามารถขจัดคนเหล่านี้ได้ เขาย่อมจะไม่รู้สึกมั่นคงปลอดภัย

 

 

          ยิ่งผู้คนที่มีปัญญากล้าหาญไม่พอใจตัวเขามากขึ้นเท่าไร เขาก็จะยิ่งต้องการกองกำลังองครักษ์จำนวนมากขึ้น และ ต้องเป็นผู้ที่เขาไว้ใจได้ด้วย

 

       ส่วนผู้คนที่เข้ามาสวามิภักดิ์ทำงานให้กับเขานั้น ก็ล้วนแต่เป็นพวกที่เขาต้องใช้เงินซื้อทั้งสิ้น

 

       อาจมีผู้สงสัยว่าผู้ที่เป็นทรราชจะรู้ตัวหรือไม่ว่าเขาแวดล้อมด้วยคนอย่างไร  แน่นอนว่าทรราชย่อมตระหนักดีว่าเขาเหล่านั้นเป็นมีคุณภาพหรือไม่ แต่เป็นเพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องทนอยู่ในสภาพแบบนี้ไปตลอดตราบเท่าที่เขาต้องการรักษาอำนาจของเขาไว้

 

 

     ทั้งสองแนวคิดผมว่าสามารถนำมาเชื่อมโยงถึงพฤติกรรมของคนทำงานหลายๆคนได้เป็นอย่างดี   โดยเฉพาะที่เห็นได้ชัด คือ  "คนที่ไม่ต้องการคนเก่ง  แต่ต้องการคนมาสวามิภักดิ์"  เพราะคนเก่ง จะมาทำลาย "ปมเขื่อง" ของเขา ขณะที่ คนสวามิภักดิ์  จะเป็นคนที่เข้ามาเสริมปมเขื่อง   จึงเกิดพฤติกรรมการทำงานที่ว่า

 

    1. จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย

    2. อย่าทำเด่นเกินไปจะถูกสกัดดาวรุ่ง

   3.  ค่าของคน อยู่ที่คนของใคร

 

 

     พฤติกรรมอย่างนี้   เป็นพฤติกรรมที่ทำลายคนเก่งคนดีในองค์กรหลายๆคนอย่างน่าเสียดายครับ